• สรุปข่าวราคาทองคำ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 28 มิถุนายน 2564

    28 มิถุนายน 2564 | Gold News




ราคาทองคำปิดสัปดาห์แดนบวกจากข้อมูลเงินเฟ้อที่บรรเทาความกังวลเรื่องเฟดคุมเข้มทางการเงิน

· ราคาทองคำคืนวันศุกร์ปิดปรับขึ้นได้เพียงเล็กน้อย หลังจากที่ข้อมูลค่าใช้จ่ายผู้บริโภค ช่วยลดกระแสเฟดคุมเข้มทางการเงิน ในขณะเดียวกันภาพรวมรายสัปดาห์ของทองคำก็ดูจะปิดในแดนบวกได้เป็นสัปดาห์แรกในรอบ 4 สัปดาห์ โดยปิด +0.8%


· ราคาทองคำตลาดโลกปิด +0.1% ที่ระดับ 1,776.96 เหรียญ

· สัญญาทองคำส่งมอบเดือนส.ค. ทรงตัวที่ 1,782.80 เหรียญ


· กองทุน SPDR เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม โดยปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 1,042.87 ตัน


· นักวิเคราะห์จาก Standard Chartered กล่าวว่า ทองคำได้รับอานิสงส์จากตลาดมองเงินเฟ้อระดับต่ำ จึงช่วยคลายกังวลโอกาสเห็นเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด โดยระยะสั้นๆ ทองคำจะมีแนวรับระยะสั้นที่ 1,770 เหรียญ


· เช้านี้ทองลงต่อจากแถว 1,780 เหรียญ กลับทดสอบ 1,770 เหรียญ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปรับขึ้นต่อเหนือ 1.5% เช้านี้แตะ 1.533% แม้ว่าดอลลาร์จะทรงตัวแต่ก็ยังอยู่ใกล้ 92 จุด โดยเช้านี้เคลื่อนไหวแถว 91.793 จุด




· ในคืนวันศุกรข้อมูล Personal Consumption Expenditures (PCE) Price Index ซึ่งเป็นข้อมูลที่เฟดนำมาใช้เป็ฯมาตรวัดเงินเฟ้อในเดือนพ.ค. เข้ากดดันดอลลาร์บางส่วน แต่หนุนทองคำ


· นักวิเคราะห์ทองคาอาวุโสจาก Kitco ระบุว่า ตลาดทองคำตอบรับมุมมองเงินเฟ้อปรับขึ้นเพียงชั่วคราว จึงลดกระแสตลาดที่มองว่าเงินเฟ้ออาจกลายมาเป็นปัญหามากขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทางเทคนิค ทองคำยังอยู่ในแพทเทิร์น “ขาลง” และมีโอกาสลงต่อจากแรงเทขายทำกำไรที่จะเป็นตัวกดดันทองคำต่อในสัปดาห์นี้


· ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดตอบรับมุมมองสมาชิกเฟด 2 ราย ที่ดูจะกล่าวเตือนการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ ในขณะที่นายเจอโรม โพเวลล์ ประธานเฟด กล่าวว่า เงินเฟ้ออาจไม่ใช่เพียงปัจจัยเดียวที่เฟดจะนำมาใช้ตัดสินใจถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ย

· แพลทินัมปิด +1.3% ที่ 1,106.50 เหรียญ

· พลาเดียมปิด -0.1% ที่ 2,637.60 เหรียญ

· ซิลเวอร์ปิด +0.3% ที่ 26.01 เหรียญ


· “นีล คาร์ชคาริ” ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิส กล่าวว่า การปรับขึ้นของเงินเฟ้อจะเกิดขึ้นเพียง “ชั่วคราว” และแรงงานจะกลับสู่มามีงานทำที่มากขึ้น


