• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 09 มีนาคม 2569

    9 มีนาคม 2569 | Gold News

            



สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

      Average Hourly Earnings m/m ออกมาที่ 0.4% สูงกว่าคาดการณ์ 0.3% และเท่ากับครั้งก่อน 0.4%

      Core Retail Sales m/m ออกมาที่ 0.0% ต่ำกว่าคาดการณ์ 0.1% และเท่ากับครั้งก่อน 0.0%

      Non-Farm Employment Change ออกมาที่ -92K ต่ำกว่าคาดการณ์ 58K และต่ำกว่าครั้งก่อน 126K

      Retail Sales m/m ออกมาที่ -0.2% สูงกว่าคาดการณ์ -0.3% แต่ลดลงจากครั้งก่อนที่ 0.0%

      Unemployment Rate ออกมาที่ 4.4% สูงกว่าคาดการณ์ 4.3% และสูงกว่าครั้งก่อน 4.3%

      ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยการจ้างงาน Non-Farm Payrolls ติดลบครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี (ตั้งแต่ปี 2021) ขณะที่อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ 4.4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณ 2 ปี สะท้อนการอ่อนตัวของตลาดแรงงาน

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

      สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (6 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมถึงตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาต่ำเกินคาด ทำให้ราคาทองคำปิดตลาดสัปดาห์นี้ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์

      แต่ขณะที่ราคาทองฟิวเจอร์เปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ (9 มี.ค.) ร่วงลงกว่า 100 ดอลลาร์ในหลังจากราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าเงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้น และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

      ณ เวลา 07.21 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 103.10 ดอลลาร์ หรือ 2.00% แตะที่ 5,055.60 ดอลลาร์/ออนซ์

      ราคาทองคำตลาดโลกในช่วงวันศุกร์ (6 มี.ค) ปิดปรับตัวขึ้น 81.0 เหรียญ หรือ 1.59% มาอยู่ที่ระดับ 5,171.0 เหรียญ โดยราคาปัจจุบันเช้านี้ (9 มี.ค) ทองคำปรับตัวร่วงลงมาอยู่บริเวณ 5,075 เหรียญ ลดลงประมาณ 1.90% จากราคาปิดวันก่อนหน้า

     SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,073.32 ตัน ภาพรวมเดือนมีนาคมขายออก 28.01 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 1.33 ตัน

      ราคา Sliver ปิดปรับตัวขึ้น 2.07 เหรียญ หรือ 2.51% ที่ระดับ 84.45 เหรียญ โดยราคาปัจจุบันเช้านี้ปรับร่วงลง (9 มี.ค) เคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 80.7 เหรียญ

      ผลสำรวจ Kitco News ระบุว่า นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทยังมีมุมมองแตกต่างกัน เกี่ยวกับทิศทางราคาทองคำระยะสั้น ท่ามกลางความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านและตลาดที่กำลังรอตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดย 50% คาดว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นในสัปดาห์นี้ ขณะ 22% มองว่าจะปรับลง และอีก 28% เห็นว่าราคาอาจเคลื่อนไหวทรงตัวในระยะสั้น.

      นักกลยุทธ์ตลาดอาวุโสจาก Forex.com กล่าว ยังคงยึดมั่นในมุมมองขาขึ้น โดยมองว่าแนวรับ 5,000 ในตลาดสปอตยังคงแข็งแกร่ง และคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสในการเข้าซื้อที่น่าสนใจในสัปดาห์หน้า

      เอเดรียน เดย์ ประธานบริษัท Adrian Day Asset Management กล่าวว่า ตลาดกำลังพิจารณาผลกระทบจากสงครามอิหร่านอยู่ แต่ปัจจัยระยะยาวที่ผลักดันราคาทองคำให้สูงกว่า 5,000 ดอลลาร์ จะกลับมามีบทบาทอีกครั้งในไม่ช้า

      นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวของราคาทองคำในสัปดาห์นี้เป็นเพียงการพักฐานหลังจากปรับขึ้นแรงก่อนหน้า โดย มาร์ค แชนด์เลอร์ จาก Bannockburn Global Forex ระบุว่าทองคำลดลงราว 3.7% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกดดันตลาด พร้อมเตือนว่าหากราคาหลุด 5,000 เหรียญ อาจปรับลงสู่ 4,850 เหรียญ ได้

      ธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่มการถือครองทองคำในเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องเป็น เดือนที่ 16 โดยซื้อเพิ่ม 30,000 ทรอยออนซ์ (ประมาณ 0.93 ตัน) ส่งผลให้ทุนสำรองทองคำรวมเพิ่มเป็น 74.22 ล้านทรอยออนซ์ (ประมาณ 2,308 ตัน)

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

      ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.63 จุด หรือ 0.64% มาอยู่ที่ระดับ 99.64 จุด

      อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ระดับ 4.138% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.556% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.58%

      ภาพรวมเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ ได้แก่ จอห์น วิลเลียมส์ (Fed นิวยอร์ก), ซูซาน คอลลินส์ (Fed บอสตัน) และนีล คาชการี (Fed มินนิอาโพลิส) มองตรงกันว่า ความขัดแย้งในอิหร่านอาจดันราคาน้ำมันและแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะสั้น พร้อมเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะหากราคาพลังงานปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เฟดต้องชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไปก่อน เพื่อประเมินผลกระทบต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ.

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

      ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (6 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลกับสัญญาณการชะลอตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ

      ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,501.55 จุด ลดลง 453.19 จุด หรือ -0.95%,

      ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,740.02 จุด ลดลง 90.69 จุด หรือ -1.33%

      ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,387.68 จุด ลดลง 361.31 จุด หรือ -1.59%

      ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์เปิดร่วงลงอย่างหนักในช่วงเช้าวันนี้ (9 มี.ค.) หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน โดยนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

      ณ เวลา 05.50 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 876 จุด หรือ -1.84% มาอยู่ที่ระดับ 46,641 จุด

      BlackRock จำกัดการถอนเงินจากกองทุน Private Credit หลังนักลงทุนแห่ไถ่ถอนเกินเพดาน สะท้อนความกังวลต่อเศรษฐกิจและความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันและความเปราะบางที่เริ่มปรากฏในตลาด Private Credit ท่ามกลางดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง.

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

      สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นมากกว่า 12% ในวันศุกร์ (6 มี.ค.) ท่ามกลางภาวะอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางที่ตึงตัว หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านที่ขยายวงกว้าง ส่งผลให้ผู้ซื้อหันไปมองหาแหล่งน้ำมันดิบทดแทน โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ

      สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 9.89 ดอลลาร์ หรือ 12.21% ปิดที่ 90.90 ดอลลาร์/บาร์เรล

      ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงคูเวต อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่างพากันปรับลดกำลังการผลิตลง เนื่องจากอิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ

      ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และทำให้เฟดจำเป็นต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น

      หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเจพีมอร์แกนเตือนว่า เศรษฐกิจโลกยังพึ่งพาการขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ อย่างมาก โดยหากความขัดแย้งตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันเบรนต์อาจพุ่งถึง 120 เหรียญต่อบาร์เรล ราคาพลังงานที่สูงอาจทำให้ เศรษฐกิจโลกชะลอตัวราว 0.6% และเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ขณะเดียวกันตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงจากความกังวลเศรษฐกิจ

      สหรัฐฯ อนุมัติข้อยกเว้นให้อินเดียสามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้ท่ามกลางสงครามกับอิหร่านมาตรการชั่วคราวที่ออกแบบมาเพื่อรักษาระดับน้ำมันดิบให้ไหลเข้าสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบ

ข่าวการเมือง

      สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ประกาศว่า โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

      การประกาศแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน สะท้อนให้เห็นว่า อิหร่านไม่ให้ความสนใจต่อคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ประกาศกร้าวว่าเขาจะต้องมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาไม่อาจยอมรับให้ โมจตาบา คาเมเนอี ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

      สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลง โดยล่าสุดสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้โจมตีคลังเก็บน้ำมันในกรุงเตหะราน และจังหวัดอัลบอร์ซของอิหร่านเมื่อคืนวันเสาร์ (7 มี.ค.) ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ส่งผลมีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอีก 21 ราย ขณะที่สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านเตือนว่า สารประกอบที่เป็นพิษจากคลังน้ำมันที่กำลังลุกไหม้อาจก่อให้เกิดฝนกรดที่อันตรายหากมีฝนตกลงมา

      นักวิเคราะห์กำลังจับตาว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางเยือนจีนในวันที่ 31 มี.ค. เพื่อพบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ตามแผนเดิมหรือไม่ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่แน่นอน ขณะที่จีนย้ำว่าการสื่อสารระหว่างสองประเทศมีความสำคัญต่อเสถียรภาพของโลก

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

      นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.08 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ  31.92 บาทต่อดอลลาร์  โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.95-32.30 บาท/ดอลลาร์



ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com