• สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 7 มีนาคม 2559

    7 มีนาคม 2559 | Economic News





ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ แม้ว่าข้อมูลการจ้างงานยังคงแข็งแกร่ง แต่อัตราจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยปรับตัวลดลง และยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 2.2% ประกอบกับยอดนำเข้าส่งออกหดตัว จึงลดกระแสคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่เช้านี้ดัชนีดอลลาร์ปรับลงมาที่ระดับ 97.30

ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นมาบริเวณ 1.0995 ดอลลาร์/ยูโร จากระดับ 1.0955 ดอลลาร์/ยูโร ขณะที่ค่าเงินเยนแข็งค่าลงมาที่ระดับ 113.54 เยน/ดอลลาร์

ผลการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯในคืนวันศุกร์ พบว่า ข้อมูลภาคแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง นำโดยการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของรัฐบาลสหรัฐฯที่ออกมาดีขึ้นเกินคาดแตะระดับ 242,000 ตำแหน่ง โดยเพิ่มขึ้น 70,000 ตำแหน่งเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่มีการปรับทบทวนขึ้นที่ระดับ 172,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานยังทรงตัวที่ระดับ4.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่เมษายน 2008

ด้านอัตราค่าแรงเฉลี่ยรายชั่วโมงของสหรัฐฯปรับตัวลง 0.1% ในเดือนกุมภาพันธ์ จึงบ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเรื่องเงินเฟ้อถือเป็นประเด็นสำคัญที่เฟดกำลังเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดในการประเมินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง

สำหรับยอดขาดดุลการค้าสหรัฐฯประจำเดือนมกราคมปรับตัวสูงขึ้น 2.2% แตะระดับ 4.57 หมื่นล้านเหรียญฯ โดยเพิ่มขึ้น1 พันล้านเหรียญ ด้านยอดส่งออกปรับตัวลง 3.3% ที่ระดับ 1.169 แสนล้านเหรียญ นับเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่พฤศจิกายนปี 2010 ขณะที่ยอดนำเข้าปรับตัวลง 1.6% สู่ระดับ 1.806 แสนล้านเหรียญ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2011

ทั้งนี้ ภาคการส่งออกของสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ รวมทั้งภาคอุปสงค์ที่อ่อนแอทั่วโลก

ผลสำรวจจากรอยเตอร์ส พบว่า เจ้าหน้าที่ภาคธนาคารระดับสูงหลายแห่ง คาดว่าเฟดจะทำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เพียง 2 ครั้งในช่วงสิ้นปีนี้ และมีระดับดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.875% ในช่วงสิ้นปี โดยปรับลดลงจากกระแสคาดการณ์ในช่วงต้น ก่อนที่เฟดจะเข้าสู่กำหนดการประชุมในอีก 2 สัปดาห์จากนี้

รายงานจาก ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า ค่าเงินหยวนจะเข้าสู่ตะกร้าเงิน SDR โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้ หลังจากที่จีนพยามผลักดันให้ค่าเงินหยวนมีบทบาทมากขึ้น และในช่วงปลายปีทีผ่านมา เจ้าหน้าท่ไอเอ็มเอฟกว่า 188 รายต่างเห็นพ้องในการรวมสกุลเงินหยวน เข้าสู่ตะกร้าเงิน เช่นเดียวกับ ดอลลาร์, ยูโร, เยน, ปอนด์, สวิสฟรังก์, ออสเตรเลียนดอลาร์ และแคนาเดียนดอลลาร์

อียู เผยว่า มีการขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ โดยเพิ่มการคว่ำบาตรต่อชาวเกาหลีเหนืออีก 16 คน และอีก12 บริษัท หลังจากที่เกาหลีเหนือทำการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธครั้งล่าสุด

สำหรับการประชุมสภาประชาชนจีนฯ เผยว่า สภาพเศรษฐกิจของจีนไม่มีแนวโน้มจะประสบกับภาวะ Hard Landing และจะไม่ฉุดรั้งให้ต่อสภาพเศรษฐกิจของโลก แต่ความไม่แน่นอนและความไม่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกก็ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ รัฐบาลจีน กำหนดเป้าหมายอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนปี 2016 ที่ระดับ 6.5% - 7.0% พร้อมกำหนดอัตราการขยายตัวรายปีโดยเฉลี่ยที่ระดับ 6.5% จนถึงปี 2020 และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการขาดดุลต่อตัวเลข GDP ขึ้นเป็น 3% ในปีนี้ จากปีที่แล้วที่ระดับ 2.3% และจะปรับลดภาษีเป็นวงกว้าง

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนจะเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการทหารประมาณ 7.6% ในปีนี้ สู่ระดับ 9.5435 แสนล้านหยวน หรือ 1.4667 แสนล้านเหรียญ หลังจากที่ค่าใช้จ่ายในปีที่ผ่านมาของทางการทหารปรับขึ้น 10.1% แตะระดับ 8.869 แสนล้านหยวน

น้ำมันดิบ WTI ปิด +3.9% ที่ระดับ 35.92 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ปิด +4.5% ที่ระดับ 38.72 เหรียญ/บาร์เรล เพราะได้รับแรงหนุนจากภาคการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ขณะทีตลาดยังมีมุมมองเชิงบวกจากประเด็นการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ โดยจะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการประชุมเดือนนี้

รายงานจากรอยเตอร์สล่าสุด ระบุว่า กลุ่มเจ้าหนี้จากอียูและไอเอ็มเอฟ มีแนวโน้มจะเดินทางไปกรีซในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ เพื่อเริ่มทบทวนแผนปฏิรูปขั้นสุดท้าย เพื่อเป็นการปูทางให้กรีซได้รับเงินกู้เพิ่มเติม รวมทั้งการหารือเรื่องการผ่อนคลายหนี้สินกรีซ ซึ่งหากกลุ่มเจ้าหนี้เห็นพ้องกันในแผนปฏิรูปของกรีซ ก็จะส่งผลให้เกิดข้อตกลงทางการเงินครั้งที่ 3 


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com