• สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 26 พฤษภาคม 2559

    26 พฤษภาคม 2559 | SET News


ตลาดหุ้นญี่ปุ่นทรงตัวในวันนี้ หลังจากที่วานนี้ปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยได้รับแรงกดดันจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น

ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% สู่ระดับ 16,772.46 จุด ทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน

ตลาดหุ้นฮ่องกงทรงตัววันนี้ หลังจากที่ปรับตัวสูงขึ้นมากวานนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากการที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนลดลง

ดัชนี Hang Seng ปรับตัวสูงขึ้น 0.1% สู่ระดับ 20,397.11 จุด

ตลาดหุ้นจีนปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ โดยการปรับตัวสูงขึ้นของหุ้นกลุ่ม Big Cap ช่วยหนุนให้ตลาดฯสามารถปรับตัวสูงขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง ซึ่งทำไปในการซื้อขายช่วงเช้าได้

ดัชนี Shanghai Composite ปรับตัวสูงขึ้น 0.3% สู่ระดับ 2,822.44 จุด


ผู้ว่าธปท.มองตลาดทุน-ตลาดเงินยังผันผวนจากทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ระบุส่งออกเม.ย.ที่ติดลบ 8% ไม่เกินคาดหมายของ ธปท. เกิดจากปัจจัยชั่วคราวหลายตัวกดดัน

ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธปท.ได้มีการเตือนมาตลอดว่าในปีนี้จะต้องความระมัดระวังเรื่องความผันผวนที่มาจากตลาดเงินตลาดทุนโลกและปัจจัยที่มีผลต่อความผันผวนค่อนข้างมากมาจากนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลักๆ โดยจะเห็นว่าในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา ได้เกิดความผันผวนทั้งในส่วนของอัตราดอกเบี้ยตลาดพันธบัตร ค่าเงิน ซึ่งปัจจัยสำคัญที่เกิดขึ้นนั้นมาจากทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้ตลาดส่วนใหญ่จะคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมช่วงเดือนมิ.ย.นี้ก็ตาม

สำหรับผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยนั้น ผู้ว่า ธปท. ระบุว่า ยังไม่ต้องกังวลเพราะไทยมีกันชนในด้านต่างประเทศอยู่ค่อนข้างมาก ในขณะที่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายประเทศ อาจจะอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดเงินตลาดทุนโลกมากกว่าไทย เนื่องจากมีสัดส่วนการกู้ยืมจากต่างประเทศสูง ในขณะที่ไทยไม่ได้มีการพึ่งการกู้ยืมจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงอีกทั้งนักลงทุนต่างประเทศยังเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรไม่สูงมาก

ขณะที่ กล่าวถึงตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนเม.ย.ที่ ติดลบ 8% ว่า ในส่วนของธปท.รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ได้มีการประเมินไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าสถานการณ์ส่งออกปีนี้จะต้องเผชิญอุปสรรคหลายด้าน ซึ่งทั้งปีธปท.ประเมินการส่งออกไทยติดลบ 2%

โดยการที่ตัวเลขส่งออกในเดือนเม.ย. ออกมาติดลบ 8% ไม่ได้เหนือความคาดหมายของธปท.เพราะมองว่าในเดือนเม.ย.มีปัจจัยกดดันหลายตัว แต่เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น เช่น การที่มีวันหยุดยาว ราคาน้ำมันที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งในเรื่องของราคา ปริมาณการผลิตที่มีการปิดโรงกลั่นสำคัญ การปรับโครงสร้างการผลิตรถยนต์ที่มีผลให้ยอดส่งออกรถยนต์เปลี่ยนแปลงไปบ้าง และเรื่องของทองคำ

กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 (ต.ค.58 - เม.ย.59) จัดเก็บได้ 1,247,907 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 70,577 ล้านบาท หรือ 6.0% และสูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 8.7%

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com