• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2565

    28 ตุลาคม 2565 | Gold News

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ



  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ที่ขยายตัวแข็งแกร่งกว่าการคาดการณ์

 

  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -1.54 เหรียญ หรือ -0.09% อยู่ที่ระดับ 1,663.07 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 3.6 เหรียญ หรือ 0.22% ปิดที่ 1,665.6 เหรียญ
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 0.8 เซนต์ หรือ 0.04% ปิดที่ 19.494 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 3.19 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 925.2 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ขายสุทธิ 14.5 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 50.46 ตัน

 

  • นักวิเคราะห์จาก DailyFX ชี้ว่า มีสัญญาณจากธนาคารกลางอื่น (ธนาคารกลางแคานาดาที่ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% น้อยกว่าที่ตลาดคาดที่ 0.75%) และการให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่เฟด ที่บ่งชี้ว่า  เฟดมีแนวโน้มชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งช่วยให้มีช่องว่างให้ค่าเงินดอลลาร์สามารถปรับตัวลงพักฐานได้ และการยอมรับความเสี่ยงเริ่มมากขึ้น รวมถึงราคาทองคำที่สามารถยืนระดับราคาได้

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง



  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.88 จุด หรือ 0.8% มาอยู่ที่ระดับ 110.5 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.08 % มาอยู่ที่ระดับ 3.927% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.13 % มาอยู่ที่ระดับ 4.28% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ-0.35% อยู่ในภาวะ inverted yield curve

 

  • ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% พร้อมลดมาตรการที่ช่วยเหลือบรรดาธนาคารในยุโรป โดยเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของมาตรการ TLTROs (targeted longer-term refinancing operations) ซึ่งเป็นมาตรการที่ให้ธนาคารพาณิชย์กู้ยืมเงินอัตราดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารกลางภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เพื่อนำไปปล่อยกู้สู่ภาคเศรษฐกิจจริง

 

  • นักลงทุนปรับคาดการณ์ที่ธนาคารกลางอังกฤษจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1.00% ในการประชุมในวันที่ 3 พ.ย. หลังจากรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีริชิ ซูนัคเลื่อนการประกาศแผนภาษีและงบรายจ่ายออกไปเป็นกลางเดือนพ.ย. โดยมีโอกาสราว 37% ที่ธนาคารกลางอังกฤษจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1.00% ซึ่งโอกาสสูงกว่าก่อนการเลื่อนการประกาศแผน

 

  • นางคริสตาลินา จอร์จิเอวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า ธนาคารกลางต่างๆควรจะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นต่อไปเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อจนกว่าอัตราดอกเบี้ยจะแตะระดับที่ "เป็นกลาง" แต่ในประเทศส่วนใหญ่ อัตราดอกเบี้ยยังไปไม่ถึงระดับดังกล่าว พร้อมชี้ว่า จะใช้เวลาจนถึงปี 2024 กว่าที่จะเริ่มรู้สึกถึงผลลัพธ์จากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก

 

  • หัวหน้าฝ่ายตลาดทุนของบริษัท Scotia Economics ระบุว่า การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินหลายสกุล และการปรับลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังของนักลงทุนที่ว่า เฟดอาจจะส่งสัญญาณปรับทิศทางนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า

 

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ



  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี ขานรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ของสหรัฐที่ขยายตัวสูงกว่าคาด รวมทั้งผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ซึ่งรวมถึงแคทเธอร์ พิลลาร์ อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ยังคงปิดในแดนลบ หลังจากบริษัทเมตา แพลตฟอร์มส์ เปิดเผยตัวเลขกำไรที่ต่ำกว่าคาด รวมทั้งการขาดทุนในธุรกิจเมตาเวิร์ส

 

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,033.28 จุด เพิ่มขึ้น 194.17 จุด หรือ +0.61%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,807.30 จุด ลดลง 23.30 จุด หรือ -0.61% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,792.67 จุด ลดลง 178.32 จุด หรือ -1.63%


  • สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนปรับตัวลงในอัตราที่เร็วขึ้นในเดือนม.ค.-ก.ย. เนื่องจากผลกระทบของมาตรการควบคุมโควิด-19 และวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อกิจกรรมในภาคการผลิตของจีน

 

  • รัฐบาลใหม่ของอังกฤษภายใต้การนำโดยนายกรัฐมนตรีริชิ ซูนัค ประกาศเลื่อนวันเสนอร่างงบประมาณถึงกลางเดือนหน้า เพื่อให้มีเวลาตัดสินใจเรื่องที่ยากลำบากได้อย่างถูกต้อง และแก้ไขความผิดพลาดในแผนของรัฐบาลชุดที่แล้ว โดยที่นายเจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีคลังของอังกฤษ เปิดเผยว่า สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งในเวลานี้ คือ การสร้างเสถียรภาพและความเชื่อมั่นว่า สหราชอาณาจักรมีความสามารถในการใช้จ่ายและลดภาระหนี้ได้

 

