
● Average Hourly Earnings m/m ออกมาที่ 0.4% สูงกว่าคาดการณ์ 0.3% และเท่ากับครั้งก่อน 0.4%
● Core Retail Sales m/m ออกมาที่ 0.0% ต่ำกว่าคาดการณ์ 0.1% และเท่ากับครั้งก่อน 0.0%
● Non-Farm Employment Change ออกมาที่ -92K ต่ำกว่าคาดการณ์ 58K และต่ำกว่าครั้งก่อน 126K
● Retail Sales m/m ออกมาที่ -0.2% สูงกว่าคาดการณ์ -0.3% แต่ลดลงจากครั้งก่อนที่ 0.0%
● Unemployment Rate ออกมาที่ 4.4% สูงกว่าคาดการณ์ 4.3% และสูงกว่าครั้งก่อน 4.3%
● ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยการจ้างงาน Non-Farm Payrolls ติดลบครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี (ตั้งแต่ปี 2021) ขณะที่อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ 4.4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณ 2 ปี สะท้อนการอ่อนตัวของตลาดแรงงาน
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (6 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมถึงตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาต่ำเกินคาด ทำให้ราคาทองคำปิดตลาดสัปดาห์นี้ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์
● แต่ขณะที่ราคาทองฟิวเจอร์เปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ (9 มี.ค.) ร่วงลงกว่า 100 ดอลลาร์ในหลังจากราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าเงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้น และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
● ณ เวลา 07.21 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 103.10 ดอลลาร์ หรือ 2.00% แตะที่ 5,055.60 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลกในช่วงวันศุกร์ (6 มี.ค) ปิดปรับตัวขึ้น 81.0 เหรียญ หรือ 1.59% มาอยู่ที่ระดับ 5,171.0 เหรียญ โดยราคาปัจจุบันเช้านี้ (9 มี.ค) ทองคำปรับตัวร่วงลงมาอยู่บริเวณ 5,075 เหรียญ ลดลงประมาณ 1.90% จากราคาปิดวันก่อนหน้า
● SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,073.32 ตัน ภาพรวมเดือนมีนาคมขายออก 28.01 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 1.33 ตัน
● ราคา Sliver ปิดปรับตัวขึ้น 2.07 เหรียญ หรือ 2.51% ที่ระดับ 84.45 เหรียญ โดยราคาปัจจุบันเช้านี้ปรับร่วงลง (9 มี.ค) เคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 80.7 เหรียญ
● ผลสำรวจ Kitco News ระบุว่า นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทยังมีมุมมองแตกต่างกัน เกี่ยวกับทิศทางราคาทองคำระยะสั้น ท่ามกลางความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านและตลาดที่กำลังรอตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดย 50% คาดว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นในสัปดาห์นี้ ขณะ 22% มองว่าจะปรับลง และอีก 28% เห็นว่าราคาอาจเคลื่อนไหวทรงตัวในระยะสั้น.
● นักกลยุทธ์ตลาดอาวุโสจาก Forex.com กล่าว ยังคงยึดมั่นในมุมมองขาขึ้น โดยมองว่าแนวรับ 5,000 ในตลาดสปอตยังคงแข็งแกร่ง และคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสในการเข้าซื้อที่น่าสนใจในสัปดาห์หน้า
● เอเดรียน เดย์ ประธานบริษัท Adrian Day Asset Management กล่าวว่า ตลาดกำลังพิจารณาผลกระทบจากสงครามอิหร่านอยู่ แต่ปัจจัยระยะยาวที่ผลักดันราคาทองคำให้สูงกว่า 5,000 ดอลลาร์ จะกลับมามีบทบาทอีกครั้งในไม่ช้า
● นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวของราคาทองคำในสัปดาห์นี้เป็นเพียงการพักฐานหลังจากปรับขึ้นแรงก่อนหน้า โดย มาร์ค แชนด์เลอร์ จาก Bannockburn Global Forex ระบุว่าทองคำลดลงราว 3.7% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกดดันตลาด พร้อมเตือนว่าหากราคาหลุด 5,000 เหรียญ อาจปรับลงสู่ 4,850 เหรียญ ได้
● ธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่มการถือครองทองคำในเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องเป็น เดือนที่ 16 โดยซื้อเพิ่ม 30,000 ทรอยออนซ์ (ประมาณ 0.93 ตัน) ส่งผลให้ทุนสำรองทองคำรวมเพิ่มเป็น 74.22 ล้านทรอยออนซ์ (ประมาณ 2,308 ตัน)
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.63 จุด หรือ 0.64% มาอยู่ที่ระดับ 99.64 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ระดับ 4.138% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.556% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.58%
● ภาพรวมเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ ได้แก่ จอห์น วิลเลียมส์ (Fed นิวยอร์ก), ซูซาน คอลลินส์ (Fed บอสตัน) และนีล คาชการี (Fed มินนิอาโพลิส) มองตรงกันว่า ความขัดแย้งในอิหร่านอาจดันราคาน้ำมันและแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะสั้น พร้อมเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะหากราคาพลังงานปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เฟดต้องชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไปก่อน เพื่อประเมินผลกระทบต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ.
