• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 21 สิงหาคม 2563

    21 สิงหาคม 2563 | Economic News
 

· ดอลลาร์อ่อนค่าจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ขณะที่หยวนแข็งค่า

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่หลังจากที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯที่ปรับตัวลงได้ลดความต้องการที่จะถือครองทองคำลง

ค่าเงินหยวนแข็งค่ามากสุดรอบ 7 เดือน เมือเทียบดอลลาร์ แม้ว่าสหรัฐฯ-จีนมีความตึงเครียดทางการเมืองในแง่ทางการทูต แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการเป็นอุปสรรคทางการค้า และแนวโน้มเศรษฐกิจจีน

ค่าเงินยูโรดูจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกมากที่สุดเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ โดยเหล่าเทรดเดอร์จับตาคืนนี้ต่อข้อมูลภาคการผลิตของยูโรโซน

ข้อมูลคนว่างงานที่ออกมาแย่กว่าคาด ประกอบกับการที่เฟดกล่าวเตือนถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจดูจะสะท้อนว่าสหรัฐฯยังได้ผลกระทบเชิงลบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา

บรรดานักวิเคราะห์ กล่าวว่า ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจดูจะส่งผลต่ออุปทานดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดน่าจะมีการอัดฉีด QE ต่อไป และนั่นดูจะเป็นปัจจัยที่เข้ากดดันดอลลาร์

ยูโรแข็งค่าขึ้น 0.2% ที่ 1.1874 ดอลลาร์/ยูโร ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น 0.8% ที่ระดับ 1.3237 ดอลลาร์/ปอนด์ ด้านค่าเงินหยวนแข็งค่า 6.8960 หยวน/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแข็งค่ามากสุดตั้งแต่ 22 ม.ค. โดยค่าเงินหยวนเคยทำแข็งค่ามากสุดตั้งแต่ 21 ม.ค. ที่ระดับ 6.8935 หยวน/ดอลลาร์

ค่าเงินเยนแข็งค่ามา 0.3% ที่ 105.72 เยน/ดอลลาร์

บรรดาเทรดเดอร์ในค่าเงินยูโรจับตาการประกาศข้อมูลการผลิตยูโรโซนและเยอรมนีวันนี้ เพราะอาาจเป็นตัวทำยูโรแข็งค่าได้ หากทางรัฐบาลต่างๆในยุโรปต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเพื่อหนุนเศรษฐกิจ

ด้านรีพับลิกันและเดโมแครตของสหรัฐฯ ก็ยังไม่สามารถที่จะบรรลุข้อตกลงการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ และนี่ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่นักลงทุนมองว่ายูโรจะแข็งค่ากว่าดอลลาร์


· อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนรอคอยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปีปรับตัวสูงขึ้นมาบริเวณ 0.6525% ขณะที่อัตราผลตอบแทนอายุ 30 ปี ปรับขึ้นมาที่ 1.3871%


· ไบเดนเสนอวิสัยทัศน์ของเขาต่อการเลือกตั้งและยอมรับการเสนอชื่อท้าชิงสหรัฐฯ

นายโจ ไบเดน ร่างแผนการการบรรเทาและปลอบใจต่อประเทศที่ได้รับผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเนื่องจากเขายอมรับข้อเสนอชื่อในการเป็นตัวแทนผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันที่ 3 พ.ย. ของพรรคเดโมแครต

ข้อเสนอของเขาจะเป็นการสรุปการประชุมเนื่องจากการระบาดของโรค โดยร่วมกับพรรคที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักหรือแม้แต่พรรครีพับลิกันเองที่เข้าร่วมการประชุมผ่านวิดีโอนี้เพื่อสนับสนุนให้ นาย ไบเดน เป็นประธานาธิบดีและหยุดความวุ่นวายจาก นาย ทรัมป์

ตลอดทั้งสัปดาห์พรรคเดโมแครตเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงคะแนนเสียง ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัส และเตือนให้ระวังความพยายามในการระงับการลงคะแนน การกล่าวอ้างและไม่มีหลักฐานของ นาย ทรัมป์ กล่าวว่าบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์จะสามารมีการโกงได้ ทำให้เกิดความกลัวว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางรายอาจถูกตัดสิทธิ์


· PMI ชี้ กิจกรรมภาคธุรกิจยูโรโซนออกมาแย่ลงในเดือนส.ค.

การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยูโรโซนฟื้นตัวได้จากระดับขาลงเชิงลึกเป็นประวัติการณ์ในเดือนนี้ โดยเฉพาะภาคบริการ แม้จะมีการคลาย Lockdown จึงลดความคาดหวังจะเห็นเศรษฐกิจยูโรโซนฟื้นตัวแบบ V-Shaped

IHS Markit เผยดัชนี PMI ออกมาแย่ลงที่ 51.6 ในเดือนส.ค. จาก 54.9 จุด ในเดือนก.ค. ด้าน PMI ภาคบริการออกมาแย่ลงที่ 50.1 จุด จาก 54.7 จุดในเดือนก.ค.

สำหรับดัชนีจ้างงานก็ร่วงลงมาที่ 47.7 จุด จาก 47.9 จุด


· การผลิตเยอรมนีฟื้น แม้ภาคบริการจะหดตัวในเดือนส.ค.

ข้อมูลจากหน่วยงานเอกชนชี้่า การฟื้นตัวของภาคการผลิตของเศรษฐกิจเยอรมนีเดือนส.ค. ฟื้นตัวได้จากการที่การระบาดของไวรัสโคโรนามีอัตราชะลอตัวลง ขณะที่ภาคบริการออกมาแย่กว่าที่คาด

IHS เผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อขั้นต้น (PMI) ออกมาแย่ลงที่ 53.17 จุด จากระดับ 55.3 จุดในเดือนก.ค.

