• สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564

    8 กุมภาพันธ์ 2564 | SET News


· ตลาดหุ้นเอเชียทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นทะลุเหนือ 60 เหรียญ/บาร์เรล ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯมูลค่า 1.9 ล้านล้านเหรียญ

หลังวุฒิสภาโหวตอนุมัติแก้ไขร่างงบประมาณโดยปราศจากความเห็นชอบของรีพับลิกัน รวมทั้งวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาที่กำลังจะเปิดตัวทั่วโลก

ความหวังในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วขึ้นและการลดอุปทานของกลุ่มผู้ผลิตโอเปกและพันธมิตรผลักดันน้ำมันให้อยู่ในระดับสูงสุดในรอบปี แตะระดับ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจากความหวังในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เร็วขึ้น ซึ่งนำโดยการเปิดตัววัคซีนที่ประสบความสำเร็จและความคาดหวังของแพ็คเกจบรรเทาการระบาดไวรัสโคโรนาของสหรัฐฯ

ดัชนี DAX เยอรมันนี เพิ่มขึ้น 0.7% ดัชนี FTSE futures เพิ่มขึ้น 0.6% และดัชนี S&P 500 E-mini futures ปรับตัวสูงขึ้น 0.4% ในช่วงต้นการซื้อขายในตลาดเอเชี

ทั้งนี้ ดัชนี MSCI ที่ไม่รวมตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้น 0.5% ที่ระดับ 721.11 จุด โดยไม่ไกลจากระดับสูงสุดที่บริเวณ 730.16 จุด ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเมื่อเดือนที่แล้ว


· ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนี Nikkei และดัชนี Topix ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี เนื่องจากรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นของเหล่านักลงทุน ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่ลดลง

ทั้งนี้ ดัชนี Nikkei ปิด +2.12% ที่ระดับ 29,388.50 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสดนับตั้งแต่เดือนส.ค. ปี 1990 ที่ผ่านมา ด้านดัชนี Topix ปิด +1.75% ที่ระดับ 1,923.95 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปี 1991


· หุ้นจีนปิดปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากจีนไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ภายในประเทศเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 เดือนและนักลงทุนต่างสนับสนุนมาตรการปฏิรูปล่าสุดสำหรับตลาดหุ้น

ทั้งนี้ ดัชนี blue-chip CSI300 ปิด +1.5% ที่ระดับ 5,564.56 จุด ด้านดัชนี Shanghai Composite ปิด +1% ที่ระดับ 3,532.45 จุด


· นักวิเคราะห์ มอง "กฏต้านการผูกขาดของจีน" จะส่งผลกระทบต่อตลาดจำกัด

สำนักงานควบคุมกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) เปิดเผย มาตรการต่อต้านผูกขาดตลาดฉบับใหม่ พุ่งเป้าควบคุมบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ หรือกดลุ่มผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และการเพิ่มความเข้มงวดกับมาตรการปัจจุบันที่ใช้กับบริษัทเทคโนโลยี

กฎระเบียบใหม่ฉบับนี้ที่ถูกประกาศในช่วงเดือนพ.ย. ส่งผลให้ตลาดค่อนข้างเคลื่อนไหวผันผวนหนัก และดูจะสร้างบแรงกดดันให้กับบริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่บางแห่ง เช่น Alibaba และ Meituan ด้วย

ขณะที่ความชัดเจนและเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ดูจะทำให้การเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นวันนี้ดูจะแตกต่างไปจากช่วงทราบกฎแรกๆในเดือนพ.ย. โดยเฉพาะในตลาดฮ่องกงที่ดูจะตอบรับกับรายละเอียดที่เพิ่มมากขึ้น และตระหนักดีว่ากฎดังกล่าวดูจะเอื้อให้บริษัทขนาดเล็กเติบโตได้ดี เพิ่มทางเลือกมากขึ้นให้แก่นักลงทุนในกลุ่มบริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ อย่าง Alibaba และ Tencent หันมาลงทุนหรือนำเงินเข้าสู่กลุ่มธุรกิจ Startups ในกลุ่มผู้บริให้บริการอินเทอร์เน็ตอื่นๆ

· ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวสูงขึ้น ตามการเคลื่อนไหวเชิงบวกของตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นสหรัฐฯ

โดยดัชนี Stoxx600 ปรับตัวสูงขึ้น 0.4% ท่ามกลางหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวก นอกจาก หุ้นโทรคมนาคม สื่อ อาหารและเครื่องดื่ม

ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นของตลาดยุโรปกำลังได้รับแรงหนุนจากการเคลื่อนไหวในแดนบวกของตลาดที่อื่น แม้ว่าตลาดยังคงให้ความสนใจไปยังผลประกอบการและการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอยู่ก็ตาม


· อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์

- รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปภาษีทั้งระบบเพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตเศรษฐกิจและมีรายได้เพียงพอกับนโยบายการคลังที่ต้องดำเนินการในอนาคต "นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งผมกังวลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ลดลงเรื่อยๆ เพราะจะทำให้รัฐบาลดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวในระยะยาวได้ยากขึ้น ซึ่งในอดีตการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลต่อจีดีพีอยู่ที่ 18% ปัจจุบันอยู่ที่ 14% ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป ดังนั้นจึงต้องมีการปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลมีรายได้มากพอที่จะทำนโยบายการคลังแบบขยายตัวในอนาคต"


- ตลาดหลักทรัพย์ฯปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,514.89 จุด เพิ่มขึ้น 18.28 จุด (+1.22%) มูลค่าการซื้อขายราว 49,976 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นช่วงเช้าวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดช่วงเช้า โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,516.52 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,507.09 จุด


- โพลหอการค้า ชี้พิษโควิดทำตรุษจีนปีนี้คนลดใช้จ่าย เงินสะพัดต่ำสุดรอบ 13 ปี

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาสภามหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2564 จากประชาชน 1,215 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ม.ค.-3 ก.พ.64 พบมูลค่าการใช้จ่ายปีนี้ 44,939 ล้านบาท ลดลง 21.85% เมื่อเทียบกับปี 63 ที่มีมูลค่าใช้จ่าย 57,506 ล้านบาท ซึ่งลดลงมากสุดเป็นประวัติการณ์ หรือลดลงต่ำสุดในรอบ 13 ปีนับตั้งแต่มีการสำรวจมาตั้งแต่ปี 52


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com