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (6 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลกับสัญญาณการชะลอตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,501.55 จุด ลดลง 453.19 จุด หรือ -0.95%,
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,740.02 จุด ลดลง 90.69 จุด หรือ -1.33%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,387.68 จุด ลดลง 361.31 จุด หรือ -1.59%
● ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์เปิดร่วงลงอย่างหนักในช่วงเช้าวันนี้ (9 มี.ค.) หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน โดยนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
● ณ เวลา 05.50 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 876 จุด หรือ -1.84% มาอยู่ที่ระดับ 46,641 จุด
● BlackRock จำกัดการถอนเงินจากกองทุน Private Credit หลังนักลงทุนแห่ไถ่ถอนเกินเพดาน สะท้อนความกังวลต่อเศรษฐกิจและความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันและความเปราะบางที่เริ่มปรากฏในตลาด Private Credit ท่ามกลางดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง.
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นมากกว่า 12% ในวันศุกร์ (6 มี.ค.) ท่ามกลางภาวะอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางที่ตึงตัว หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านที่ขยายวงกว้าง ส่งผลให้ผู้ซื้อหันไปมองหาแหล่งน้ำมันดิบทดแทน โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ
● สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 9.89 ดอลลาร์ หรือ 12.21% ปิดที่ 90.90 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงคูเวต อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่างพากันปรับลดกำลังการผลิตลง เนื่องจากอิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ
● ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และทำให้เฟดจำเป็นต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น
● หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเจพีมอร์แกนเตือนว่า เศรษฐกิจโลกยังพึ่งพาการขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ อย่างมาก โดยหากความขัดแย้งตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันเบรนต์อาจพุ่งถึง 120 เหรียญต่อบาร์เรล ราคาพลังงานที่สูงอาจทำให้ เศรษฐกิจโลกชะลอตัวราว 0.6% และเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ขณะเดียวกันตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงจากความกังวลเศรษฐกิจ
● สหรัฐฯ อนุมัติข้อยกเว้นให้อินเดียสามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้ท่ามกลางสงครามกับอิหร่านมาตรการชั่วคราวที่ออกแบบมาเพื่อรักษาระดับน้ำมันดิบให้ไหลเข้าสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบ
ข่าวการเมือง
● สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ประกาศว่า โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน
● การประกาศแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน สะท้อนให้เห็นว่า อิหร่านไม่ให้ความสนใจต่อคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ประกาศกร้าวว่าเขาจะต้องมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาไม่อาจยอมรับให้ โมจตาบา คาเมเนอี ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน
● สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลง โดยล่าสุดสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้โจมตีคลังเก็บน้ำมันในกรุงเตหะราน และจังหวัดอัลบอร์ซของอิหร่านเมื่อคืนวันเสาร์ (7 มี.ค.) ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ส่งผลมีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอีก 21 ราย ขณะที่สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านเตือนว่า สารประกอบที่เป็นพิษจากคลังน้ำมันที่กำลังลุกไหม้อาจก่อให้เกิดฝนกรดที่อันตรายหากมีฝนตกลงมา
● นักวิเคราะห์กำลังจับตาว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางเยือนจีนในวันที่ 31 มี.ค. เพื่อพบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ตามแผนเดิมหรือไม่ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่แน่นอน ขณะที่จีนย้ำว่าการสื่อสารระหว่างสองประเทศมีความสำคัญต่อเสถียรภาพของโลก
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 31.92 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.95-32.30 บาท/ดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
Tags : ข่าวทอง, ทอง, ราคาทอง
