
● ISM Manufacturing PMI ออกมาที่ 52.4 สูงกว่าคาดการณ์ 51.7 แต่ต่ำกว่าครั้งก่อน 52.6
● ISM Manufacturing Prices ออกมาที่ 70.5 สูงกว่าคาดการณ์ 60.6 และสูงกว่าครั้งก่อน 59.0
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% ในวันอังคาร (3 มี.ค.) โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจมีโอกาสน้อยลงในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 187.90 ดอลลาร์ หรือ 3.5% ปิดที่ 5,123.70 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -256.0 เหรียญ หรือ -4.79% ที่ระดับ 5,088.0 เหรียญ โดยปัจจุบันราคาทองคำดีดตัวกลับมาบริเวณ 5,162 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,101.33 ตันภาพรวมเดือนมีนาคมไม่เปลี่ยนแปลง ยังขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 29.34 ตัน
● นักวิเคราะห์มองว่า ราคาทองคำปรับฐานลดลงราว 4.4% ลงไปทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 4,996 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับฐานร่วงลงมาแรงกว่า 300 เหรียญ นับเป็นการเทขายที่รุนแรงที่สุดเป็น อันดับที่ 3 ในประวัติศาสตร์ โดยมีสาเหตุจากแรงขายทำกำไร หลังราคาปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า อีกทั้งนักลงทุนบางส่วนอาจจำเป็นต้องขายทองคำเพื่อนำเงินไปเติม Margin เสริมสภาพคล่องในพอร์ตในพอร์ตที่ขาดทุนจากตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ
● หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาดของ StoneX ระบุว่า สงครามอิหร่าน ความไม่แน่นอนด้านภาษีของทรัมป์ และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด เป็นปัจจัยหนุนทองคำและเงินในเชิงทฤษฎี อย่างไรก็ตามแม้มีความเสี่ยงต่อการปรับฐานระยะสั้น แต่ยังคงมองว่า ความเสี่ยงด้านขาลงยังมีจำกัด โดยระบุว่าความแข็งแกร่งของทองคำและเงินมีแนวโน้มคงอยู่ต่อไป จนกว่าสถานการณ์ความตึงเครียดจะคลี่คลายลง
● นักลงทุนทั่วโลกแห่เข้าซื้อ กองทุน ETF ทองคำ ท่ามกลางความตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ทองคำกลับมาโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยข้อมูลจาก Bank of America ระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุนทองคำทั่วโลกมีเงินไหลเข้า 6.2 พันล้านดอลลาร์ และตั้งแต่ต้นปีมีเงินไหลเข้าสูงถึง 148 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
● นักวิเคราะห์ระบุว่า นักลงทุนควรลดความคาดหวังต่อผลตอบแทนในอนาคต โดยชี้ว่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ทองคำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยแบบทบต้นราว 8% ต่อปี ดังนั้นผลตอบแทนที่ปรับตัวสูงมากในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาอาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.73 จุด หรือ 0.74% มาอยู่ที่ระดับ 99.29 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.056% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.516% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.54%
● จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ระบุว่าการศึกษาของเฟดพบว่า ภาษีนำเข้าของทรัมป์ส่วนใหญ่ถูกส่งต่อเป็นต้นทุนต่อผู้บริโภคและธุรกิจในสหรัฐฯ โดยข้อมูลชี้ว่าในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2025 สหรัฐฯ รับภาระภาษีถึงราว 94% ขณะที่ผู้ส่งออกต่างชาติรับภาระเพียง 6% และผลกระทบเต็มรูปแบบต่อเงินเฟ้อยังไม่ปรากฏชัดในขณะนี้
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 400 จุดในวันอังคาร (3 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจจะยืดเยื้อและส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,501.27 จุด ลดลง 403.51 จุด หรือ -0.83%
● ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,816.63 จุด ลดลง 64.99 จุด หรือ -0.94%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,516.69 จุด ลดลง 232.17 จุด หรือ -1.02%
● นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเป็นวงกว้าง โดยหุ้นทั้ง 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มวัสดุร่วงลง 2.7% และกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลง 1.96% ส่วนดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้นแตะระดับสุงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 4% ในวันอังคาร (3 มี.ค.) เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับบอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลาง และก่อให้เกิดความกังวลว่าข้อพิพาทในครั้งนี้อาจจะยืดเยื้อ
● สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 3.33 ดอลลาร์ หรือ 4.67% ปิดที่ 74.56 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2568
● นับตั้งแต่เริ่มมีการโจมตีทั่วภูมิภาค โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซในหลายประเทศต้องระงับการดำเนินงานเนื่องจากได้รับความเสียหาย โดยกาตาร์ได้ระงับการผลิต LNG ขณะที่อิสราเอลหยุดการผลิตที่แหล่งก๊าซบางแห่ง ด้านซาอุดีอาระเบียปิดโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ และการผลิตในพื้นที่เคอร์ดิสถานของอิรักแทบจะหยุดชะงักโดยสิ้นเชิง
● รายงานระบุว่า อารัมโก (Aramco) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย กำลังพยายามเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกน้ำมันดิบบางส่วนไปยังทะเลแดง เพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ โดยความเสี่ยงที่เรือจะถูกโจมตีในช่องแคบแห่งนี้ทำให้การขนส่งทางเรือล่าช้าจนเกือบจะหยุดชะงัก
● นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าบริษัทพลังงานต่าง ๆ จะทำการสำรองน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 27 ก.พ.
ข่าวการเมือง
● สเปนประกาศชัดว่า สหรัฐฯ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ฐานทัพร่วมในสเปนเพื่อโจมตีอิหร่าน พร้อมย้ำว่าการดำเนินการทางทหารต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและมติสหประชาชาติเท่านั้น ด้านทรัมป์ เปิดเผยว่าได้สั่งให้ดำเนินการ ตัดขาดข้อตกลงทางการค้ากับสเปนทั้งหมด
● สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง หลังการโจมตีทางทหารหลายระลอกต่ออิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 800 คน และมีรายงานว่าการโจมตีเกิดขึ้นมากกว่า 1,000 จุดในหลายเมืองทั่วประเทศ สะท้อนถึงความเสียหายที่ขยายวงกว้างทั้งต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและพื้นที่สำคัญของอิหร่าน ขณะเดียวกันมีรายงานว่าทหารสหรัฐเสียชีวิตอย่างน้อย 6 นาย จากการปะทะและการตอบโต้ในภูมิภาค
● สื่อทางการของอิหร่านรายงานว่า สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านมีมติเลือก “โมจตาบา คาเมเนอี” บุตรชายของอดีตผู้นำสูงสุด Ali Khamenei ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศ โดยการตัดสินใจเกิดขึ้นช่วงเช้ามืดวันที่ 4 มีนาคม เวลา 04.00 น. ตามเวลาไทย ท่ามกลางแรงกดดันจาก กองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
● สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐอาจส่งกองทัพเรือเข้าคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากสถานการณ์จำเป็น หลังความตึงเครียดกับอิหร่านทำให้เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกมีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาการขนส่งน้ำมันไม่ให้หยุดชะงัก และช่วยจำกัดแรงกดดันต่อราคาพลังงานโลก
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ระดับ 31.46 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ กรอบค่าเงินวันนี้อยู่ที่ 31.50-31.80 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
Tags : ข่าวทอง, ทอง, ราคาทอง
