• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 23 มกราคม 2566

    23 มกราคม 2566 | Gold News


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลออัตราการปรับขึ้นดอกเบี้ย

  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -6.48 เหรียญ หรือ -0.34% อยู่ที่ระดับ 1,925.66 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 4.3 เหรียญ หรือ 0.22% ปิดที่ 1,928.2 เหรียญ และปรับตัวขึ้น 0.3% ในรอบสัปดาห์นี้ซึ่งเป็นการบวกขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน และยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2563
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 6.5 เซนต์ หรือ 0.27% ปิดที่ 23.935 เหรียญ
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 6.7 เหรียญ หรือ 0.64% ปิดที่ 1,047.8 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 4.62 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 917.05 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ขายสุทธิ 0.59 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 0.59 ตัน


  • นักวิเคราะห์การตลาดของ IG กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ราคาทองคำจะแตะ 2,000 เหรียญในปีนี้ ซึ่งเราจำเป็นต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงของเฟดในการลดโทนคุมเข้มนโยบายการเงินลง เพื่อยืนยันการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย


  • ผู้อำนวยการการจัดการของ GoldSilver Central กล่าวว่า มีสัญญาณที่แสดงว่าสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อทองคำ เนื่องจากในอดีตเคยสนับสนุนทองคำ


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.08 จุด หรือ -0.08% มาอยู่ที่ระดับ 101.99 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.08 % มาอยู่ที่ระดับ 3.471% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.17% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ-0.7% อยู่ในภาวะ inverted yield curve


  • นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังจากปรับขึ้น 0.25% ในการประชุมนโยบาย 2 ครั้งถัดไป และจากนั้นมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวอย่างน้อยในช่วงที่เหลือของปี


  • นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กระบุว่า เมื่อพิจารณาตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงและสัญญาณที่บ่งชี้ว่าอุปทานและอุปสงค์ยังไม่สมดุลกันอย่างต่อเนื่อง เฟดจึงยังจำเป็นต้องดำเนินการด้านนโยบายการเงินต่อไป เพื่อฉุดเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน


  • นางลาเอล เบรนาร์ด ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า แม้เงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวในช่วงนี้ แต่ยังคงถือว่าอยู่ในระดับสูง โดยเฟดจำเป็นต้องคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไปสักระยะ เพื่อรับประกันว่าเงินเฟ้อจะหวนคืนสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน


  • ธนาคารกลางจีนอัดฉีดเงินสดระยะสั้นเข้าสู่ระบบธนาคารมากเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการเงินสดพุ่งสูงขึ้นหลังจากการยกเลิกมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 และก่อนวันหยุดเทศกาลตรุษจีน


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันศุกร์ จากแรงซื้อเก็งกำไรหลังร่วงลง 3 วันติดต่อกัน และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นมากกว่า 2% ขณะที่การเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสได้ช่วยหนุนหุ้นเน็ตฟลิกซ์ และหุ้นอัลฟาเบทซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิลปรับตัวขึ้นหลังประกาศปรับลดพนักงาน


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,375.49 จุด เพิ่มขึ้น 330.93 จุด หรือ +1.00%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,972.61 จุด เพิ่มขึ้น 73.76 จุด หรือ +1.89%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,140.44 จุด เพิ่มขึ้น 288.17 จุด หรือ +2.66%


  • กลุ่มผู้นำธุรกิจและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกที่การประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) แสดงความหวังว่าการเปิดเศรษฐกิจจีนอีกครั้งอาจกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก แต่มีความกังวลเล็กน้อยว่าอาจเกิดผลกระทบต่อเงินเฟ้อได้


  • กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น เผยว่า ประชากรทั้งหมดของญี่ปุ่นลดลง 0.43% หรือราว 538,000 คนในปี 2565 ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความท้าทายด้านประชากรศาสตร์ที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่


  • ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นราคาสินค้าและการบริการสำหรับกลุ่มซัพพลายเออร์เกาหลีใต้ ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ในเดือนธ.ค. เนื่องจากราคาน้ำมันดิบถูกลงและเงินวอนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยรายงานระบุว่า ดัชนี PPI ลดลง 0.3% ในเดือนธ.ค. จากเดือนก่อนหน้า หลังจากที่ลดลง 0.3% ในเดือนพ.ย.


  • นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักของเกาหลีใต้จะหดตัวในไตรมาส 4/2565 ซึ่งเป็นภาวะที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง เนื่องจากอุปสงค์จากต่างประเทศลดลงและอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อการบริโภคของภาคเอกชน


  • บริษัทเจพีมอร์แกนกล่าวว่า GDP ของสหราชอาณาจักร (UK) คาดว่าจะหดตัวเพียง 0.1% ในปีนี้ จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ว่า GDP จะลดลง 0.3% โดยได้ปรับคาดการณ์เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติลดลงเมื่อเร็ว ๆ นี้


  • ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอังกฤษร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปีในเดือนม.ค. และเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน เนื่องจากความวิตกกังวกลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเงินของภาคครัวเรือน


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมันและพลังงาน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ โดยได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันดิบจากจีน หลังการยกเลิกมาตรการควบคุมโรคโควิด-19


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 98 เซนต์ หรือ 1.22% ปิดที่ 81.31 ดอลลาร์/บาร์เรล และปรับตัวขึ้น 1.8% ในรอบสัปดาห์นี้
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.47 ดอลลาร์ หรือ 1.71% ปิดที่ 87.63 ดอลลาร์/บาร์เรล และปรับตัวขึ้น 2.8% ในรอบสัปดาห์นี้


  • รัสเซียยังคงเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบให้จีนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในปี 2565 เป็นรองจากผู้ผลิตน้ำมันชั้นนำอย่างซาอุดีอาระเบีย  โดยจีนนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียเพิ่มขึ้น 8% ในปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะที่ 86.25 ล้านตัน หรือเท่ากับ 1.72 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องด้วยโรงกลั่นน้ำมันในจีนสามารถซื้อน้ำมันที่ราคาต่ำกว่าตลาดจากรัสเซีย ในขณะที่กลุ่มชาติตะวันตกหันหลังให้รัสเซียเนื่องจากวิกฤติการณ์ในยูเครน

ข่าวเกี่ยวกับการเมืองและการเมืองระหว่างประเทศ


  • กระทรวงการคลังประกาศแผนการเดินทางเยือนจีนของนางเยลเลนและต้อนรับการเดินทางเยือนสหรัฐของรัฐมนตรีคลังจีนในอนาคตอันใกล้หลังจากที่นางเยลเลนได้หารือกับนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน อย่างไรก็ดี ยังไม่มีกำหนดวันที่ที่แน่นอนสำหรับการเดินทางของนางเยลเลน


  • สภาหอการค้าแห่งสหรัฐได้เรียกร้องให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยกเลิกกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีน หลังรัฐบาลไบเดนเตรียมขยายเวลาบังคับใช้นโยบายกำแพงภาษีดังกล่าว


  • สหรัฐประกาศที่จะให้ความช่วยเหลือทางทหารครั้งใหม่แก่ยูเครน ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงยานเกราะหลายร้อยคัน และการสนับสนุนระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน

ข่าวเกี่ยวกับโรคระบาด


  • ซิโนฟาร์ม บริษัทผลิตยาของจีนระบุว่า ไชน่า เนชั่นแนล ไบโอเทค กรุ๊ป โค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ได้รับอนุมัติด้านกฎระเบียบจากสำนักงานควบคุมเวชภัณฑ์แห่งชาติจีนแล้ว ทำให้ขณะนี้สามารถดำเนินการทดลองวัคซีนโรคโควิด-19 ชนิด mRNA สูตรป้องกันไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน


  • บริษัทด้านการตลาดในประเทศจีน เผยว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนราว 40% ไม่มีแผนเดินทางไปต่างประเทศในปีนี้ แม้ว่ารัฐบาลจะยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์แล้วก็ตาม โดยเหตุผลหลักเป็นเพราะได้รับผลกระทบทางการเงินจากสถานการณ์โควิด


  • ญี่ปุ่นจัดให้โรคโควิด-19 เป็นโรคที่มีความรุนแรงสูงสุดอันดับสอง เช่นเดียวกับวัณโรคและโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือซาร์ส โดยจะปรับลดลงสู่ระดับ 5 ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลไม่ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอีกต่อไป


  • เกาหลีใต้เตรียมยกเลิกข้อบังคับสวมหน้ากากอนามัยภายในอาคารสาธารณะส่วนใหญ่ในปลายเดือนนี้ แม้ว่าจะยังจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยขณะเดินทางด้วยรถโดยสารและในสถานพยาบาลก็ตาม

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.70 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 32.82 บาทต่อดอลลาร์   มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.50-33.20 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.60-32.90 บาทต่อดอลลาร์


  • ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME ประจำเดือนธ.ค. 65 เปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า พบว่า ค่าดัชนี SMESI อยู่ที่ระดับ 55.7 เพิ่มขึ้นจากระดับ 53.8 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 21 เดือน

 

ที่มาจาก : Reuters, Infoquest, BangkokBizNews

Tags : ข่าวทอง, ข่าวทอง , ทอง , ราคาทอง


 


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com