• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561

    12 กุมภาพันธ์ 2561 | Economic News


• ดัชนีดอลลาร์เมื่อคืนวันศุกร์ปรับแข็งค่าขึ้น 0.22% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ที่บริเวณ 90.427 จุด สำหรับภาพรวมรายสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้น 1.41% ซึ่งเป็นอัตราที่มากที่สุดในรอบ 15 เดือน

ทั้งนี้ ค่าเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อของนักลงทุน หลังจากตลาดหุ้นเกิดความผันผวนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับร่วงลงไปกว่า 1,000 จุด เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯที่ปรับสูงขึ้นแตะระดับสู.สุดในรอบ 4 ปี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของอัตราเงินเฟ้อ จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก และกระแสคาดการณ์ว่าบรรดาธนาคารกลางต่างๆอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิม

• เช้านี้ค่าเงินเยนปรับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ แต่ภาพรวมยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 5 เดือน หลังจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯสามารถรีบาวน์ได้ในช่วงปลายสัปดาห์ จึงทำให้ตลาดมีการลดปริมาณการซื้อขายค่าเงินประเภท Safe-Haven

โดยค่าเงินเยนปรับลงมา 0.2% ที่ระดับ 108.62 เยน/ดอลาร์ หลังจากที่ลงไปทำระดับแข็งค่ามากที่สุดนับตั้งแต่ 11 ก.ย. ที่ระดับ 108.05 เยน/ดอลลาร์ และส่งผลให้ภาพรวมค่าเงินเยนสัปดาห์ที่แล้วอยู่ในทิศทางแข็งค่า 1.3%

• ด้านค่าเงินยูโรทรงตัวบริเวณ 1.2258 ดอลลาร์/ยูโร ขณะที่ภาพรวมสัปดาห์ที่แล้วอยู่ในทิศทางอ่อนค่าไปประมาณ 1.6% ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่พ.ย. ปี 2016 ท่ามกลางภาวะความเชื่อมั่นที่ลดลง ประกอบกับภาวะความผันผวนในตลาดค่อนข้างสูงจึงทำให้นักลงทุนเลือกที่จะทำการลดสถานะการถือครองของตนเอง

• ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯในสัปดาห์ที่ผ่านมาผันผวนปรับตัวขึ้นอย่างมาก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีคืนวันศุกร์ร่วงลง 1.4 จุดที่ระดับ 2.835% จากระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีเมื่อวันจันทร์ที่แล้วบริเวณ 2.885% 

• รายงานล่าสุดชี้ว่า หลังจากที่สหรัฐฯเผชิญกับภาวะ Shutdown ทำให้สภาคองเกรสและนายโดนัลด์ ทรัมป์ ทำการลงนามร่างกฎหมายข้อตกลงฉบับชั่วคราว ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้มียอดขาดดุลสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญต่อปี ท่ามกลางงบประมาณทางการทหารและภายในประเทศครั้งใหม่

อย่างไรก็ดี ทางทำเนียบขาว คาดการณ์ว่า นายทรัมป์จะทำการเปิดเผยรายละเอียดแผนงบประมาณปี 2019 ที่อาจขึ้นอยู่กับสมมติฐานอันสดใสของเขาเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ระดับ 3.2% ในปีหน้า

ทั้งนี้ ทางทำเนียบขาว ระบุว่า หากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯสูงกว่า 2.5% ในปีที่ผ่านมา และระหว่างกรอบ 2.5 – 2.7% ตามคาดการณ์ในปีนี้ ก็คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป และเชื่ออีกว่าในปี 2021 เศรษฐกิจสหรัฐฯจะขยายตัวได้มากถึง 3%

• นางคริสติน ลาการ์ด ประธานองค์กร IMF กล่าวว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดการเงินทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินควรมีการปฏิรูประบบเพื่อป้องกันความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

• รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส เผย ธนาคารอังกฤษมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับอัตราเงินเฟ้อที่กำลังขยายตัว แต่จะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป

• รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจที่จะเสนอชื่อนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าบีโอเจคนปัจจุบัน ซึ่งจะหมดวาระให้เดือนเม.ย. นี้ ให้ดำรงต่อไปอีกวาระ จึงหนุนกระแสคาดการณ์ว่าบีโอจะยังคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไป

• ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิด -3.2% บริเวณ 59.20 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิด -3.1% บริเวณ 62.79 เหรียญ/บาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบปิดร่วงมากกว่า 3% เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 60 เหรียญ/บาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. ท่ามกลางสัญญาณการเพิ่มขึ้นปริมาณอุปทานน้ำมันในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ในภาพรวมรายสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบ WTI และ ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลดลงไป 10% และ 9% ตามลำดับ สำหรับภาพรวมรายปีราคาน้ำมันทั้ง 2 ปรับร่วงลงไปแล้วกว่า 11%

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com