• สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 24 ธันวาคม 2562

    24 ธันวาคม 2562 | SET News
 

· ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลคริสต์มาสอย่างเป็นทางการจะเห็นได้ถึงความหวังของการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าที่ดูจะผลักดันให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นและทำระดับสูงสุดใหม่ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 10 ปี

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวให้สัญญาในเชิงข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนอาจลงนามได้ในเร็วๆนี้ จึงส่งผลให้ดัชนี MSCI และหุ้นเกือบทั่วทุกมุมมโลกนั้นปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะที่ราคาหุ้นของดัชนีหลักสหรฐฯ นำโดย S&P500 เรียกได้ว่ามี Performance ที่ดีที่สุดอันได้รับอานิสงส์จากหุ้นบริษัทต่างๆ และดัชนี Nasdaq ได้รับอานิสงส์จากหุ้นเทคโนโลยีที่ฟื้นตัวทำให้ทั้ง 2 ดัชนีทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ดัชนี MSCI ซึ่งเป็นมาตรวัดดัชนีทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นได้เกือบ 3% ในเดือนนี้ ท่ามกลางทิศทางเชิงบวกองปี 2020 ที่ดูจะเห็นแววการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้ามากขึ้น ในขณะที่อังกฤษอาจจะหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนของ Brexit ได้ เราจึงเห็น MSCI ปรับขึ้นได้ 23% ตลอดปีนี้ และถือเป็นปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายการตลาดจาก Spartan Capital Securities กล่วาว่า ความเชื่อมั่นในตลาดหุ้น เป็นผลจากความคืบหน้าของ Trade War จึงทำให้มีกำลังซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้น ดังนั้น เราน่าจะเห็นหุ้นปรับตัวขึ้นได้ตลอดจนถึงสิ้นปีนี้

· ตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นล่วงหน้าสหรัฐฯปรับตัวลง เนื่องจากเข้าสู่ช่วงวุนหยุดในเทศกาลวันคริสต์มาส จึงกดดันมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาทางการค้าที่อาจจะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มผู้ส่งออกและการประกาศผลประกอบการภาคบริษัท

โดยดัชนี MSCI ที่ไม่รวมหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 0.14%

ด้านค่าเงินปอนด์ปรับตัวลดลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเงินยูโร และปรับลดลงทำระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประเด็น Brexit

ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯยังคงปิดทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯและจีนอาจจะลงนามข้อตกลงเฟสแรกกันได้ในไม่ช้า

มุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนส่งผลดีต่อบริษัทต่างๆทั่วโลก แต่นักลงทุนบางคนยังคงต้องการรอรายละเอียดที่ชัดเจนจนถึงปีหน้า

· ตลาดหุ้นญี่ปุ่นไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ก่อนหน้าวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส เนื่องจากเหล่านักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากที่ดัชนีปรับตัวสูงขึ้นไปได้จากมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน

โดยดัชนี Nikkei ปิดปรับตัวสูงขึ้น 0.04% ที่ะรดับ 23,830.58 จุด สำหรับภาพรวมรายปีดัชนีปรับตัวสูงขึ้น 19% และบรรดานักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีการปิดสถานะในเดือนนี้เพื่อทำกำไรในจังหวะที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นครั้งนี้

การซื้อขายคาดว่าจะเบาบาง เนื่องจากตลาดการเงินหลายแห่งจะเริ่มปิดทำการตั้งแต่วันอังคารสำหรับวันหยุดคริสต์มาส

· ตลาดหุ้นจีนปิดปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความหวังที่ว่าจีนจะออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อหนุนเศรษฐกิจ โดย Shanghai Composite เพิ่มขึ้น 0.7% ที่ระดับ 2,982.68 จุด

นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เปิดเผยว่า รัฐบาลจีนจะพิจารณาใช้มาตรการต่างๆเพิ่มขึ้น เพื่อลดต้นทุนทางการเงินให้กับบริษัทขนาดเล็ก

ทั้งนี้ นายหลี่กล่าวว่า มาตรการที่รัฐบาลจีนกำลังพิจารณานั้น ครอบคลุมถึงการปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของสถาบันการเงิน (RRR) แบบกำหนดเป้าหมาย

· ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลงเล็กน้อย ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบางก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลคริสต์มาส

โดยดัชนี Stoxx600 ทรงตัว ขณะที่ตลาดภูมภาคส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ

