• สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564

    9 พฤศจิกายน 2564 | SET News

หุ้นเอเชียเคลื่อนไหวผสมผสาน ท่ามกลาง Softbank พุ่ง – Bitcoin ทำสูงสุดประวัตการณ์


ตลาดหุ้นเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวผสมผสาน หลังจากวานนี้หุ้นสหรัฐฯปรับขึ้นทำสูงสุดประวัติการณ์ ในขณะที่วันนี้ Bitcoin ก็ยังทะยานทำสูงสุดประวัติการณ์

หุ้นบริษัท SoftBank Group พุ่งขึ้นกว่า 10.5% หลังมีการประกาศแผนจะซื้อคืนหุ้น 1 ล้านล้านเยน (8.83 พันล้านเหรียญ) หลังจากที่เผชิญการขาดทุนสุทธิ 33.98 แสนล้านเยน (3.5 พันล้านเหรียญ) ในไตรมาสที่ 3/2021

การประกาศซื้อคืนเกิดขึ้นหลังจาก 
SoftBank ประสบกับการสูญเสียรายไตรมาส เนื่องจากมูลค่าการถือครองของบริษัทลดลงท่ามกลางความอ่อนแอในหุ้นเทคโนโลยีและการปราบปรามด้านกฎระเบียบในประเทศจีน

หุ้นของ SoftBank เพิ่มขึ้นสี่เท่าระหว่างการซื้อคืน 2.5 ล้านล้านเยน ซึ่งเปิดตัวในช่วงวิกฤตของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ในปีที่แล้ว แต่ร่วงลง 40% จากจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม ท่ามกลางการขาดตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงบวกสำหรับหุ้น

สำหรับดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลง -0.75% ปิดที่ 29,285.46 จุด
ดัชนี
 Topix ปิด -0.81% ที่ระดับ 2,018.77 จุด

ตลาดหุ้นจีนปิดปรับขึ้น นำโดย
ดัชนี
 Shanghai Composite +0.24% ที่ระดับ 3,507 จุด
ดัชนี 
Shenzhen Component ปิด +0.435% ที่ 14,571.93 จุด

ดัชนี HSI ปิด +0.1%

ดัชนี
 Kospi ของเกาหลีใต้ปิดปรับขึ้นแตะ 2,962.46 จุด

ดัชนี S&P/ASX200 ปิด -0.24% ที่ 7,434.20 จุด


ดัชนี 
MSCI’s ที่ไม่รวมหุ้นญี่ปุ่นปิด +0.23%.

 

·         หุ้นยุโรปเปิดเคลื่อนไหวทรงตัว ตลาดรอข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ


 


·         ดัชนีอนุพันธ์สหรัฐฯเคลื่อนไหวทรงตัวในวันนี้ แม้หุ้นหลักจะปิดแดนบวกทำสูงสุดประวัติการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

·         โอกาสที่ อีลอน มัสก์ CEO ของ Tesla จะขายหุ้น ได้ส่งผลให้หุ้นบริษัทร่วงลง -4.9เมื่อวานนี้

 

·         หุ้นไทยวันนี้ (9 พ.ย.) ปิดตลาดภาคเช้า +2.65 จุด ซื้อขาย 3.6 หมื่นล้าน

 

·         อ้างอิงจากสำนักข่าวช่อง 7

- จับตา การประชุม กนง.คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หนุนการเปิดประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันที่ 10 พ.ย.นี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะประชุมประเมินภาพรวมเศรษฐกิจล่าสุด ก่อนตัดสินใจกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เหมาะสม กับการดำเนินนโยบายการเงินให้เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การประชุม กนง. ครั้งนี้  คงจะพิจารณา คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50%   หลังจากเศรษฐกิจไทยมีปัจจัยบวกจากการเปิดประเทศและการคลายล็อกดาวน์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาดซึ่งจะส่งผลดีต่อการจ้างงาน โดยแม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในปีนี้อาจยังคงมีจำกัด แต่จำนวนนักท่องเที่ยวก็มีทิศทางที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะข้างหน้า ขณะที่ การเร่งฉีดวัคซีนคาดว่าจะส่งผลให้ประชากรไทยได้รับวัคซีนครบโดสเกิน 70% ไม่เกินต้นปีหน้าเป็นอย่างช้า ซึ่งจะส่งผลให้ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้นลดน้อยลง

อย่างไรก็ดี  สถานการณ์การแพร่ระบาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยจะเห็นได้จากที่หลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ จีน อังกฤษ และรัสเซีย ต่างเผชิญกับการกลับมาเพิ่มสูงขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีกครั้ง ดังนั้น ในการประชุมกนง. ที่จะถึงนี้ คาดว่ากนง. น่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ยังคงมีอยู่

ซึ่งหลังจากนี้  คาดว่า กนง.ต้องเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินนโยบายการเงิน  โดยเฉพาะความเสี่ยงจาก "อัตราเงินเฟ้อ" ที่สูงขึ้นมากจากราคาพลังงาน  และหากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกขยับขึ้นเหนือระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล โดยไม่ย่อตัวลงมาอย่างที่คาด  อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ ประกอบกับพื้นที่ทำการเกษตรหลายแห่งประสบปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้ราคาผักบางชนิดเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ยังเชื่อว่า จะควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ได้ที่ระดับ 1.2%  หลังภาครัฐตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร แต่ปีหน้า "เงินเฟ้อ" ยังมีโอกาสเร่งตัวขึ้นได้อีก และอาจเกินกรอบเป้าหมายที่คาดไว้ หากราคาน้ำมันดิบโลก พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปและไม่ย่อตัวลง ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะ stagflation ท่ามกลางภาวะที่เศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวจะส่งผลให้กนง. เผชิญความท้าทายในการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า เพราะหาก กนง.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะยิ่งเป็นปัจจัยผลักดันให้เงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และในทางตรงกันข้าม การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายก็ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาเงินเฟ้ออย่างตรงจุดและจะยิ่งฉุดรั้งการฟื้นตัวเศรษฐกิจให้อ่อนแรงกว่าเดิม

·         อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์

- พาณิชย์ เผยสินค้าส่งออกไทยส่วนใหญ่เติบโตตามกระแสความต้องการตลาดโลก

- พาณิชย์ เผย WTO เตรียมจัดประชุมรมต.การค้าโลกในรอบ 4 ปีช่วงสิ้นเดือนพ.ย.

- รมว.พาณิชย์ หนุนเอเปคเป็น FTA ใหญ่สุดของโลก ดันศก.ดิจิทัลคู่ BCG โมเดล

- ครม.เห็นชอบไทยเข้าร่วมเจรจาจัดทำ FTA อาเซียน-แคนาดา เปิดตลาดอเมริกาเหนือ

- ครม.รับทราบผลคัดเลือกกลุ่ม GPC สร้างท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3

- ครม.รับทราบร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับ 13 มุ่งสู่สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่ายั่งยืน

KTB ชี้น้ำท่วมกระทบผลผลิตข้าวเพียง 2.3% แต่แนะจับตาส่งออกเสี่ยงแข่งขันรุนแรง

- ส.ผู้ค้าปลีกไทย ชงรัฐงัด "ช็อปดีมีคืน" กระตุ้นกำลังซื้อโค้งสุดท้าย หนุน GDP โต


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com