ด้านภาคบริการออกมาแย่ลงที่ 50.8 จุด จาก 55.6 จุด


· กิจกรรมภาคธุรกิจของฝรั่งเศสอ่อนตัวลงเกินคาดในเดือนส.ค.

กิจกรรมภาคธุรกิจฝรั่งเศสออกมาแย่กว่าคาดในเดือนส.ค. โดย IHS Markit เผยดัชนี PMI ขั้นต้นนั้นออกมาแย่ลงที่ 51.7 จุด จากระดับ 57.3 จุด ในเดือนก.ค.

ขณะที่ PMI ภาคบริการเดือนส.ค. ออกมาแย่ลงที่ 51.9 จุด จาก 57.3 จุดในเดือนก.ค.


· ผลสำรวจ Reuters ชี้ เศรษฐกิจแอฟริกาใต้โตได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาสนี้หลัง Q2/2020 ปรับตัวลง

ผลสำรวจจาก Reuters ระบุว่า เศรษฐกิจจากแอฟริกาใต้มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากการหดตัวเชิงลึกในช่วงไตรมาสที่ 2/2020 แต่คาดว่าจะขยายตัวได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 จากการจำกัดการระบาดของไวรัสโคโรนา

ทั้งนี้ บรรดานักเศรษฐศาสตร์มีการปรับลดคาดการณ์อีกครั้ง พร้อมคาดว่าจีดีพีในช่วง Q2 จะหดตัวลงมากถึง -44.5% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 1993 ขณะที่คาดการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอยู่ที่ -53%

อย่างไรก็ดี ผลสำรวจยังสะท้อนถึงการฟื้นตัวโดยในช่วงไตรมาสที่ 3/2020 คาดจะโตได้ 18.6% จากระดับ 19.3% ในเดือนก่อนหน้า

รายงานจาก JPMorgan ระบุถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในช่วงเดือนก.ค.- ส.ค. และก็กล่าวว่าถึงจะฟื้นตัวแต่ก็อาจจะไม่เพียงพอต่อการชดเชยข้อมูลการร่วงลงก่อนหน้าจากการระบาดของไวรัสโคโรนาที่กระทบเศรษฐกิจ


· ยอดติดเชื้อรายวันอังกฤษพุ่งสูงขึ้นเป็นวันที่ 2 นับตั้งแต่มิ.ย. จากการตรวจหาเชื้อเพิ่ม

รายงานยอดติดเชื้อใหม่ในอังกฤษปรับขึ้นแตะ 1,182 ราย ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นระดับรายวันที่ปรับขึ้นสูงสุดต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 นับตั้งแต่ 21 มิ.ย. จากการตรวจหาเชื้อที่เพิ่มขึ้น

รายงานการตรวจหาเชื้อล่าสุดวานนี้อยู่ที่ 190,434 ราย เมื่อเทียบกับยอดการหาเชื้อเมื่อ 21 มิ.ย. ที่ระดับ 117,971 ราย ขณะที่ยอดรวมผู้เสียชีวิตในประเทศอยู่ที่ 41,403 ราย


· ยอดเสียชีวิตจากไวรัสในเม็กซิโกขึ้นทะลุ 59,100 ราย

รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของเม็กซิโกรายงานการพบผู้ติดเชื้อใหม่ที่ระดับ 6,775 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 625 ราย ส่งผลให้ยอดรวมยอดผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศอยู่ที่ 543,806 ราย และเสียชีวิต 59,106 ราย

ทั้งนี้ รัฐบาลเม็กซิโก ระบุว่า ยอดติดเชื้อแท้จริงมีแนวโน้มจะสูงขึ้นมากกว่ารายงานที่มีการยืนยันเวลานี้


· ยอดติดเชื้อไวรัสโคโรนาในออสเตรเลียลดลงมากสุดรอบ 5 สัปดาห์

รายงานยอดติดเชื้อไวรัสโคโรนาของออสเตรเลียมีภาพรวมรายวันที่ลดลงมากที่สุดรอบ 5 สัปดาห์ในวันนี้ แม้ว่าจะมีการกลับมา Lockdown รัฐวิคทอเรีย ในขณะที่รัฐอื่นๆที่ประเทศออสเตรเลียนั้นมีการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้ม


· ยอดติดเชื้อไวครัสโคโรนาพุ่งขึ้นแตะ 2.9 ล้านราย

รายงานยอดติดเชื้อของอินเดียใกล้แตะ 3 ล้านรายในวันนี้ หลังพบผู้ติดเชื้อใหม่ในช่วง 24 ่ชั่วโมงนี้ที่ระดับ 68,898 ราย ส่งผลให้ยอดรวมของยอดติดเชื้อไวรัสโคโรนาในอินเดียล่าสุดอยู่ที่ 2.9 ล้านราย


· ราคาน้ำมันดิบทรงตัว เนื่องจากผู้ผลิตพยายามที่จะควบคุมอุปทาน

ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในวันนี้ และเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม โดยได้รับแรงหนุนจากความพยายามของผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในการระงับการผลิต ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

โดยราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 5 เซนต์ หรือคิดเป็น 0.1% ที่ระดับ 44.95 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ทรงตัวบริเวณ 42.82 เหรียญ/บาร์เรล

ทั้งนี้ น้ำมันดิบทั้งสองชนิดร่วงลงประมาณ 1% เมื่อวานนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ หลังจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯรายสัปดาห์ออกมาสูงกว่าที่คาด


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com