• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 02 มีนาคม 2569

    2 มีนาคม 2569 | Gold News

            

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

 

      Core PPI m/m ออกมาที่ 0.8% สูงกว่าคาดการณ์ 0.3% และสูงกว่าครั้งก่อน 0.6%

      PPI m/m ออกมาที่ 0.5% สูงกว่าคาดการณ์ 0.3% และสูงกว่าครั้งก่อน 0.4%

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

 

     เปิดตลาดเช้านี้ (2 มี.ค.) ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนรุกซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต

     ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 53.70 ดอลลาร์ หรือ 1.03% ปิดที่ 5,247.90 ดอลลาร์/ออนซ์

     ณ เวลา 06.34 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 120.90 ดอลลาร์ หรือ 2.30% แตะที่ 5,368.80 ดอลลาร์/ออนซ์

     ราคาทองคำตลาดโลก (27 ก.พ) ปิดปรับตัวขึ้น 95.0 เหรียญ หรือ 1.83% ที่ระดับ 5,279.0 เหรียญ

     โดยราคาปัจจุบัน (2 มี.ค.) อยุ่ที่บริเวณ  5,365 เหรียญ เพิ่มขึ้นประมาณ 1.6% จากราคาปิดวันก่อนหน้า

 

     กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.43 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,101.33 ตันภาพรวมเดือนกุมภาพันธ์ ซื้อสุทธิ 14.23 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 29.34 ตัน

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

 

     ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.21 จุด หรือ 0.21% มาอยู่ที่ระดับ 97.96 จุด

     อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 3.937% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 3.373% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.56%

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

 

     ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 500 จุดในช่วงเช้าวันนี้ (2 มี.ค.) หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ รวมถึงหุ้นกลุ่มการเงินและเทคโนโลยีถูกเทขายอย่างหนัก ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนในหลายประเด็น ส่งผลให้ตลาดเผชิญกับการปรับตัวลงรายเดือนรุนแรงที่สุดในรอบ 1 ปี

 

     ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,977.92 จุด ลดลง 521.28 จุด หรือ -1.05% ดัชนี

     S&P500 ปิดที่ 6,878.88 จุด ลดลง 29.98 จุด หรือ -0.43%

     ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,668.21 จุด ลดลง 210.17 จุด หรือ -0.92%

     ทั้งนี้ ณ เวลา 06.14 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 569 จุด หรือ -1.16% แตะที่ระดับ 48,431 จุด

 

     สัปดาห์นี้นักลงทุนยังคงติดตามข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP รายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดการเงิน

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

 

     ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 8% ในช่วงเช้าวันนี้ (2 มี.ค.) หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

 

     สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 1.81 ดอลลาร์ หรือ 2.78% ปิดที่ 67.02 ดอลลาร์/บาร์เรล

     ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 1.73 ดอลลาร์ หรือ 2.45% ปิดที่ 72.48 ดอลลาร์/บาร์เรล

     ณ เวลา 06.26 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 5.92 ดอลลาร์ หรือ 8.83% แตะที่ 72.94 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

     รายงานล่าสุดระบุว่า เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมัน บริษัทน้ำมันรายใหญ่ และบริษัทการค้าส่วนใหญ่ ได้ระงับการขนส่งน้ำมันดิบ เชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้เผยแพร่ประกาศเตือนว่าอาจไม่อนุญาตให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยแม้ว่ารัฐบาลเตหะรานจะยังไม่มีการประกาศปิดอ่าวอย่างเป็นทางการ

 

     นักเศรษฐศาสตร์ด้านพลังงานจาก Rystad กล่าวว่า แม้เรือเหล่านี้จะสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานทางเลือกอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซได้บ้าง แต่ผลกระทบจากการปิดช่องแคบแห่งนี้จะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบหายไปจากระบบมากถึง 8 - 10 ล้านบาร์เรล/วัน

     หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics เตือนว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งจะซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกให้สูงขึ้นอีก 0.7% โดยเฉพาะการที่อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันถึง 20% ของทั้งโลก จะทำให้เกิดภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันในทันที ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร อาจต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในการเร่งเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อชดเชยส่วนที่หายไป

 

 

ข่าวการเมือง

 

     สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ภายใต้ปฏิบัติการ "Operation Epic Fury" โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่าวัตถุประสงค์หลักของการโจมตีคือการปกป้องชาวอเมริกันด้วยการกำจัดภัยคุกคามที่จวนตัวจากอิหร่าน ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมอิสราเอลที่ระบุว่าเป็นการปฏิบัติการเพื่อขจัดภัยคุกคามต่ออิสราเอล

     อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า วาทกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น นั่นคือการเปลี่ยนรัฐบาลและอำนาจการปกครองในอิหร่านผ่านการใช้กำลังทหาร เนื่องจากปฏิบัติการครั้งนี้แตกต่างจากการโจมตีฐานผลิตนิวเคลียร์ใต้ดินในปี 2568 เพราะครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่เขตเมืองและที่ตั้งหน่วยงานระดับแกนนำหลายจุด

     ทางด้านอิหร่านได้ตอบโต้อย่างรวดเร็วด้วยการประกาศว่า ฐานทัพสหรัฐฯ ทุกแห่งในภูมิภาคเป็นเป้าหมายโจมตีที่ชอบธรรม พร้อมระดมถล่มทรัพย์สินของสหรัฐฯ และอิสราเอลทั่วบริเวณอ่าวเปอร์เซีย โดยมีรายงานเหตุระเบิดในหลายประเทศ อาทิ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย

     ในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ รัสเซียและจีนออกมาวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ และอิสราเอลที่เปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงที่กำลังมีการเจรจานิวเคลียร์ โดยผู้แทนรัสเซียไม่เห็นด้วยกับเหตุผลของสหรัฐฯ ที่อ้างว่าการโจมตีมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

     เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ยุติการสู้รบทันที เพื่อลดความเสี่ยงการขยายวงของความขัดแย้งในภูมิภาค ขณะเดียวกัน ภายในสหรัฐฯ ประธานาธิบดีทรัมป์เผชิญแรงกดดันจากทั้งพรรคเดโมแครตและสมาชิกบางส่วนของพรรครีพับลิกัน ที่มองว่าการดำเนินปฏิบัติการทางทหารโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาอาจขัดต่อกฎหมาย และเรียกร้องให้สภาคองเกรสลงมติในประเด็นดังกล่าวโดยเร็ว

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

     นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.24 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 31.09 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 31.00-31.75 บาท/ดอลลาร์

     อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่าแม้การลดดอกเบี้ยนโยบายล่าสุดของ ธปท. จะช่วยบรรเทาปัญหาสภาพคล่องและการปล่อยสินเชื่อได้บางส่วน แต่ผลกระทบจากสงครามอิหร่านอาจรุนแรงและยืดเยื้อ โดยเฉพาะแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง ซึ่งไทยหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ยาก และหากเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบมาก อัตราดอกเบี้ยนโยบายมีโอกาสปรับลดลงเหลือ 0.75%

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com