• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2560

    1 มิถุนายน 2560 | Economic News


 

• เช้านี้ค่าเงินดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.1% ที่ระดับ 97.039 จุด หลังจากที่ร่วงลงไป 0.4% วานนี้ ขณะที่ค่าเงินปอนด์ร่วงลงต่ออีก 0.1% ขณะที่ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลง 0.1% ที่ระดับ 1.1236 ดอลลาร์/ยูโร

• รายงานจากรอยเตอร์ส ระบุว่า แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย หลังทราบรายงานBeige Book ที่แสดงให้เห็นว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคของสหรัฐฯขยายตัวได้ในระดับปานกลาง ดังนั้น เฟดจึงน่าจะสามารถทำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในการประชุมที่จะเกิดขึ้นใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า

โดยผลสำรวจเหล่าเทรดเดอร์ล่าสุดชี้ว่า มีโอกาส 87% ที่เฟดจะทำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.00 – 1.25% ในการประชุม 13-14 มิ.ย.นี้

• คณะบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยเอกสารสำหรับยื่นขอวีซ่าฉบับใหม่ เพื่อเป็นมาตรการคุมเข้มคนเข้าประเทศ โดยเอกสารดังกล่าวจะสอบถามถึงประวัติของผู้สมัครวีซ่าย้อนหลังไปอย่างน้อย 15 ปี รวมถึงประวัติการใช้ Social Media ย้อนหลังไปอย่างน้อย 5 ปี ท่ามกลางเสียงเสียงคัดค้านจากบรรดานักศึกษา เนื่องจากกระบวนการยื่นขอวีซ่าฉบับใหม่นี้จะส่งผลกระทบให้เกิดความยากลำบากในการเข้ามาศึกษาต่อในสหรัฐฯ

• เมื่อคืนที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามโน้มน้าวให้บรรดาวุฒิสมาชิกในสภาคองเกรส รับฟังคำกล่าวของนายคาเตอร์ เพจ อดีตที่ปรึกษา เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ขณะที่นางฮิลลารี คลินตัน เชื่อว่านายทรัมป์ เป็นผู้ชักใยให้รัสเซียเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งเมื่อปีที่ผ่านมา

• สำนักข่าวรายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยจะทำการประกาศแนวทางการตัดสินใจของเขาในเร็วๆนี้ ว่าจะถอดถอนสหรัฐฯออกจากข้อตกลงสิ่งแวดล้อมของฝรั่งเศสหรือไม่

• เลขาธิการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจาข้อตกลง NAFTA น่าจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงต้นเดือนมกราคมนี้ ก่อนที่จะเกิดการเลือกตั้งทั่วไปในเม็กซิโก ประกอบกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในปี 2018

• ข้อมูลเงินเฟ้อยูโรโซนอ่อนตัวลงเกินคาดในเดือนพ.ค. ที่ระดับ 1.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของเยอรมนี และสเปน รวมถึงประเทศสมาชิกอื่นๆ จึงสะท้อนเหตุผลที่อีซีบีจำเป็นต้องชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการกระตุ้นเศรษฐกิจ

• รายงานจาก The Sun ระบุว่า ก่อนการเลือกตั้งอังกฤษในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ ดูเหมือนว่าภาพรวมพรรคอนุรักษ์นิยมของ นางเทเรซ่า เมย์ จะมีคะแนนนำพรรคแรงงานเพียง 6% เท่านั้น

• โพลล์ของ The SurveyMonkey ระบุว่า พรรคอนุรักษ์นิยมมีคะแนนนำ 44% ขณะที่พรรคแรงงานมีคะแนนนิยม 38%

• ผลสำรวจจาก YouGov ชี้ให้เห็นว่า นางเมย์ อาจสูญเสียเสียงส่วนใหญ่ในสภาได้ ท่ามกลางคะแนนที่ยังสูสีกัน โดยล่าสุด พรรคอนุรักษ์นิยมมีคะแนนนำ 41% ขณะที่พรรคแรงงานมีคะแนนนิยมตามมา 38% โดยล่าสุดห่างเพียง 3% เท่านั้น ส่งผลให้โอกาสที่พรรคอนุรักษ์นิยมจะคว้าเก้าอี้ใสสภามีอยู่ที่ระดับ 275 – 344 ที่นั่ง ด้านพรรคแรงงานมีโอกาสได้เก้าอี้ 227-289 ที่นั่งในสภาฯ

• ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง 3% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ท่ามกลางปริมาณการผลิตน้ำมันของลิเบียที่เพิ่มขึ้น โดยน้ำมันดิบ Brent ปิดลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 แม้ว่ากลุ่มโอเปกจะพยายามปรับลดกำลังการผลิต ประกอบกับมีกระแสคาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯจะปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 8 นับตั้งแต่ที่ขึ้นไปทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงสิ้นเดือนมี.ค.

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดลดลง 1.53 เหรียญ หรือคิดเป็น 3.0% ที่ระดับ 50.31 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับการปิดต่ำสุดนับตั้งแต่ 10 พ.ค. ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 1.34 เหรียญ หรือคิดเป็น -2.7% ที่ระดับ 48.32 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 12 พ.ค.

• นักลงทุนรอคอยการประกาศข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯประจำสัปดาห์ที่ผ่านมาที่จะเปิดเผยในคืนนี้ หลังจากที่ถูกเลื่อนประกาศจากวันหยุดประจำชาติในวัน Memorial Day

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com