• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 8 ธันวาคม 2565

    8 ธันวาคม 2565 | Gold News


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 15.0 เหรียญ หรือ 0.85% อยู่ที่ระดับ 1,785.88 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 15.6 เหรียญ หรือ 0.88% ปิดที่ 1,798 เหรียญ
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 58.7 เซนต์ หรือ 2.63% ปิดที่ 22.922 เหรียญ
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 16.1 เหรียญ หรือ 1.62% ปิดที่ 1,011.5 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.03 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 908.09 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 67.57 ตัน


  • ผู้อำนวยการบริษัทที่ปรึกษา AirGuide ระบุ ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำคือ แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า จะกำหนดทิศทางสุดท้ายของค่าเงินดอลลาร์ และ ราคาทองคำในช่วงก่อนการประชุม มีความเสี่ยงขาลงมากวว่าความเสี่ยงขาขึ้น


  • นักวิเคราะห์จาก IG Market ระบุว่า สัญญาณของอุปสงค์ที่สูงกว่าที่คาด อาจส่งผลให้เฟดปรับมุมมองใช้นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น


  • ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ออกรายงานคาดการณ์ว่า ราคาทองจะพุ่งขึ้น 30% สู่ระดับ 2,250 ดอลลาร์/ออนซ์ในปีหน้า


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.43 จุด หรือ -0.41% มาอยู่ที่ระดับ 105.2 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.11 % มาอยู่ที่ระดับ 3.424% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.1 % มาอยู่ที่ระดับ 4.264% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ-0.84% อยู่ในภาวะ inverted yield curve


  • หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์เงินตราต่างประเทศจาก Bank of America กล่าว "ในขณะนี้ ปัจจัยที่หนุนดอลลาร์ในปีนี้ยังคงอยู่ แม้เพิ่งมีการปรับฐานลงก็ตาม แต่สกุลเงินอื่นๆยังดูไม่น่าสนใจ ซึ่งจากการคาดการณ์ของเรา ค่าเงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่าในช่วงต้นปีหน้า และจะเริ่มปรับตัวลงนานขึ้น หลังจากเฟดหยุดพักการขึ้นดอกเบี้ย ความเสี่ยงที่เราเห็นก็คือ เงินเฟ้ออาจจะยังคงลดลงต่อไป ซึ่งจะทำให้ดอลลาร์แข็งค่านานขึ้น"


  • นักเศรษฐศาสตร์จากเอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ เปิดเผยว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) จะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไป โดยคาดว่าอาจจะแตะระดับสูงสุดที่ 3.5% ในปี 2566

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยในวันพุธ ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลว่าการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,597.92 จุด เพิ่มขึ้น 1.58 จุด หรือ +0.005%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,933.92 จุด ลดลง 7.34 จุด หรือ -0.19% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,958.55 จุด ลดลง 56.34 จุด หรือ -0.51%


  • ซีอีโอเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค กล่าวว่า ผู้บริโภคและภาคเอกชนกำลังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เขาก็ตั้งข้อสังเกตว่า นั่นอาจจะดีต่อไปได้ไม่นานนัก เนื่องจากเศรษฐกิจจะชะลอตัว และเงินเฟ้อจะลดทอนกำลังซื้อของผู้บริโภค


  • ยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐเพิ่มขึ้นจากระดับ 7.41 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก.ย. แตะที่ 7.82 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนต.ค. หลังการนำเข้าเพิ่มขึ้น และการส่งออกลดลง ทั้งนี้ ยอดส่งออกลดลง 0.7% สู่ระดับ 2.566 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงการส่งออกน้ำมันปิโตรเลียม เวชภัณฑ์ และก๊าซธรรมชาติที่หดตัวลง สวนทางกับยอดนำเข้าที่เพิ่มขึ้น 0.6% แตะที่ 3.348 แสนล้านดอลลาร์ เนื่องจากสหรัฐนำเข้าพลังงาน เวชภัณฑ์ รวมถึงรถยนต์มากขึ้น


  • ยอดส่งออกเดือนพ.ย.ของจีนหดตัวลง 8.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจลดลง 3.5% หลังจากที่ขยับลง 0.3% ในเดือนต.ค. โดยยอดส่งออกของจีนได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ทั่วโลกที่ชะลอตัวลง ขณะที่ยอดนำเข้าเดือนพ.ย.ร่วงลง 10.6% ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าอาจลดลง 6% หลังจากที่ปรับตัวลง 0.7% ในเดือนต.ค. โดยยอดนำเข้าของจีนได้รับแรงกดดันจากการอุปโภคบริโภคที่ทรุดตัวลงภายในประเทศ อันเป็นผลมาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการทรุดตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์


  • กรมการเมืองแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนประกาศว่า จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจในปี 2566 พร้อมให้สัญญาว่าจะยังคงดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุกและกำหนดนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายและมีประสิทธิภาพรวมทั้งจะผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมด้วยการมุ่งเน้นไปที่การขยายตัวอย่างมีคุณภาพ และรักษาอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม รวมทั้งจะเพิ่มความเชื่อมั่นของตลาดอย่างมีนัยสำคัญด้วย


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมันและพลังงาน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ในวันพุธ โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของอุปสงค์เชื้อเพลิงในสหรัฐ หลังจากตัวเลขสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 2.24 ดอลลาร์ หรือ 3% ปิดที่ 72.01 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2564
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 2.18 ดอลลาร์ หรือ 2.8% ปิดที่ 77.17 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. 2564


  • นักวิเคราะห์จาก CMC Markets ระบุว่า การที่จีนผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิดอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ช่วยหนุนอุปสงค์น้ำมัน


  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า กรณีการกลับมาเปิดประเทศหลังโควิด-19 ระบาดของจีนนั้นจะเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันมากกว่าการกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย


  • รัสเซียกำลังพิจารณา 3 ทางเลือก เพื่อตอบโต้สหภาพยุโรป (EU) ที่บังคับใช้มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันดิบรัสเซีย ซึ่งอาจรวมถึงการห้ามขายน้ำมันผ่านตัวกลาง ส่วนทางเลือกที่ 2 ที่กำลังพิจารณาคือห้ามส่งออกภายใต้สัญญาที่มีเงื่อนไข ไม่ว่าผู้รับจะเป็นประเทศใดก็ตาม และทางเลือกสุดท้ายคือ รัสเซียจะกำหนดเพดานส่วนลดราคาขายน้ำมันดิบอูราลของรัสเซียเป็นเกณฑ์มาตรฐานระหว่างประเทศ


ข่าวเกี่ยวกับการเมืองและการเมืองระหว่างประเทศ



  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของยูเครนกล่าวเตือนอิหร่านเกี่ยวกับผลกระทบที่จะตามมาจากการที่อิหร่านจัดส่งอาวุธให้กับรัสเซีย

        

ข่าวเกี่ยวกับโรคระบาด



  • จีนประกาศผ่อนปรนการบังคับใช้มาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ในวันพุธที่ผ่านมา โดยรวมถึงการอนุญาตให้ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการของโรคกักตัวที่บ้านแทนการถูกส่งตัวไปยังสถานที่กักตัวที่ภาครัฐจัดเตรียมไว้ให้ และยกเลิกหลักเกณฑ์การแสดงผลตรวจเป็นลบในการเข้าพื้นที่สาธารณะส่วนใหญ่ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ระดับชาติ เพื่อขจัดความไม่พอใจของประชาชนและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 34.88 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.08 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.80-35.00 บาทต่อดอลลาร์


  • กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย หรือเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพ.ย. 2565 สูงขึ้น 5.55% เป็นการสูงขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 จากเดือนก.ย.ที่อยู่ 6.41% และเดือนต.ค. ที่อยู่ 5.98% ในขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานสูงขึ้น 3.22% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่สูงขึ้น 3.17 %


  • ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ททท. กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนม.ค.-5 ธ.ค. 65 ประเทศไทยให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว จำนวน 9.78 ล้านคน และคาดว่าในวันที่ 10 ธ.ค. 65 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมเตรียมทะยานสู่ 10 ล้านคน ครบตามที่ ททท. ได้ตั้งเป้าหมายปี 65 ไว้


  • ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)กล่าวว่า ที่ประชุม กกร. ประเมินเศรษฐกิจว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเริ่มมีผลกระทบต่อการส่งออกอย่างชัดเจน กิจกรรมในภาคการผลิตของประเทศหลักไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ กลุ่ม EU ญี่ปุ่น และจีน ชะลอตัวลงพร้อมกันในเดือนพ.ย. สอดคล้องกับการที่การส่งออกสินค้าหดตัวในประเทศที่มีความสำคัญด้านห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ เกาหลีใต้ และไต้หวัน ส่วนการส่งออกของประเทศไทยก็หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 20 เดือนในเดือนต.ค.

 


ที่มาจาก : Reuters, Infoquest, BangkokBizNews

Tags : ข่าวทอง, ข่าวทองคำ, ทองคำ, ราคาทองคำ

 


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com