
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● Core CPI m/m ออกมาที่ 0.2% เท่ากับคาดการณ์ 0.2% และต่ำกว่าครั้งก่อน 0.3%
● CPI m/m ออกมาที่ 0.3% เท่ากับคาดการณ์ 0.3% และสูงกว่าครั้งก่อน 0.2%
● CPI y/y ออกมาที่ 2.4% เท่ากับคาดการณ์ 2.4% และเท่ากับครั้งก่อน 2.4%
● ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ล่าสุดโดยรวมออกมาตามคาดการณ์ทั้งหมด โดย Core CPI ชะลอลงจากเดือนก่อน ขณะที่เงินเฟ้อรายปีอยู่ที่ 2.4% ใกล้ระดับเป้าหมาย 2% ของเฟด และทรงตัวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ค่อย ๆ ลดลง อย่างไรก็ตามรายงานนี้ เป็นการสะท้อนเงินเฟ้อ ก่อนผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากสงครามอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในเดือนถัดไป
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (11 มี.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันจะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 63 ดอลลาร์ หรือ 1.20% ปิดที่ 5,179.10 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -15.0 เหรียญ หรือ -0.29% มาอยู่ที่ระดับ 5,176.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 5,156.0 เหรียญ
● ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -2.63 เหรียญ หรือ -2.98% มาอยู่ที่ระดับ 85.75 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 85.56 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.72 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,077.28 ตัน ภาพรวมเดือนมีนาคมขายออก 24.05 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 5.29 ตัน
● นักวิเคราะห์จาก Zaner Metals ให้ความเห็นว่า ดูเหมือนว่านักลงทุนในตลาดทองคำพยายามชั่งน้ำหนักระหว่างความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงสงคราม กับความกังวลที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นอันเนื่องมาจากความร้อนแรงของราคาน้ำมัน ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Standard Chartered ยังคงมีมุมมองบวกต่อทิศทางราคาทองคำ โดยคาดว่าราคาทองคำจะกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นอีกครั้งหลังจากผ่านพ้นช่วงการทำกำไรในระยะสั้นไปแล้ว
● นักวิเคราะห์จาก Unicus Research มองว่า ความเสี่ยงในตลาดสินเชื่อภาคเอกชน อาจกดดันเศรษฐกิจโลกและหนุนความต้องการทองคำในระยะยาว โดยตลาดสินเชื่อภาคเอกชนขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จนมีมูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน และส่วนใหญ่อยู่นอกการกำกับดูแลแบบเดียวกับระบบธนาคาร จึงอาจกลายเป็น ความเสี่ยงสำคัญต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลก และทำให้ความเชื่อมั่นในตลาดสินเชื่อลดลง
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปิดปรับตัวขึ้น 0.32 จุด หรือ 0.32% มาอยู่ที่ระดับ 99.25 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 99.42 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.08 % มาอยู่ที่ระดับ 4.234% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.08 % มาอยู่ที่ระดับ 3.668% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.57%
● ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีกำหนดจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ โดยตลาดคาดการณ์เป็นวงกว้างว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และคาดว่าคณะกรรมการเฟดจะประเมินความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งตลาดแรงงานที่ส่งสัญญาณอ่อนแอลง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่ามีโอกาสที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น หรือ Stagflation
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (11 มี.ค.) โดยตลาดยังคงถูกกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและมีความเสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยล่าสุด กองบัญชาการทหารของอิหร่านเตือนว่า ทั่วโลกควรเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันที่จะพุ่งขึ้นแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,417.27 จุด ลดลง 289.24 จุด หรือ -0.61%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,775.80 จุด ลดลง 5.68 จุด หรือ -0.08% และ
