• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

    13 กุมภาพันธ์ 2569 | Gold News

            

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

  • Unemployment Claims ออกมาที่ 227K สูงกว่าคาดที่ 222K แต่ต่ำกว่าครั้งก่อน 232K

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ 

  • ราคาทองคำร่วงลงแรงกว่า 3% จากแรงขายที่เกิดขึ้นในภาวะตลาดการเงินผันผวน โดยการปรับฐานครั้งนี้สอดคล้องกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ทั้งตลาดหุ้นและคริปโตที่เผชิญแรงขายเช่นกัน
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ร่วงลง 150.10 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ปิดที่ 4,948.40 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -173.0 เหรียญ หรือ -3.4% ที่ระดับ 4,922.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4,970 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 5.14 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,076.18 ตันภาพรวมเดือนกุมภาพันธ์ ขายสุทธิ 10.92 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 4.19 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก City Index กล่าวว่า การที่ราคาทองคำมีความผันผวนก่อนหน้านี้ ทำให้นักลงทุนจำนวนมากพากันตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ระดับต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์ เพื่อป้องกันความเสี่ยง และเมื่อราคาไหลลงสู่ระดับต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์ ก็ก่อให้เกิดผลกระทบแบบลูกโซ่ (Cascade Effect) และทำให้ราคาดิ่งลงอย่างหนักภายในช่วงเวลาสั้น ๆ
  • Kitco News รายงานว่า ราคาทองคำและโลหะมีค่าร่วงลงแรงเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายตลาด ทั้งแพลทินัม พัลลาเดียม ทองแดง หุ้นสหรัฐ และน้ำมันดิบที่ทำจุดต่ำสุดของวัน ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้น เบื้องต้นยังไม่มีสาเหตุชัดเจน แต่คาดว่าอาจมาจากสถาบันการเงินหรือกองทุนขนาดใหญ่ปิดสถานะซื้อจำนวนมาก จนเกิดแรงขายฉับพลัน (flash sell-off) กดดันหลายตลาดพร้อมกัน
  • ราคาโลหะเงิน (Silver) ร่วงลงแรงแตะบริเวณ 76 เหรียญ ลดลงราว 10%  ท่ามกลางแรงเทขายในวงกว้างของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ทางเทคนิคผู้เชียวชาญประเมิน โลหะเงินไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ 84 เหรียญได้ และหากปิดต่ำกว่า 76 เหรียญ อาจเปิดทางให้ปรับตัวลงได้ต่อ

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.01 จุด หรือ -0.01% มาอยู่ที่ระดับ 96.95 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 4.113% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.472% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.64%
  • สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า นโยบายการเงินปัจจุบันมีความเข้มงวดเกินไปและอาจกระทบการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐที่ได้แรงหนุนจากมาตรการลดภาษีของรัฐบาลทรัมป์ เขากล่าวที่ธนาคารกลางดัลลัสว่า ความเสี่ยงสำคัญคือการประเมินความเข้มงวดของนโยบายผิดพลาด และย้ำว่าไม่ได้กังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อมากนัก

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 2% โดยตลาดถูกกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มขนส่ง ท่ามกลางความกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะก่อให้เกิดภาวะชะงักงันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการขนส่ง
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,451.98 จุด ลดลง 669.42 จุด หรือ -1.34%
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,832.76 จุด ลดลง 108.71 จุด หรือ -1.57% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,597.15 จุด ลดลง 469.32 จุด หรือ -2.03%
  • นักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่า AI อาจก่อให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และกังวลว่าเครื่องมือ AI ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วอาจจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรในอุตสาหกรรมนี้ โดยมีการคาดการณว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ จะมียอดการใช้จ่ายรวมกันประมาณ 6.5 แสนล้านดอลลาร์ ในการแข่งขันเพื่อชิงความเป็นผู้นำด้าน AI
  • ธนาคารกลางนิวยอร์กระบุว่า กว่า 90% ของภาษีนำเข้ายุคทรัมป์ถูกผลักภาระไปยังผู้บริโภคและธุรกิจสหรัฐฯ ไม่ใช่ต่างชาติ โดยอัตราภาษีเฉลี่ยเพิ่มจาก 2.6% เป็น 13% และผู้ส่งออกแทบไม่ลดราคาสินค้า ทำให้ต้นทุนตกกับฝั่งผู้บริโภคอเมริกัน ทำให้ CBO ชี้ว่าในระยะสั้น ธุรกิจสหรัฐฯ จะรับภาระราว 30% ที่เหลือ 70% ถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคผ่านราคาที่สูงขึ้น
  • JPMorgan ระบุว่า การประกาศ Core CPI สหรัฐฯ สัปดาห์นี้อาจทำให้ตลาดหุ้นผันผวนแรง โดยตลาดคาดเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนม.ค. +0.3% MoM และ +2.5% YoY ขณะที่ JPMorgan คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อรายเดือนอาจเพิ่มขึ้น +0.39% โดย JPMorgan ประเมินว่าความเสี่ยงเอนเอียงไปทางเงินเฟ้อสูงกว่าคาด ซึ่งอาจนำไปสู่นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) หลังจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปีนี้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงหลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าวิกฤตการณ์ในตะวันออกกกลางเริ่มผ่อนคลายลง
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.79 ดอลลาร์ หรือ 2.77% ปิดที่ 62.84 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 1.88 ดอลลาร์ หรือ 2.71% ปิดที่ 67.52 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ทั้งนี้ IEA คาดว่าอุปสงค์น้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้น 850,000 บาร์เรล/วัน ในปีนี้ ลดลง 80,000 บาร์เรล/วัน เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ในเดือนม.ค. โดยระบุว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดันการบริโภคน้ำมัน

 

ข่าวการเมือง

  • Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงเอกสารภายในเครมลินว่า รัสเซียเสนอความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลทรัมป์ รวมถึงความเป็นไปได้ในการกลับมาใช้ระบบชำระเงินด้วยดอลลาร์ หากมีข้อตกลงยุติสงครามยูเครน ข้อเสนอนี้อาจช่วยเสริมสถานะดอลลาร์ของสหรัฐฯ แต่ถูกมองว่าเกิดขึ้นได้ยาก เพราะอาจกระทบความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างรัสเซียกับจีน
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า คาดว่าข้อตกลงกับอิหร่านจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างภายในเดือนหน้า พร้อมย้ำว่าเราต้องทำข้อตกลงกัน มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงมากโดยทรัมป์ยืนยันว่าการเจรจาจะเดินหน้าต่อไป แม้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.07 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 30.97 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.90-31.20 บาท/ดอลลาร์

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com