• FX Street ชี้ ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ย จะส่งผลอย่างไรต่อดอลลาร์?!!

    1 กุมภาพันธ์ 2561 | Economic News


หลังจากที่เฟดตัดสินใจประกาศคงดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อคืนนี้ เราก็จะทราบถึงรายงานการประชุมวาระดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 14 ก.พ. นี้ ก่อนที่ะจมีการประชุมวาระต่อไปในวันที่ 20-21 มี.ค. โดยเป็นการประชุมที่ครอบคลุมไปถึงคาดการณ์ครั้งใหม่และมีถ้อยแถลงของประธานเฟดด้วย

ทั้งนี้ ตลาดคาดมองว่า ไม่เพียงแต่การประชุมวาระล่าสุดจะเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของ นางเจเน็ต เยลเลน ในฐานะประธานเฟดเท่านั้น แต่ยังเป็นการลาออกจากตำแหน่งคณะกรรมาธิการของเฟดด้วย ขณะที่ประธานเฟดคนใหม่นั้น ได้แก่ นายเจอโรม โพเวลล์ ซึ่งเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า มีโอกาสมากถึง 75% ที่เฟดจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค.

และจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะตลาดแรงงาน ประกอบกับข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนล่าสุดที่เปิดเผยโดย ADP ที่ยังชี้ว่ามีการจ้างงานเพิ่มขึ้นที่ระดับ 234,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้นักเศรษฐศาสตร์จาก Moody's Analytics มองว่า ข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งในเดือนม.ค. จะส่งผลให้ภาพรวมของปี 2018 ดูจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 8 เดือนในปีนี้ ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯจะทำให้มีการเปิดรับสมัครตำแหน่งงานเพิ่มสูงขึ้นได้ถึง 2 ล้านตำแหน่ง แต่หากมีการปรับอ่อนตัวในระยะสั้น ก็มีแนวโน้มมาจากภาคธุรกิจที่ไม่สามารถหาแรงงานเพื่อเติมเต็มการเปิดรับสมัครตำแหน่งงานนั้นๆ

แต่ภาพรวมของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งก็ดูจะสนับสนุนให้เฟดปรับนโยบายการเงินให้เข้าสู่ภาวะปกติได้ ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังชะลอตัว

ด้านนักวิเคราะห์จากสถาบัน Nomura ระบุว่า แม้ว่าจะไม่มีสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวาระที่ผ่านมา (30-31ม.ค. แต่ภาพรวมของข้อมูลเศรษฐกิจก็เป็นไปในเชิงบวก และยืนยันถึงการขยายตัวที่สูงขึ้น ซึ่งการที่เฟดไม่ได้ทำอะไร ส่งผลให้ตลาดและนักวิเคราะห์เลือกที่จะหาสัญญาณว่าการประชุมครั้งต่อไปจะไปในทิศทางใด

นักวิเคราะห์จาก Westpac กล่าวว่า นับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ถึงการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยมีการขยับเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย และแผนปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ภาพระยะสั้นและระยะกลางทางเศรษฐกิจเป็นไปในเชิงบวก ดังนั้น เราจึงคาดว่าเฟดจึงน่าจะทำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มี.ค.,มิ.ย. และก.ย.

ผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์ดูเหมือนจะไม่สามารถกลับมาแข็งค่าได้หลังจากที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่องในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวแถวระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี และทำให้ภาพหลักยังเป็นทิศทางอ่อนค่า

ขณะที่วัฎจักรการคุมเข้มทางการเงินของเฟดดูจะไม่สามารถเกื้อหนุนให้ดอลลาร์นั้นกลับมาแข็งค่าได้ ท่ามกลางสัญญาณจากธนาคารกลางต่างๆที่ก็ดูเหมือนจะดำเนินการคล้ายกับเฟด จึงยิ่งกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง และเมื่อวานนี้ดอลลาร์ทรงตัวแถวระดับ 89 จุด ก่อนทราบผลประชุมเฟด ซึ่งภาพรวมหากผลประชุมเฟดเมื่อคืนนี้สร้างความแปลกใจโดยมีแนวโน้มจะคุมเข้มทางการเงินก็อาจทำให้ดัชนีดอลลาณ์ดีดกลับในระยะสั้น ซึ่งหากผ่าน 89.6 จุด ก็อาจกลับขึ้นไปแถวระดับแนวต้านสำคัญที่แข็งแกร่งบริเวณ 90.4 จุด ได้ แต่หากเฟดมีสัญญาณจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น จะทำให้ถ้อยแถลงนั้นดูเป็นเชิงผ่อนคลายทางการเงิน ก็อาจทำให้ดอลลาณ์กลับทดสอบ 88.7 เหรียญ และมีโอกาสร่วงลงกลับสู่ระดับต่ำสุดบริเวณ 88.45 จุด และอาจลงไปแถวแนวรับสำคัญบริเวณ 88 จุดได้ และในวันนี้ (1 ก.พ.) ดัชนีดอลลาร์มีการเคลื่อนไหวแถวระดับ 89.093 จุด

ที่มา: FXStreet

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com