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,716.14 จุด เพิ่มขึ้น 19.03 จุด หรือ +0.08%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 4% ในวันพุธ (11 มี.ค.) หลังมีรายงานการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซครั้งใหม่ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าภาวะชะงักของอุปทานน้ำมันจะทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าข้อเสนอของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ในการระบายคลังสำรองน้ำมันครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์นั้น ยังไม่เพียงพอที่จะบรรเทาความกังวลเหล่านี้ได้
● สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 3.80 ดอลลาร์ หรือ 4.55% ปิดที่ 87.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 4.18 ดอลลาร์ หรือ 4.76% ปิดที่ 91.98 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ณ เวลา 7.40 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบ WTI เปิดตลาดพุ่งขึ้น 6.15 ดอลลาร์ หรือ 7.05% สู่ระดับ 93.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันระหว่างประเทศ 2 ลำถูกโจมตีในน่านน้ำอิรัก ส่งผลให้ตลาดมีความวิตกเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน
● IEA เตรียมปล่อย น้ำมันสำรองฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรล จากประเทศสมาชิก ซึ่งมากกว่าสองเท่าของปริมาณ 182.7 ล้านบาร์เรล ที่เคยปล่อยในปี 2022 ช่วงสงครามรัสเซีย–ยูเครน
● ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นประกาศปล่อยน้ำมันสำรองวันที่ 16 มี.ค. เพื่อบรรเทาผลกระทบราคาพลังงานภายในประเทศ เนื่องจากพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงถึง 95%
● ด้านกองกำลังของอิหร่านยังคงเดินหน้าโจมตีเรือสินค้าและยิงถล่มอิสราเอลรวมถึงเป้าหมายอื่น ๆ ทั่วตะวันออกกลาง นอกจากนี้ กองบัญชาการทหารของอิหร่านเตือนว่า ทั่วโลกควรเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันดิบที่จะพุ่งขึ้นแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าระดับปัจจุบันกว่าสองเท่า
ข่าวการเมือง
● อิหร่านผ่านกองกำลัง IRGC ยอมรับว่าได้โจมตีเรือสินค้าไทย “มยุรี นารี” ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างว่าเรือไม่ปฏิบัติตามคำเตือนและพยายามผ่านช่องแคบโดยผิดกฎหมาย เหตุการณ์ทำให้เรือเกิดไฟไหม้ ลูกเรือส่วนใหญ่ได้รับการช่วยเหลือ และเป็นหนึ่งในหลายเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ในพื้นที่ที่ความตึงเครียดทางทหารกำลังเพิ่มสูงขึ้น
● กองทัพอิหร่านเตือนสหรัฐฯ ว่าหากโจมตีท่าเรือของอิหร่าน อิหร่านจะตอบโต้ครั้งใหญ่และโจมตีท่าเรือหรือศูนย์เศรษฐกิจในอ่าวเปอร์เซียทั้งหมด หลังจากที่ CENTCOM หรือ กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ ออกคำเตือนให้พลเรือนอิหร่านหลีกเลี่ยงพื้นที่ท่าเรือซึ่งอาจกลายเป็นเป้าหมายทางทหาร
● ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Axios ว่าสงครามกับอิหร่านอาจจบในเร็วๆ นี้ เพราะกองทัพสหรัฐฯ ทำลายเป้าหมายสำคัญไปเกือบหมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ทหารระบุว่ายังไม่มีคำสั่งหยุดสงครามอย่างเป็นทางการ และสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด
● รัสเซียเผยว่าการเจรจาสงครามยูเครนอาจจัดขึ้นที่ นครอิสตันบูล ในรอบถัดไป และทุกฝ่ายมีความเข้าใจร่วมกันว่าจะเดินหน้าการเจรจาต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับกำหนดการหรือรูปแบบของการเจรจา
● รัฐบาลสหรัฐเปิดการสอบสวนทางการค้ารอบใหม่กับ กว่า 60 ประเทศ เพื่อหาช่องทางในการเรียกเก็บ ภาษีนำเข้าเพิ่มเติม หากพบว่าประเทศเหล่านั้นมีการค้าที่ไม่เป็นธรรม เช่น การผลิตเกินความต้องการของตลาด หรือการใช้แรงงานบังคับในการผลิตสินค้า การสอบสวนครั้งนี้ดำเนินการภายใต้ มาตรา 301 ซึ่งให้อำนาจสหรัฐสามารถใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า และอาจนำไปสู่ การขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในอนาคต.
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.99 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 31.71 บาทต่อดอลลาร์ โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาททยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่องและเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 32 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 31.75–32.15 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
Tags : ข่าวทอง, ทอง, ราคาทอง
