• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2560

    16 สิงหาคม 2560 | Economic News


 

·         ค่าเงินดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ โดยดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังจากที่ข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯออกมาดีขึ้นกว่าที่คาด และปรับขึ้นมากที่สุดในรอบ 7 เดือน  รวมทั้งได้รับปัจจัยเกื้อหนุนจากการที่ผู้นำเกาหลีเหนือชะลอการตัดสินใจเกี่ยวกับการยิงมิสไซน์ไปยังเกาะกวมของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้น 0.45แถวระดับ 93.848 จุด ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา

ขณะที่ค่าเงินเยนกลับอ่อนค่าลงมากว่า 1ซึ่งเป็นระดับการอ่อนค่ารายวันที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ 3 ก.ค. โดยเช้านี้อยู่ที่ระดับ 110.66 เยน/ดอลลาร์ ซึ่งยังคงยืนเหนือระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนบริเวณ 108.72 เยน/ดอลลาร์ได้ ทางด้านค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงทำระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 28 ก.ค. ที่ระดับ 1.1687 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนที่เช้านี้จะดีดกลับมาทรงตัวแถวระดับ 1.1743 ดอลลาร์/ยูโร

·         รายงานจากรอยเตอร์ส ระบุว่า ข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯปรับตัวขึ้นเกินคาดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 7 เดือน ในเดือนก.ค. เพราะได้รับอานิสงส์จากกลุ่มผู้บริโภคที่มีการเข้าซื้อยานยนต์เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการใช้จ่ายด้วยความระมัดระวังที่เพิ่มขึ้น จึงบ่งชี้ว่า สภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯมีการขยายตัวในทิศทางที่ดีในช่วงเริ่มต้นไตรมาสที่ 3/2017

นอกจากนี้ การปรับทบทวนข้อมูลยอดค้าปลีกในเดือนมิ.ย.และพ.ค. ให้เพิ่มสูงขึ้น อาจช่วยชดเชยความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลงในช่วงเริ่มต้นปีที่ผ่านมา และข้อมูลยอดค้าปลีกล่าสุดมีแนวโน้มจะหนุนให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค.ได้

·         ขณะเดียวกันสินค้าคงคลังภาคธุรกิจของสหรัฐฯปรับตัวขึ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 7 เดือนในเดือนมิ.ย. ท่ามกลางกลุ่มผู้ค้าปลีกที่สะสมสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้น ท่ามกลางสัญญาณภาวะอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศ

·         หลังการประกาศข้อมูลยอดค้าปลีกที่ออกมาดีขึ้นกว่าที่คาดก็ยิ่งเพิ่มกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงสิ้นปีนี้ โดยล่าสุดเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group แสดงให้เห็นว่า ตลาดเริ่มกลับมาประเมินโอกาสเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงสิ้นปีนี้ไว้ประมาณ 54โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 37เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

·         รายงานจาก CNBC ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอคอยอาจเป็น รายงานการประชุมของเฟดเมื่อเดือนที่ผ่านมา หากว่าในรายงานประกอบไปด้วยมุมมองใหม่เกี่ยวกับเงินเฟ้อ หลังจากที่รายงานข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดที่ออกมายังคงอ่อนแอ จึงยิ่งเพิ่มความไม่มั่นใจให้แก่ตลาดว่าเฟดจะสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีกครั้งในปีนี้หรือไม่ตามที่พวกเขาได้คาดการณ์ ขณะที่สมาชิกเฟดมีการแสดงออกทั้งกังวลต่อเงินเฟ้อ หรือบางส่วนมองว่าการอ่อนตัวนั้นเป็นเพียงภาวะชั่วคราว

อย่างไรก็ดี รายงานประชุมเฟดประจำเดือนก.ค. จะเปิดในช่วงเวลา 01.00น. คืนนี้ตามเวลาประเทศไทย

·         นักกลยุทธ์ค่าเงินจาก Mizuho Securities ไม่คาดหวังว่าจะได้เห็นท่าทีคุมเข้มทางการเงินมากขึ้นจากรายงานประชุมเฟดในค่ำคืนนี้ แต่เฟดก็อาจตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.นี้ได้ แม้ว่าการประเมินของตลาดในขณะนี้จะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม

·         รายงานจากรอยเตอร์ส ระบุว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯกลับมาพิจารณาทบทวนกฎหมายสิ่งแวดล้อมและข้อจำกัดการสนับสนุนโครงสร้างภาครัฐบาลในพื้นที่เสี่ยงต่ออุทกภัย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวงเงินค่าใช้จ่ายจำนวน 1 ล้านล้านเหรียญ เพื่อปรับแก้ไขโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ

·         บรรดาตัวแทนจากประเทศแคนาดาเม็กซิโกและสหรัฐฯ เตรียมเริ่มต้นการเจรจาในสนธิสัญญา NAFTA โดยจะจัดขึ้นภายในวันนี้ ภายใจ้ความพยายามที่จะปฏิรูปสนธิสัญญาอายุ 23 ปี ให้มีความทันสมัยมากขึ้น

·         ราคาน้ำมันดิบปิดเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย หลังจากที่ลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ท่ามกลางการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ และสัญญาณอุปสงค์ปิโตรเลียมที่อ่อนแอลงในจีน จึงกดดันตลาดเป็นขาลงติดต่อกันวันที่ 2

น้ำมันดิบ Brent ปิดปรับขึ้น 7 เซนต์ ที่ระดับ 50.80 เหรียญ/บาร์เรล หลังจากที่ร่วงลงไปทำต่ำสุดบริเวณ 50.02 เหรียญ/บาร์เรลวานนี้ ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปิดลดลง 4 เซนต์ ที่ระดับ 47.55 เหรียญ/บาร์เรล หลังจากที่ลงไปทำระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 25 ก.ค. บริเวณ 47.02 เหรียญ/บาร์เรลเมื่อคืนนี้

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com