• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565

    3 พฤศจิกายน 2565 | Gold News

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

 

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันพุธ (2 พ.ย.) ก่อนที่นักลงทุนจะรู้ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะแถลงมติการประชุมนโยบายการเงิน และเช้านี้สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปรับตัวลดลงกว่า 13 เหรียญ ได้รับแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับสูงขึ้น หลังการประชุมเฟด

 

  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -12.9 เหรียญเทียบกับเวลาเดียวกันของวันก่อนหน้า หรือ -0.78% อยู่ที่ระดับ 1,634.0 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ปิดเพิ่มขึ้น 30 เซนต์ หรือ 0.02% ปิดที่ 1,650 ดอลลาร์/ออนซ์ ในขณะที่เช้านี้ปรับตัวลดลง -13.8 เหรียญเทียบกับเวลาเดียวกันของวันก่อนหน้า หรือ -0.84% มาอยู่ที่ระดับ 1,636.0 เหรียญ
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 7.3 เซนต์ หรือ -0.37% ปิดที่ 19.594 ดอลลาร์/ออนซ์ ในขณะที่เช้านี้ ปรับตัวลดลง -0.485 เหรียญเทียบกับเวลาเดียวกันของวันก่อนหน้า  หรือ -2.47% มาอยู่ที่ระดับ 19.135 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 1.45 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 919.12 ตันภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ขายสุทธิ 1.45 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 56.54 ตัน

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง



  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.66 จุด หรือ 0.59% มาอยู่ที่ระดับ 112.15 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 4.115% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.09 % มาอยู่ที่ระดับ 4.628% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ-0.51% อยู่ในภาวะ inverted yield curve

 

  • เฟดมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับกรอบ 3.75% - 4.00% เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ระบุว่า มีความจำเป็นที่เฟดต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อสกัดเงินเฟ้อ แต่เฟดจะพิจารณาถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจขณะที่ทำการตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ลดลงในการประชุมเดือนธ.ค. ทั้งนี้ มีถ้อยแถลงที่สำคัญดังนี้
    • อย่าคาดหวังว่าคณะกรรมการเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในทุกครั้ง แต่ทั้งนี้ เราก็ไม่ได้ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเช่นกัน
    • คณะกรรมการคาดหวังว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่กำลังดำเนินสู่เป้าหมายอยู่ในระดับที่เหมาะสมและเข้มงวดเพียงพอที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับเข้าสู่ระดับ 2 %” (ทั้งนี้ คำว่าความเข้มงวดอย่างเพัยงพอ(Sufficient restrictive)” เป็นคำใหม่ที่เฟดเปลี่ยนแปลงในถ้อยแถลงครั้งนี้)
    • เรายังคงมีช่อทางที่จะไปต่อได้ และข้อมูลล่าสุด บ่งชี้ว่า ระดับอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายต้องสูงกว่าระดับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า” (เป็นการเน้นย้ำการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไปของเฟด)

 

  • นักวิเคราะห์จาก MFS Investment Management ระบุว่า เขาเปลี่ยนความสนใจจากความสนใจเกี่ยวกับประเด็นอัตราการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า มาอยู่ที่ประเด็นอัตราดอกเบี้ยจะทำจุดสูงสุดเมื่อไหร่ และจะใช้เวลานานเท่าไหร่ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนั้น

 

  • สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางทั่วโลกในเดือนต.ค.ชะลอตัวลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับในเดือนก.ย.ที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) และธนาคารกลางแคนาดา (BoC) เป็นธนาคารกลาง 4 ใน 10 แห่งที่ทำการเพิ่มดอกเบี้ยในเดือนต.ค. โดยทั้ง 4 แห่งปรับเพิ่มดอกเบี้ยรวมกัน 2% ส่วนที่เหลืออีก 6 แห่งนั้นไม่มีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย

 

  • เจพีมอร์แกน ระบุว่าการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางน่าจะถึงจุดสูงสุดแล้ว โดยการแสดงความคิดเห็นเชิงผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นในช่วงหลัง ๆ มานี้ของ ECB, BoC, ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และ RBA ชี้ให้เห็นว่า ธนาคารกลางเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะชะลอการเพิ่มดอกเบี้ยในช่วงหลายเดือนข้างหน้า แม้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าสิ่งนี้หมายความว่า อัตราดอกเบี้ยสุดท้าย (Terminal rate) จะต่ำลงหรือไม่

 

  • ธนาคารกลางอังกฤษมีกำหนดการประชุมในวันนี้ เวลา 19.00-19.30 น.ตามเวลาประเทศไทย และตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะมีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.75% จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.25%

 

  • นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนของบีโอเจอาจเป็นทางเลือกในอนาคต แต่ปฏิเสธว่าไม่ใช่ตอนนี้ โดยกล่าวในรายละเอียดว่า "ถ้าการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของเราใกล้เข้ามา การทำให้การควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนยืดหยุ่นมากขึ้นนั้นก็อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่ง" ทั้งนี้ความเห็นดังกล่าวอาจจะทำให้ตลาดคาดการณ์ต่อไปว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษของบีโอเจเมื่อนายคุโรดะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองในเดือนเมษายนปีหน้า

 

  • ประธานธนาคารกลางเยอรมนี (บุนเดสแบงก์) กล่าวว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ควรจะเริ่มลดสัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลที่มากเกินไปในช่วงต้นปีหน้าวยการปล่อยให้พันธบัตรที่มีอยู่ครบกำหนดไถ่ถอนไปเอง และเขายังได้แจกแจงตารางเวลาสำหรับการลดขนาดงบดุลมูลค่า 8.8 ล้านล้านยูโร 
    • ในขณะที่ประธานธนาคารกลางสเปนเตือนมิให้ดำเนินการอย่างรีบเร่ง โดยระบุว่าควรใช้มาตรการที่รอบคอบและค่อยเป็นค่อยไปมากๆ เนื่องจากอีซีบียังไม่ได้เข้าใจอย่างเต็มที่ถึงผลจากการลดขนาดงบดุล 
    • สำหรับอัตราดอกเบี้ยนั้น ผู้กำหนดนโยบายทั้งสองคนเห็นพ้องกันว่า อีซีบียังต้องขึ้นดอกเบี้ยอีก หลังจากที่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากรวม 2.00% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่าน

 

  • หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการสกุลเงินจากนิวเบอร์เกอร์ เบอร์แมนกล่าวว่า ราคาพลังงานในยุโรปอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญเป็นพิเศษในการตัดสินว่า ยูโรจะสามารถแข็งค่าต่อไปเมื่อเทียบกับดอลลาร์ได้หรือไม่ "จนถึงขณะนี้ สภาพอากาศยังอบอุ่นมากในยุโรป ฤดูหนาวกำลังจะมา และคำถามก็คือ ราคาพลังงานจะสามารถปรับตัวลงต่อไปได้หรือไม่"

 

  • ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยว่า จีนจะยังสามารถคงนโยบายการเงินที่ปกติ และรักษาอัตราดอกเบี้ยที่เป็นบวก (positive interest rates) ไว้ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับที่เหมาะสม

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ

 

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 500 จุดในวันพุธ (2 พ.ย.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยเชิงรุกต่อไป เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก ในขณะที่ดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับสูงขึ้น หลังการประชุมเฟด

 

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,147.76 จุด ร่วงลง 505.44 จุด หรือ -1.55%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,759.69 จุด ลดลง 96.41 จุด หรือ -2.50% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,524.80 จุด ดิ่งลง 366.05 จุด หรือ -3.36%

 

  • สำนักงานสถิติเยอรมนี ระบุว่า ยอดส่งออกในเดือนก.ย.ของเยอรมนีลดลง 0.5% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์ที่ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.ย. ขณะที่ยอดนำเข้าลดลง 2.3% ซึ่งลดลงมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่คาดว่าจะลดลง 0.4%

 

  • บริษัทคริปโทเคอร์เรนซีและบรรดานักลงทุนในอังกฤษต่างก็คาดหวังว่า นายริชี ซูนัค นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะช่วยปลุกกระแสการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีในอังกฤษให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ในฐานะที่นายซูนัค อดีตรัฐมนตรีคลังอังกฤษและนักวิเคราะห์ของบริษัทโกลด์แมน แซคส์ เป็นหนึ่งในผู้ที่สนับสนุนการลงทุนในคริปโทฯ

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมันและพลังงาน

 

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันพุธ (2 พ.ย.) หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ

 

  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.63 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 90.00 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 1.51 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 96.16 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

  • นักวิเคราะห์จาก CMC Markets ระบุว่า นอกเหนือจากข้อมูลน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐที่ปรับตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์แล้ว ข่าวเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรโควิดเป็นศูนย์ของจีนที่ถึงแม้จะยังไม่ได้รับการยืนยัน เป็นสองปัจจัยที่หนุนทิศทางขาขึ้นของราคาน้ำมัน

 

  • ผู้จัดการของ SPI Asset Management ระบุว่า ประเด็นสหภาพยุโรปกำลังจะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อน้ำมันรัสเซีย ยังคงเป็นประเด็นหลักในตลาดน้ำมันอยู่ในขณะนี้ ซึ่งจะส่งผลให้บรรดาโรงกลั่นน้ำมันอาจสูญเสียกำลังการผลิต 1 - 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันอาจปรับสูงขึ้นเมื่อการคว่ำบาตรมีผลบังคับใช้ และ/หรือ จีนยืนยันว่าจะเปิดเมืองเร็วกว่าที่คาดการณ์