· มาตรวัดเงินเฟ้อสหรัฐฯรายปี (Core PCE) ปรับขึ้นแตะ 3.4% ในเดือนพ.ค. ตามคาด




ดัชนี PCE Price Index ในเดือนพ.ค. ขยับขึ้นได้ 0.4% ส่งผลให้ภาพรายปีปรับขึ้นแตะ 3.9% จาก 3.6% เดิมคาดการณ์ไว้ที่ 3.6%




ดัชนี Core PCE Price Index ที่เฟดมักใช้เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในเดือนพ.ค. ขยายตัวได้มากถึง 3.4% ตามตลาดคาดการณ์ ขณะที่รายละเอียดการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ได้แก่
- รายได้ส่วนบุคคลในสหรัฐฯ ปรับตัวลงราว 2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อหน้า
- ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลในสหรัฐฯ ทรงตัว


การตอบรับของตลาด: ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ โดยดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.22% มาแถว 91.60 จุด ในช่วงประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ

· เงินเฟอสหรัฐฯเวลานี้ดู “ย่ำแย่” แต่ส่วนใหญ่ยังคงมุมมองเป็นเพียง “การขึ้นชั่วคราว”

ตลาดมีความสนใจเพียงเล็กน้อยต่อข้อมูล PCE สหรัฐฯในวันศุกร์ ที่ช่วยหนุนการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯในแดนบวก และทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปรับขึ้นด้วยในเวลาเดียวกัน

หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Moody’s Analytics มองว่า การปรับขึ้นของข้อมูลเงินเฟ้อในเวลานี้ยังเป็นเพียง “สภาวะชั่วคราว” ขณะที่การกลับมาเปิดทำการทางเศรษฐกิจบางส่วนยังคงเผชิญอุปสรรคจากการรีบกลับมาเปิดทำการอย่างรวดเร็ว ขณะที่ระยะสั้นๆ การปรับขึ้นของเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะอ่อนตัวลง


· สมาชิกบีโออี คาด แรงกดดันเงินเฟ้ออังกฤษจะยังเพิ่มสูงขึ้นในปี 2022


· อังกฤษอาจเผชิญการขาดแคลนอาหารจากวิกฤตการขาดแคลนคนขับรถบรรทุก


· ผลประกอบการภาคอุตสาหกรรมจีนปรับขึ้นแตะ 36.4% เทียบรายปีในเดือนพ.ค. แต่ข้อมูลยังอ่อนตัวกว่าเม.ย. โดยการชะลอตัวเป็นผลจากราคาวัถตุดิที่พุ่งสูงขึ้น


· IIF ชี้ เศรษฐกิจอิหร่านมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ปานกลางจากการกลับสู่ข้อตกลงนิวเคลียร์


· CORONAVIRUS UPDATES:

ยอดติดเชื้อสะสมทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบทะลุ 182 ล้านราย โดยล่าสุดมียอดรวมติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 181.84 ตัน ขณะที่ยอดเสียชีวิตสะสมทั่วโลกแม้จะมีอัตราชะลอตัวลงแต่ก็ใกล้ทะลุ 4 ล้านราย ล่าสุดสะสมรวม 3.93 ล้านราย




· องค์กรอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA เพิ่มคำเตือนเกี่ยวกับภาวะการอักเสีบของหัวใจจากการใช้วัคซีนของบริษัท Pfizer และ Moderna


· WHO เรียกร้องให้ประชาชนทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนและยังคงสวมใส่หน้ากากอนามัยต่อไปเนื่องจากพบการระบาดของสายพันธุ์ Delta


· The Times เผย เยอรมนี จะทำการแบนนักท่องเที่ยวอังกฤษที่เดินทางจากอียู โดยไม่คำนึงว่าจะมีใบรับรองการฉีดวัคซีน Covid-19 หรือไม่


· สถานการณ์การระบาดในไทย:

วันศุกร์พบยอดผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 3,482 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 44 ราย

วันเสาร์ที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 4,161 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 51 ราย

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อใหม่ 3,995 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 42 ราย

รวม 3 วัน พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 11,638 ราย และผู้เสียชีวิตใหม่เพิ่ม 3 วัน รวม 137 ราย

