• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 14 ธันวาคม 2566

    14 ธันวาคม 2566 | Gold News

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ ก่อนที่ตลาดจะรู้ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะแถลงมติการประชุม


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 48.14 เหรียญ หรือ 2.43% อยู่ที่ระดับ 2,027.57 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 4.10 เหรียญหรือ 0.21% ปิดที่ 1,997.30 เหรียญ
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 9.50 เซนต์ หรือ 0.41% ปิดที่ 22.921 เหรียญ
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 8.90 ดอลลาร์ หรือ 0.96% ปิดที่ 922.10 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.31 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 877.96 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ซื้อสุทธิ 1.45 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 39.68 ตัน


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -1.07 จุด หรือ -1.03% มาอยู่ที่ระดับ 102.75 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.18 % มาอยู่ที่ระดับ 4.018% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.31 % มาอยู่ที่ระดับ 4.431% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ-0.41% อยู่ในภาวะ inverted yield curve


  • ผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC)) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้


  • นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เฟดมีความเต็มใจที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้เข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2567 โดยหากเศรษฐกิจส่งสัญญาณว่ากำลังกลับสู่ภาวะปกติ เฟดก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินอีกต่อไป


  • การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้งในปี 2567 โดยปรับลดครั้งละ 0.25% รวม 0.75% จากเดิมที่ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในการประชุมเดือนก.ย. พร้อมกับส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 4 ครั้งในปี 2568 โดยปรับลดครั้งละ 0.25% รวม 1.00%


  • ส่วนในปี 2569 เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 0.75% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของเฟดลดลงสู่ช่วง 2.00-2.25% ซึ่งใกล้กับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ระดับ 2.50%

  • ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีแนวโน้มว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมที่ระดับ 5.25% ในการประชุมครั้งที่ 3 ติดต่อกันในวันนี้ ในขณะที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์มีความเห็นที่แตกต่างกันว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในปีหน้านั้นจะเกิดขึ้นเมื่อใด


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันพุธ โดยดาวโจนส์ทำสถิติปิดที่เหนือระดับ 37,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2565 ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 1% หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด และส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมปิดที่ 37,090.24 จุด เพิ่มขึ้น 512.30 จุด หรือ +1.40%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,707.09 จุด เพิ่มขึ้น 63.39 จุด หรือ +1.37% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,733.96 จุด เพิ่มขึ้น 200.57 จุด หรือ +1.38%


  • Bloomberg รายงานว่า เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐกล่าวว่า เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งหากแรงกดดันด้านราคากลับมา เขาชี้ว่าขณะนี้ผู้กำหนดนโยบายกำลังหันมาให้ความสำคัญกับการลดอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงลดลงสู่เป้าหมาย 2%


  • Goldman Sachs ปรับลดการคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษในปี 2023 ลงเหลือ 0.5% จากแนวโน้มเดิมที่ 0.6% หลังจากข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจหดตัวในเดือนตุลาคม


  • ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ออกรายงานคาดการณ์ล่าสุดในวันนี้ว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มที่จะปิดฉากปี 2566 อย่างแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ทั้งนี้ ADB ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียปี 2566 ขึ้นสู่ระดับ 4.9% จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 4.7% แต่ได้คงแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2567 เอาไว้ที่ระดับ 4.8%


  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ (ทังกัน) ในไตรมาส 4/2566 ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 12 จากระดับ 9 ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันสามไตรมาส และบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ ขานรับสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งในปีหน้า รวมทั้งข่าวเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในทะเลแดง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลำเลียงน้ำมันในตะวันออกกลาง


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 86 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 69.47 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.02 ดอลลาร์ หรือ 1.4% ปิดที่ 74.26 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 4.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 8 ธ.ค. ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 650,000 บาร์เรล

  • นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังดีดตัวขึ้นหลังจากมีรายงานว่า กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้ใช้จรวดโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ “STRINDA” ในทะเลแดง ส่งผลให้เรือน้ำมันสัญชาตินอร์เวย์ลำนี้เกิดเพลิงไหม้และเสียหาย


  • สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในปี 2567 ลง 10 ดอลลาร์/บาร์เรล แม้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ประกาศข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน


ข่าวเกี่ยวกับการเมืองและการเมืองระหว่างประเทศ


  • อิสราเอลเผชิญการโดดเดี่ยวทางการทูตมากขึ้นในการสู้รบกับกลุ่มติดอาวุธฮามาส ขณะที่สหประชาชาติ (UN) เรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมในฉนวนกาซาในทันที อีกทั้ง ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐกล่าวกับอิสราเอลว่า การปูพรมทิ้งระเบิดใส่พลเรือนแบบไม่เลือกหน้ากำลังบั่นทอนการสนับสนุนจากนานาชาติ


  • หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า กองทัพอิสราเอลได้เริ่มสูบน้ำทะเลเข้าสู่อุโมงค์ของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอาจช่วยทำลายอุโมงค์ ซึ่งอิสราเอลเชื่อว่ากลุ่มฮามาสใช้อุโมงค์ดังกล่าวเพื่อซ่อนตัวประกัน, เครื่องบินรบ และอาวุธยุทโธปกรณ์ ส่วนเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ มีความกังวลว่า น้ำทะเลอาจจะส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำจืดของฉนวนกาซา

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดเช้านี้ ที่ระดับ 35.14 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแรงจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ  35.80 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.95-35.25 บาทต่อดอลลาร์


  • ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันที่ 2.50% ถือเป็นระดับที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและความเสี่ยงในขณะนี้ พร้อมมองว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นจากด้านอุปสงค์ ทำให้ความจำเป็นในการใช้นโยบายการเงินเพื่อเข้ามากระตุ้น มีลดลง





ที่มาจาก : Reuters, Infoquest, BangkokBizNews

Tags : ข่าวทอง, ข่าวทอง , ทอง , ราคาทอง

 

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com