อ้างอิงจากสำนักข่าว ThaiPR.net

ธนาคารไทยพาณิชย์สำรองธนบัตรช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 เพื่อรองรับการใช้บริการของลูกค้าจำนวน 63,000 ล้านบาท โดยเป็นการสำรองที่ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากพฤติกรรมการถอนเงินสดของลูกค้าโดยรวมที่มีแนวโน้มลดลงประมาณ 8% รวมถึงตามสัดส่วนจำนวนสาขาที่ลดลง ทั้งนี้ ธนาคารมีการติดตั้งเครื่องรับฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) เพิ่มขึ้นทดแทน โดยแบ่งเป็น ตู้เอทีเอ็ม จำนวน 42,000 ล้านบาท และสาขา จำนวน 21,000ล้านบาท

อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์

- นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวในกรอบแคบๆ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกหรือลบชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามยังได้รับแรงหนุนจากกองทุนรวมระยะยาว (LTF) โดยมีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่เป็นหลัก

ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้าวันนี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ จากนักลงทุนเริ่มพักการลงทุนเพื่อรอหยุดพักผ่อน ทำให้ช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของปีก่อนวันหยุดยาวในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่มักจะไม่ค่อยเห็นกิจกรรมการซื้อขายแล้ว เว้นแต่นักลงทุนสถาบันที่ยังมีแรงซื้อเข้ามาอยู่

-"สมคิด" ระดม ทุกหน่วยงาน "รัฐ-เอกชน" ถกแผนอุ้ม "เอสเอ็มอี" ที่เผชิญปัญหา หวังคลอดแพ็คเกจช่วยเหลือเป็นของขวัญปีใหม่ คาดเสนอครม. 7 ม.ค.ปีหน้า ด้าน "แบงก์ชาติ" ดึงสมาคมธนาคาร-บสย. ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ เอสเอ็มอีชั้นดี

-กนง.-กนส.ชี้เสถียรภาพระบบการเงินไทยเสี่ยงสูงขึ้น สั่งติดตามสถานการณ์หนี้ใกล้ชิด เผยมาตรการแอลทีวีไม่กระทบสิน

เชื่อบ้านแบบผ่อนสัญญาเดียว แต่กังวลหนี้ครัวเรือน สินเชื่อเอสเอ็มอี เกาะติดตราสารหนี้กระจุกตัว เร่งออกกม.คุมสหกรณ์

-อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (เอฟที

เอ) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (จีเอสพี) ช่วง 10 เดือนแรก 2562 มีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ รวม

60,316.64 ล้านเหรียญสหรัฐ อัตราการใช้สิทธิ 78.03% ลดลง 2.95% สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกที่ลบ 2.4%

-ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 63 ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.62 ถึง 5 ม.ค.63 รวม 9 วัน คาดว่า

จะมีเงินใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและคนไทย 82,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% แต่น้อยกว่าที่เติบโต 7.4% ในปีก่อน แบ่ง

เป็นการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวไทย 28,200 ล้านบาท และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 54,000 ล้านบาท คนไทยใช้จ่ายท่องเที่ยวลดลงส่วนหนึ่งมา

จากเศรษฐกิจชะลอตัว

-นายกรัฐมนตรี ประชุมมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ให้ทุกส่วนราชการรับ

ทราบเป็นแนวทางการทำคำของบประมาณ ว่า มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายปี 62 จะขยายตัวได้ใกล้เคียง 3% และทำให้ทั้งปี

เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 2.6% หลังจากรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งช่วงเดือน ส.ค.62 และมาตรการปลายปี เชื่อว่าจะ

ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ต่อเนื่องไตรมาสที่ 4 รวมไปถึงไตรมาสแรกของปี 63 ด้วย

อ้างอิงจากกรุงเทพธุรกิจ

DTAC ใน 4Q62 จะอยู่ที่ 1.65 พันล้านบาท (-7% QoQ, +8% YoY) โดยกำไรที่ลดลง QoQ จะเป็นเพราะ i) รายได้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเป็น 2.08 หมื่นล้านบาท (+1.4% QoQ) เนื่องจากมีการออกโปรโมชั่นราคาถูกตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ii) ต้นทุนเพิ่มขึ้น และ iii) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้นตามการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่มากขึ้นในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ในขณะเดียวกันกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จะมาจากการที่รายได้โต 16% YoY ตาม ARPU ที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่าบริษัทจะไม่มีรายการพิเศษใน 4Q62 ดังนั้น กำไรสุทธิใน 4Q62 จึงน่าจะเท่ากับกำไรหลักที่ 1.65 พันล้านบาท หรือลดลง 11% QoQ แต่พลิกจากขาดทุนสุทธิ 4.98 พันล้านบาทใน 4Q61 ซึ่งเป็นไตรมาสที่บริษัทบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษราว 6.5 พันล้านบาท


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com