 

  • โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า ราคาก๊าซธรรมชาติของยุโรปจะร่วงลงประมาณ 30% ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการกักเก็บก๊าซของยุโรปที่เต็มความจุแล้วสำหรับฤดูหนาวนี้ รวมถึงอุณหภูมิในฤดูใบไม้ร่วงมีความอบอุ่นกว่าที่คาด ทำให้ช่วงเวลาที่ประชาชนจะเริ่มใช้พลังงานอย่างหนักชะลอออกไป

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมืองและการเมืองระหว่างประเทศ

 

  • สหรัฐจะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ซึ่งถึงแม้จะดูไม่เป็นข่าวดังเท่ากับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ผลการเลือกตั้งกลางเทอมจะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลสหรัฐมหาศาล รวมไปถึงแนวนโยบายที่จะออกมาในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โจไบเดน ได้กล่าวไว้ว่า "ถ้าเราแพ้ทั้งสภาล่างและสภาสูง สองปีต่อจากนี้จะลำบากอย่างยิ่ง ผมคงจะมัวแต่จรดปากกาเซ็นวีโต (veto) จนไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน"

 

  • เกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่กว่า 100 ลูก ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงปี 2561 กับเกาหลีใต้ และเกิดขึ้นหลังจากที่เกาหลีเหนือเพิ่งระดมยิงขีปนาวุธ 10 ลูกรวดในวันเดียวกัน โดยขีปนาวุธลูกหนึ่งตกลงใกล้กับน่านน้ำของเกาหลีใต้เป็นครั้งแรก ขณะที่เกาหลีใต้ได้ยิงขีปนาวุธจากอากาศสู่พื้น 3 ลูกไปทางฝั่งเส้นแบ่งเขตทางทะเลของเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นการตอบโต้

 

  • ยูเครนเรียกร้องให้มีการขับรัสเซียออกจากกลุ่ม G20 และควรยกเลิกคำเชิญประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่อินโดนีเซีย

         

ข่าวเกี่ยวกับโรคระบาด

 

  • คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศเพิ่มอีก 409 ราย ในวันอังคาร โดยไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดผู้ป่วยเสียชีวิตรวมอยู่ที่ 5,226 ราย

 

  • จีนสั่งล็อกดาวน์พื้นที่โดยรอบโรงงานหลักของบริษัทฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี ในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ของประเทศจีนเป็นเวลา 7 วันตั้งแต่เที่ยงวันที่ 2 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่น ไปจนถึงวันพุธที่ พฤศจิกายน โดยมาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการขนส่งทั้งขาเข้าและออกโรงงานดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิต iPhone รายใหญ่ที่สุดของโลก

 

  • รัฐบาลมาเก๊าประกาศให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีพีซีอาร์กับประชาชนเกือบ 700,000 คนของมาเก๊าเป็นครั้งที่ 2 โดยมีกำหนดดำเนินการตรวจหาเชื้อในวันที่ 4 – 5 พ.ย.นี้ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นมาตรการล่าสุดในการสกัดการพุ่งขึ้นของยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

 

  • ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คงประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะขยายตัวได้ในกรอบ 3.0-3.5% มูลค่าการส่งออก ขยายตัว 7-8% และอัตราเงินเฟ้อ 6.0-6.5% โดยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ตามการปรับตัวดีขึ้นของภาคการท่องเที่ยว และอุปสงค์ภายในประเทศเป็นหลัก ขณะที่ผลกระทบจากน้ำท่วมอยู่ในวงจำกัด

 

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 66 อาจจะมีโอกาสเติบโตได้ต่ำกว่า 3% หากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติต่ำกว่า 19 ล้านคน จากเป้าหมายที่ 21 ล้านคน รวมทั้งถ้ามูลค่าการส่งออกติดลบมากกว่า 2% จากเป้าเติบโตได้ 1.1% และการบริโภคภาคเอกชน เติบโตต่ำกว่า 1% จากเป้า 3.3%

 

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังกล่าวว่า "การอ่อนค่าของเงินบาทตั้งแต่ต้นปีนี้เราอ่อนมา 12% ยังคิดว่าไม่ได้ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ อาจจะมีบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้มีผลรุนแรง แต่ต้องติดตามใกล้ชิด



ที่มาจาก : Reuters, Infoquest, BangkokBizNews, FxStreet, CNBC, Bloomberg

 

Tags : ข่าวทอง, ข่าวทองคำ, ทองคำ, ราคาทองคำ

 


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com