• สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2563

    24 มิถุนายน 2563 | SET News
 

· ตลาดหุ้นสหรัฐฯกลับมาปิดบวกจากความหวังเศรษฐกิจฟื้น ด้าน Nasdaq ทำสูงสุดประวัติการณ์

ตลาดหุ้นหลักของสหรัฐฯปิดปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาดีขึ้นและโอกาสที่จะเห็นการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นได้ช่วยหนุนหุ้น Nasdaq ทำสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ดัชนีดาวโจนส์ปิด +131.14 จุด หรือ +0.5% ที่ระดับ 26,156.1 จุด ขณะที่ S&P500 ปิด +0.43% ที่ 3,131.29 จุด และ Nasdaq ปิด +0.74% ที่ 10,131.37 จุด

ทั้ง 3 ดัชนีหลักมีการปิดปรับตัวขึ้นได้ โดยเฉพาะ Nasdsaq ที่ยังคงปิดแดนบวกต่อเนื่อง 5 วันทำการและทำปิดสูงสุดได้ตลอดเดือนนี้

นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เผยว่า ร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับต่อไป จะมุ่งหน้าไปที่การดึงแรงงานกลับสู่การทำงาน และจะมีการขยายเวลายื่นแบบภาษีเพิ่มเติม

ขณะที่ข้อมูลภาคการผลิตแบะบริการสหรัฐฯแม้จะชะลอตัวลงบ้างในช่วงที่กลับมาเปิดทำการทางเศรษฐกิจหลัง Lockdown แต่ก็ยังออกมาดีขึ้นกว่าเดือนก่อนหน้า ขณะที่ยอดค้ายบ้านใหม่สหรัฐฯดีเกินคาดพุ่งแตะ 16.6% ในเดือนพ.ค.

· ตลาดหุ้นยุโรปปิดสูงขึ้นจากข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซน ขณะที่บริษัท Wirecard หุ้นพุ่งขึ้น 19%

หุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นจากข้อมูล PMI ของยูโรโซนที่ออกมาในเดือนมิ.ย. ยังมีสัญญาณชะลอตัว ขณะที่นักลงทุนจับตาไปยังการระบาดของไวรัสโคโรนาในสหรัฐฯและหลายๆประเทศอีกครั้งในเวลานี้

ดัชนี Stoxx600 ปิด +1.3% ท่ามกลางหุ้นกลุ่มรถยนต์ที่ปิด +3% และหุ้นส่วนใหญ่เคลื่อนไหวแดนบวก โดยปัจจัยหลักมาจากการที่นายปีเตอร์ นาวาโร ที่ปรึกษาการค้าทำเนียบขาว ออกชี้แจงว่าข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนยังไม่ยุติลง ตามที่ Fox News รายงาน

· ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนายังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ ดร. แอนโธนี ฟาวซี ที่ปรึกษาด้านสุขภาพประจำทำเนียบขาว ออกมากล่าวเตือนว่า การกลับมาแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาครั้งใหม่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น แต่การระบาดในเวลานี้อาจไม่จำเป็นต้องทำการ Shutdown

เช้านี้ดัชนี Nikkei เพิ่มขึ้น 0.25% ด้านดัชนี Topix ลดลง 0.15% ดัชนี Kospi เกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 0.88% และดัชนี S&P/ASX 200 ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 0.35%

ทั้งนี้ ดัชนี MSCI ที่ไม่รวมตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้น 0.19%

· นักบริหารเงิน คาดว่าวันนี้ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 30.75-31.05 บาท/ดอลลาร์ หลังจากเมื่อวานนี้ตลาด Sensitive จากข่าวระหว่างสหรัฐฯกับจีน แต่หลังจากมีการแก้ข่าวตลาดก็เริ่มนิ่งๆ และเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยตลาดรอดูการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทย

· อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์

- ผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) คาดว่า ภาพรวมการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของทั้งประเทศ (R&D) ในปี 63 จะปรับตัวลดลงเหลือประมาณ 1.66 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1.09% ของ GDP เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนได้รับผลกระทบจนอาจจำเป็นต้องลดงบประมาณด้าน R&D ลง ส่วนภาครัฐนั้นไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากได้รับการจัดสรรงบประมาณเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในปี 64

- เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานความคืบหน้าการวิเคราะห์และกลั่นกรองแผนงานหรือโครงการที่ 3 ภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 วงเงิน 400,000 ล้านบาทว่า จากข้อมูลล่าสุดวันที่ 22 มิ.ย.63 มีข้อเสนอโครงการในรอบที่ 1 รวมทุกแผนงาน จำนวน 43,851 ข้อเสนอ วงเงินกว่า 1.36 ล้านล้านบาท ซึ่งแผนงาน 3.2 มีข้อเสนอโครงการมากที่สุด 42,405 โครงการ ตามมาด้วยแผนงาน 3.1 อีก 1,259 โครงการ

- ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ระบุว่า "ไทยเที่ยวไทย" มีแนวโน้มดีขึ้นช่วงครึ่งปีหลังหลังการคลายล็อกดาวน์ในประเทศและได้มีแพคเก็จกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ สวนทางกับ "ไทยเที่ยวนอก" ที่ยังคงมีความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19 พร้อมแนะหากชวน "ไทยเที่ยวนอก" เบนมาเที่ยวไทยแทนทั้งหมดจะช่วยชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ 79%

- อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การฟื้นการเจรจา FTA ไทย-อียูที่หยุดชะงักมาตั้งแต่ปี 2557 นั้น คณะมนตรีแห่งอียูด้านการต่างประเทศได้มีมติเมื่อวันที่ 14 ต.ค.62 ให้กระชับความสัมพันธ์กับไทยให้แน่นแฟ้นขึ้น ซึ่งเอกสารฯ ได้ตั้งเป้าให้อียูลงนามความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (Partnership and Co-operation Agreement) ภายในปี 64

- นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด "รวมไทยสร้างชาติ" ซึ่งจะนำไปบรรจุไว้ในโครงสร้างยุทธศาสตร์ชาติว่า การรวมไทยสร้างชาติ คือการรวมทุกกลุ่มมาร่วมกันทำงาน เพื่อขับเคลื่อนแผนงานและโครงการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในทุกด้าน และที่สำคัญต้องยึดโยงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ด้วย

· อ้างอิงจากสำนักข่าว thethaipress

- ประชุม กนง. 24 มิ.ย. 63 คาดคงดอกเบี้ยที่ 0.5% เพื่อรอดูประสิทธิผลของมาตรการที่ได้ออกไปก่อนหน้านี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจ้งว่าในการประชุม กนง. ในวันนี้ คณะกรรมการฯ จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% เพื่อรอดูประสิทธิผลของมาตรการการเงินการคลังที่ได้ออกไปก่อนหน้านี้ ทั้งการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มาตรการช่วยเหลือทางการเงิน เช่น การพักชำระหนี้ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการปรับโครงสร้างหนี้ เป็นต้น รวมถึงมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆต่อการช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และช่วยประคับประคองภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้

· อ้างอิงจากสำนักข่าว INNnews

- “นิด้า”มองปรับครม.ไม่กระทบนโยบายเศรษฐกิจ

นายยุทธนา เศรษฐปราโมทย์ อาจารย์ประจำคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า เปิดเผยกับสำนักข่าว INN ว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ในวันนี้ คาดจะยังคงดอกเบี้ยที่ 0.5% ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อยๆฟื้นตัว โดยอาจจะคงดอกเบี้ยไปถึงปีหน้า พร้อมคาดว่าปีนี้ กนง. คงไม่ปรับลงดอกเบี้ยอีกจากระดับปัจจุบัน

ขณะที่ ประเด็นทางการเมือง ซึ่งมีพรรคปรับตำแหน่งหน้าที่ และอาจนำไปการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกัน เพราะการที่พรรคการเมืองมีความเคลื่อนไหวน่าจะเป็นเรื่องของบุคคลหรือในมุมของการเมืองเท่านั้น คงไม่ได้ทำให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี หรือถ้าหากมีการปรับคณะรัฐมนตรีจริง ก็ไม่ได้ส่งผลต่อนโยบายการบริหาร เนื่องจากพรรคหลักในการจัดตั้งรัฐบาลยังเป็นพลังประชารัฐ ต่อให้มีบุคคลอื่นเข้ามาทำงาน แต่สุดท้ายนโยบายต่างๆยังต้องดำเนินการตามกรอบเดิม

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com