• สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 2 มีนาคม 2560

    2 มีนาคม 2560 | SET News


• ดัชนีดาวโจนส์ปิดปรับตัวขึ้น 303.31 จุด หรือคิดเป็น +1.46% ที่ระดับ 21,115.55 จุด ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิด +1.37% ที่ระดับ 2,395.96 จุด และดัชนี Nasdaq ปิด +1.35% ที่ระดับ 5,904.03 จุด สำหรับภาพรวม 3 ดัชนีหลักวานนี้ปรับตัวขึ้นได้กว่า 1.3% และต่างปิดสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯยังคงสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้เกือบทุกวัน โดยดัชนีมีราคาที่แพงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2004 โดยจะเห็นได้ว่า เมื่อวานนี้ดัชนีดาวโจนส์ทะยานเหนือระดับ 21,000 จุดเป็นครั้งแรก หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีท่าทีที่หนุนมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มนักลงทุนในการแถลงต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกหลังจากที่เขาได้เข้ารับตำแหน่ง โดยมีใจความที่จะผ่อนปรนกฎหมายภาษีครั้งใหญ่ รวมทั้งทุ่มงบ 1 ล้านล้านเหรียญในการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน

ขณะที่แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ที่ดูจะเร็วกว่าที่นักลงทุนคาดหวังไว้ จะส่งผลให้อัตราการกู้ยืมสูงขึ้นในการเข้าซื้อหุ้น แต่นักลงทุนกลับตอบรับในมุมมองที่ว่า อาจเป็นสัญญาณความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของบรรดาสมาชิกเฟดหลังจากที่ชะลอตัวมากว่าทศวรรษ

• รายงานจาก ธอมสัน รอยเตอร์ส บ่งชี้ว่า เหล่าเทรดเดอร์ประเมินว่า มีโอกาสประมาณ 70% ที่เฟดจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมระหว่าง 14-15 มีนาคมนี้


• ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดหุ้นดาวโจนส์ที่ยืนเหนือ 21,000 จุด หลังจากที่นายทรัมป์ กล่าวถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรส โดยดัชนีนิเกอิเปิด +1.3% แตะระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือน ท่ามกลางการอ่อนค่าของค่าเงินเยน

• นักบริหารการเงิน ประเมินว่า ค่าเงินบาทในวันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.90 – 35.10 บาท/ดอลลาร์ โดยในช่วงนี้ยังไม่ค่อยมีปัจจัยอะไรมาก ช่วงนี้คงต้องคอยดูประธานเฟดของแต่ละสาขา ที่จะออกมาให้ความเห็นเรื่องดอกเบี้ย ซึ่งส่วนใหญ่หนุนให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้

• ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2560 ลงมาที่ 1.9%YOY จากเดิม 2.3%YOY เนื่องจากราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาด ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นปี รวมทั้งราคาสินค้าอุปโภคบริโภคบางชนิดที่ชะลอลงกว่าที่คาด อย่างไรก็ตาม มองว่าการบริโภคในประเทศจะทยอยฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ก็ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อนเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 54 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และค่าเงินบาทก็ยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงไปที่ 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นปี 2017 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยเร่งตัวขึ้นเฉลี่ยทั้งปีที่ 1.9%YOY

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com