• สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 22 พฤษภาคม 2563

    22 พฤษภาคม 2563 | SET News
 

· ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบจากตึงเครียดสหรัฐฯ-จีน ตอกย้ำกังวลข้อตกลงการค้า

ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดปรับตัวลดลง หลังจากที่ขึ้นไปทำระดับสูงสุดรอบ 2 เดือน จากความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีน ที่นำมาซึ่งความกังวลเรื่องข้อตกลงการค้าที่ทั้งสองฝ่ายลงนามด้วยกันไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ดัชนีดาวโจนส์ปิด -0.41% ที่ 24,474.12 จุด ขณะที่ S&P500 ปิด -0.78% ที่ 2,948.51 จุด ทางด้าน Nasdaq ปิด -0.97% ที่ 9,284.88 จุด

ทั้งนี้ นายทรัมป์ มีการกล่าวว่าสหรัฐฯจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดหากจีนทำการออกญัติออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อจำกัดความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านจีนแผ่นดินใหญ่ในฮ่องกง

ขณะที่ช่วงต้นตลาดรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก็มีการตำหนิจีนในเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรนา ขณะที่ทางการจีนไม่ยอมอ่อนข้อใดๆต่อความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ

· บริษัท Facebook เผยว่าอาจมีการจ้างพนักงงานทำงานที่บ้านมากขึ้นกว่า 50% ของพนักงานปัจจุบันภายในอีก 5 – 10 ปีนี้

· ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลดลง เนื่องจากข้อมูลดัชนี PMI ของยูโรโซนภาคการผลิตและการบริการประจำเดือนพ.ค.ชะลอตัวลงอีกครั้ง

โดยดัชนี DAX เยอรมันนี ปิดลดลง 1.4% ด้านดัชนี CAC 40 ฝรั่งเศส ลดลง 1.2% และดัชนี FTSE 100 อังกฤษ ลดลง 0.8% เนื่องจากวันหยุดนักขัตฤกษ์ตลาดจะปิดทำการในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรีย นอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก

โดย IHS Markit มีการเปิดเผยข้อมูล PMI ยูโรโซนวานนี้ที่สะท้อนถึงการที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจออกมาหดตัวลงน้อยกว่าคาดแตะ 30.5 จุด จากระดับต่ำสุดในเดือนเม.ย. ที่ 13.6 จุด แม้ว่าอัตราที่ต่ำกว่า 50 จุดจะยังนสะท้อนถึงภาวะหดตัวก็ตาม

ด้าน PMI ของอังกฤษก็ชะลอตัวลงในเดือนพ.ค. เช่นกัน ขณะที่กลุ่มนักลงทุนให้ความสำคัญกับข่าวไวรัสโคโรนา หลังจากที่ WHO เผยว่า จำนวนรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ทั่วโลกรายวันในสัปดาห์นี้ยังคงอยู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แต่หลายๆประเทศจะมีการใช้มาตรการคลาย Lockdown ก็ตาม

· ตลาดหุ้นเอเชียเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ท่ามกลางความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีนที่เพิ่มขึ้น

ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวทรงตัว เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและจีนที่เพิ่มสูงขึ้น

โดยเช้านี้ดัชนี Nikkei ลดลงเล็กน้อยในช่วงต้นการซื้อขาย ด้านดัชนี Topix เคลื่อนไหวทรงตัว ด้านดัชนี Kospi เกาหลีใต้ ก็ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน

ขณะที่ดัชนี S&P/ASX 200 ออสเตรเลีย เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

ดัชนี MSCI ที่ไม่รวมตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลงเล็กน้อย

ทั้งนี้ เหล่านักลงทุนกำลังรอคอยการประชุมสิงสภาของจีนในวันนี้

· นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80 - 31.90 บาท/ดอลลาร์ โดยค่าเงินบาทไม่ค่อยมีปัจจัยอะไรสำคัญมาก ตัวเลขที่นักลงทุนจับตาดูก็ผ่านไปหมดแล้ว ระหว่างวันจึงคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ

· อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์

- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย MLR, MOR และ MRR ลง 0.25-0.35%มีผลวันนี้ ขณะที่ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MOR-MLR-MRR ลง 0.13%-0.38% ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR-MOR-MRR ในช่วง 0.125-0.35% มีผลวันนี้

- ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สศค. จะงดแถลงตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 และ 2 ปี 2563 เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งตอนนี้กระทรวงการคลังจะใช้ตัวเลขประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ไปก่อน

- ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCBEIC) ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ เพื่อรอดูผลของการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินและมาตรการทางการคลังที่ได้ดำเนินไปค่อนข้างมาก แต่หากในช่วงครึ่งหลังของปีเศรษฐกิจไทยยังหดตัวรุนแรง การส่งออก การบริโภคในประเทศไม่ฟื้นตัวอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น กนง.ก็มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลงได้อีกอย่างเร็วในช่วงไตรมาส 3

- ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มติเห็นควรให้ต่ออายุการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ 2548 ออกไปอีก 1 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือนพ.ค.63 เนื่องจากมองว่าช่วง 1 เดือนจากนี้ จะมีการผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 3 และ 4 จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ใช้ในการกำกับมาตรการให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ โดยเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) วันพรุ่งนี้ (22 พ.ค.) หากได้รับความเห็นชอบ จะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า

- คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ด EEC) อนุมัติร่างสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก หลังจากคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนได้บรรลุข้อตกลงกับกลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส โดยจะเสนอเข้า ครม.เพื่อลงนามกับเอกชนในต้นเดือนมิ.ย.นี้ และเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จในปี 66

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com