
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● Unemployment Claims ออกมาที่ 213K ต่ำกว่าคาดการณ์ 214K และต่ำกว่าครั้งก่อน 214K
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนมีความหวังน้อยลงว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากสงครามอิหร่านได้ผลักดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 53.30 ดอลลาร์ หรือ 1.03% ปิดที่ 5,125.80 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -99.0 เหรียญ หรือ -1.91% มาอยู่ที่ระดับ 5,079.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 5,119.0 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -1.88 เหรียญ หรือ -2.19% มาอยู่ที่ระดับ 83.86 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 85.43 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 1.43 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,075.85 ตัน ภาพรวมเดือนมีนาคมขายออก 25.48 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 3.86 ตัน
● ธนาคารกลางของชิลีได้เข้าซื้อทองคำครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2543 โดยเพิ่มการถือครองทองคำในทุนสำรองเป็นมูลค่า 1.108 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนก.พ. จากระดับ 42 ล้านดอลลาร์ ในเดือนม.ค. คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2.2% ของทุนสำรองทั้งหมด ทั้งนี้ หากอ้างอิงราคาทองคำประมาณ 5,000 เหรียญต่อออนซ์ จะเทียบเท่าการซื้องทองคำราว 221,600 ออนซ์ หรือประมาณ 6.9 ตัน
● Kitco มองว่า ราคาทองคำร่วงเกือบ 100 เหรียญ หลังสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรล เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดพลังงาน อย่างไรก็ตาม แม้มาตรการดังกล่าวส่งสัญญาณการแทรกแซงตลาด แต่ราคาน้ำมันยังพุ่งขึ้น สะท้อนว่าวิกฤตพลังงานยังรุนแรง Kitco มองว่าการปรับตัวลงของทองคำครั้งนี้ เป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การกลับตัวของแนวโน้มหลัก.
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.29 จุด หรือ 0.29% มาอยู่ที่ระดับ 99.74 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 99.6 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 4.253% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.725% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.53%
● การประชุมนโยบายการเงินของเฟดจะมีขึ้นในวันที่ 17–18 มี.ค. แม้ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบควบคุม แต่ผลกระทบจาก สงครามอิหร่านและราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ยังไม่สะท้อนในข้อมูลเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดคาดว่าเฟดจะ คงดอกเบี้ย และจับตารายงานคาดการณ์เศรษฐกิจใหม่อย่างใกล้ชิด.
● ทรัมป์กดดันเฟดให้ ลดอัตราดอกเบี้ยทันที ก่อนการประชุม FOMC วันที่ 17 มี.ค. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระต้นทุนการกู้ยืมของประชาชน เฟดย้ำว่าการตัดสินใจนโยบายการเงินจะอิงข้อมูลเศรษฐกิจ ไม่ใช่แรงกดดันทางการเมือง.
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 700 จุดในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นหลังจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
● ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,677.85 จุด ลดลง 739.42 จุด หรือ -1.56%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,672.62 จุด ลดลง 103.18 จุด หรือ -1.52%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,311.98 จุด ลดลง 404.16 จุด หรือ -1.78%
● นักวิเคราะห์จาก Carson Group ให้ความเห็นว่า สถานการณ์ในขณะนี้บ่งชี้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจจะไม่จบลงในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งทำให้หุ้นเกือบทุกกลุ่มถูกเทขายออกมาอย่างหนัก ยกเว้นหุ้นกลุ่มพลังงาน
● นักลงทุนในตลาดยังคงกังวลกับปัญหาคุณภาพสินเชื่อของบริษัทในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อภาคเอกชน (Private Credit) หลังจาก Partners Group ซึ่งเป็นบริษัท Private Equity ของสวิตเซอร์แลนด์ เตือนว่า อัตราการผิดนัดชำระหนี้ของกลุ่มธุรกิจสินเชื่อภาคเอกชนอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
● นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2568, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน, ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปีในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) หลังจากอิหร่านยกระดับการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทั่วตะวันออกกลาง
● สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 8.48 ดอลลาร์ หรือ 9.72% ปิดที่ 95.73 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 8.48 ดอลลาร์ หรือ 9.22% ปิดที่ 100.46 ดอลลาร์/บาร์เรล
● สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ประกาศว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกดดันศัตรูทางยุทธศาสตร์ และเขายังเรียกร้องให้ปิดฐานทัพสหรัฐฯ ทั้งหมดในตะวันออกกลาง โดยเตือนว่าฐานทัพเหล่านี้อาจกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีหากยังคงเปิดดำเนินการ
● อิหร่านยกระดับการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน หลังเรือเชื้อเพลิง 2 ลำในน่านน้ำอิรักถูกโจมตี ส่งผลให้ท่าเรือน้ำมันของอิรัก หยุดดำเนินการทั้งหมด ขณะที่โอมานได้ เคลื่อนย้ายเรือออกจากท่าเรือส่งออกน้ำมันมินา อัล ฟาฮาล ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเพื่อป้องกันความเสี่ยง
● อดีตที่ปรึกษาของทรัมป์เผยว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก จากสงครามในตะวันออกกลาง
ข่าวการเมือง
● ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บน Truth Social ว่า แม้ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะสร้างรายได้มหาศาลให้สหรัฐฯ ในฐานะผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก แต่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากกว่าคือการหยุดยั้งอิหร่านไม่ให้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ทรัมป์ระบุว่า หากอิหร่านครอบครองอาวุธดังกล่าวจะเป็นภัยร้ายแรงต่อเสถียรภาพของตะวันออกกลางและต่อความมั่นคงของโลก
● รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมที่จะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในขณะนี้ แต่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่จะสามารถคุ้มกันได้ภายในสิ้นเดือนนี้ และกล่าวเสริมว่า ขณะนี้ สหรัฐฯกำลังมุ่งเน้นในการนำทรัพยากรทางทหารไปทำลายขีดความสามารถในการโจมตีของอิหร่าน รวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิตที่สนับสนุนศักยภาพการโจมตีดังกล่าว
● สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ จะพบกับ เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่กรุงปารีส ระหว่างวันที่ 15–16 มี.ค. การพบปะครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสานต่อการเจรจาด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ ก่อนการประชุมสุดยอดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในปลายเดือนนี้
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.17 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงหนัก” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 31.85 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.90-32.30 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
Tags : ข่าวทอง, ทอง, ราคาทอง