  • สถาบัน GfK ของเยอรมนีรายงาน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีปรับขึ้นสู่ -41.9 สำหรับเดือนพ.ย. ซึ่งตรงตามตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในโพลล์รอยเตอร์ โดยปรับขึ้นจาก -42.8 ในเดือนต.ค. โดยก่อนหน้านี้ดัชนีความเชื่อมั่นดังกล่าวเคยดิ่งลงแตะสถิติต่ำสุด 4 เดือนติดต่อกัน อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังคงเป็นเวลาที่เร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ได้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นจะเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่ช่วงขาขึ้น

 

  • นักเศรษฐศาสตร์ปรับลดการคาดการณ์ขยายตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของออสเตรเลียสำหรับปี 2566 ลงจาก 2.3% เป็น 2% หรือลดลงครึ่งหนึ่งจากตัวเลขคาดการณ์เดิมของปีที่ 4% และเตือนว่า อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานและราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยงเชิงลบที่ใหญ่ที่สุดต่อเศรษฐกิจ

 

  • ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ระบุว่า เศรษฐกิจเกาหลีใต้เติบโตในอัตราชะลอตัวในไตรมาส 3/2565 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการเติบโตด้านการส่งออกยังคงซบเซา และการใช้จ่ายอ่อนกำลังลง ท่ามกลางเงินเฟ้อสูงและความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้ขยายตัว 0.3% ในไตรมาส 3 ซึ่งชะลอตัวลงจากการขยายตัว 0.7% ในไตรมาส 2 และเป็นการขยายตัวในอัตราที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2564 ซึ่งในเวลานั้น GDP ขยายตัวเพียง 0.2%

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมันและพลังงาน

 

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ของสหรัฐที่ขยายตัวสูงกว่าคาดการณ์ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.17 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 89.08 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.27 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 96.96 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

  • ธนาคารโลกหรือ World Bank คาดการณว่า ราคาน้ำมันในปี 2023 จะปรับตัวลดลง 11% หลังจากที่ปีนี้ปรับสูงขึ้น 60% หลังจากที่รัสเซียบุกยูเครน อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง และการล็อคดาวน์จากโควิดในจีน อาจทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงมากกว่านั้น

 

  • นักวิเคราะห์จาก Nissan Securities ระบุว่าการส่งออกน้ำมันที่แข็งแก่รงของสหรัฐช่วยหนุนภาพเชิงบวกต่อความต้องการใช้น้ำมัน แต่ความกังวลเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของจีนที่จัดการได้ไม่ดีภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จำกัดการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน

 

  • สำนักงานพลังงานสากล (IEA) เปิดเผยว่า การส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียที่ลดลงหลังจากการบุกโจมตียูเครนในปีนี้จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์พลังงานทั่วโลกเป็นเวลาหลายทศวรรษ และสามารถช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบุว่า การลงทุนด้านพลังงานสะอาดทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2573 โดยเพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่งจากระดับปัจจุบัน

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมืองและการเมืองระหว่างประเทศ


 

  • ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เฝ้าสังเกตการณ์การซ้อมรบทางทหารซึ่งจำลองการตอบโต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่ารัสเซียจะเพิ่มการโจมตี ขณะที่การสู้รบกับยูเครนยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 9 แล้ว

         

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท



  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ ที่ระดับ 37.84 บาทต่อดอลลาร์ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 37.70-37.90 บาทต่อดอลลาร์

 

  • นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ให้สัมภาษณ์ในทิศทางเช่นเดิมว่า ความผันผวนของค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเข้าดูแล และนโยบายของธปท. ยังเน้นให้เงินบาทเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด โดยจะเข้าดูแลแค่ในบางช่วงที่มีความผันผวนมากเกินไปเท่านั้น และยังกล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของเงินบาทยังสอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาค ขณะที่ยังไม่เห็นการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ผิดปกติ

 

  • ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทาย 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การเติบโตทางเศรษฐกิจและผลิตภาพการผลิตที่ต่ำ รวมทั้งการขาดความสามารถในการแข่งขัน 2. การขาดภูมิคุ้มกัน (resiliency) ที่เพียงพอในการรับมือกับความผันผวนต่าง ๆ ในโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจการเงินไทย 3. การละเลยความสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเห็นได้ชัดจากปัญหาหนี้ครัวเรือน และ 4. ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ

 

  • รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจหลังวิกฤติโควิด-19 คลี่คลายไม่ได้เป็นไปตามที่มีการคาดการณ์ไว้ เพราะแทนที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องกลับมีปัญหาและอุปสรรคสำคัญที่เป็นปัจจัยใหม่เข้ามาอย่างคาดไม่ถึง เช่น ปัญหาเงินเฟ้อ ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจโลกเกิดภาวะถดถอย

 

  • เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นหลังผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โดยปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตได้ 3% กว่าๆ ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง แม้จะมองว่าล่าช้ากว่าประเทศอื่น แต่เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจมีข้อจำกัดจึงไม่สามารถเติบโตได้ 6-7% ซึ่งถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปรับโครงสร้าง

 

 

 

ที่มาจาก : Reuters, Infoquest, BangkokBizNews

 


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com