ส่งผลให้ไทยมีผู้ติดเชื้อสะสมรวมที่ 244,447 ราย และเสียชีวิตสะสมรวม 1,912 ราย



· ล่าสุดวันนี้ พบยอดผู้ติดเชื้อโควิดในไทยพุ่งสูง 5,406 ราย เสียชีวิต 22 ราย ดยรวมของประเทศไทยนั้นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมแล้วจนถึงวันนี้ 249,853 ราย อีกทั้งยีงมียอดผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 22 ราย ขณะที่ภาพรวมของการเสียชีวิตรวม 1,934 ราย


· นักบริหารการเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวเงินบาทในสัปดาห์นี้ไว้ที่ระหว่าง 31.50-32.15 บาท/ดอลลาร์

สำหรับในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 13 เดือนที่ระดับ 31.98 บาท/ดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนปลายสัปดาห์ โดยเงินบาททยอยอ่อนค่าลง

ขณะที่เงินดอลลาร์ฯได้รับแรงหนุนเป็นระยะจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดที่สะท้อนความเป็นไปได้ว่าสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ อาจมาเร็วกว่าที่คาด

นอกจากนี้เงินบาทยังมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากความกังวลต่อความสามารถในการควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิดในประเทศ และมุมมองของกนง.ที่ระมัดระวังมากขึ้นในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้และปีหน้า


ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในประเทศ

- สถานการณ์โควิดในประเทศ

- รายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนพ.ค.


ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญที่ต้องติดตาม

- ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร

- อัตราการว่างงาน

- ข้อมูลจ้างงานภาคเอกชนของ ADP

- ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิต

- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย.

- ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ค.

- ดัชนีราคาบ้านเดือนเม.ย.

- จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์


นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตาม ดัชนี PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนมิ.ย. ของจีน และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมิ.ย. ของยูโรโซน และอังกฤษด้วยเช่นกัน


· อ้างอิงจากสำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ

- ‘นิด้าโพล’ พบประชาชน ‘ไม่เชื่อ’ เปิดประเทศได้ 69% ห่วงสุขภาพมากกว่าเศรษฐกิจ

- การส่งออกไทยเดือน พ.ค.มีมูลค่า 23,057 ล้านเหรียญ ขยายตัวพุ่ง 41.59 % เป็นการขยายตัวที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปี 2553 ที่เดือนนั้นไทยส่งออกขยายตัวได้ถึง 45 % โดย เป็นช่วงหลังจากที่โลกเจอวิกฤตการเงิน เป็นการทุบสถิติส่งออกไทยในรอบ 11 ปี


· อ้างอิงจากสำนักข่าว TCIJTHAI

- กนง. หั่นคาดการณ์จีดีพีปีนี้ เหลือโต 1.8% จากเดิม 3% ปีหน้า โต 3.9% จากเดิม 4.7% ตามแนวโน้มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ปรับลดลง และอุปสงค์ในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิดระลอก 3 ขณะที่ด้านแรงงาน โดยเฉพาะภาคบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระมีความเผราะบางและอาจฟื้นตัวช้า


· อ้างอิงจากสำนักข่าว Thai PBS

- สภาอุตสาหกรรมฯ ขอให้ผู้ประกอบการเพิ่มความเข้มงวดควบคุมการระบาด เพื่อไม่ให้รัฐบาลยกระดับไปสู่การล็อกดาวน์ธุรกิจอื่นเพิ่มเติม ขณะที่หอการค้าฯ ประเมินธุรกิจเสียหายวันละ 1,000-2,000 ล้านบาท


· อ้างอิงจากสำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์

- โฆษกรัฐบาล ยืนยัน “ไม่ได้ล็อกดาวน์” กทม.และพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ยกระดับมาตรการชั่วคราว ประชาชนทั่วไปยังเดินทางและทำกิจกรรมประจำวันตามปกติ ขอหลีกเลี่ยงเดินทางข้ามจังหวัดช่วงนี้


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com