
● Core Retail Sales m/m ออกมาที่ 0.0% ต่ำกว่าคาดการณ์ 0.3% และต่ำกว่าครั้งก่อน 0.4%
● Retail Sales m/m ออกมาที่ 0.0% ต่ำกว่าคาดการณ์ 0.4% และต่ำกว่าครั้งก่อน 0.6%
● Employment Cost Index q/q ออกมาที่ 0.7% ต่ำกว่าคาดการณ์ 0.8% และต่ำกว่าครั้งก่อน 0.8%
● ยอดค้าปลีกชะลอตัว สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น การชะลอตัวมีสาเหตุจากภาคครัวเรือนลดการใช้จ่ายสินค้าราคาสูง ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและการบริโภคที่เริ่มอ่อนแรง
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (10 ก.พ.) โดยตลาดมีการปรับฐานเล็กน้อยก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานและข้อมูลเงินเฟ้อ ซึ่งอาจให้ความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 48.40 ดอลลาร์ หรือ 0.95% ปิดที่ 5,031.00 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -32.0 เหรียญ หรือ -0.63% ที่ระดับ 5,025.0 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 0.34 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,079.32 ตันภาพรวมเดือนกุมภาพันธ์ ขายสุทธิ 7.78 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 7.33 ตัน
● ธนาคาร BNP Paribas คาดราคาทองคำมีโอกาสแตะ 6,000 เหรียญภายในสิ้นปี จากแรงหนุนความเสี่ยงเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยมองว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่แข็งแกร่งกว่าโลหะเงิน ขณะที่อัตรา (Gold–Silver Ratio) มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น แม้ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะสองปีที่ผ่านมา โดยมองว่าทองคำได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งการเข้าซื้อของธนาคารกลางอย่างต่อเนื่อง และกระแสเงินไหลเข้า Gold ETF ที่ยังทรงตัวดี
● Silver Institute ระบุว่าแม้ความผันผวนของราคาโลหะเงินเริ่มลดลงและเคลื่อนไหวแถว 80 เหรียญ แต่แนวโน้มระยะยาวยังแข็งแกร่งจากภาวะอุปทานตึงตัว โดยปี 2026 จะขาดดุลต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ราว 67 ล้านออนซ์ แรงหนุนหลักมาจากความต้องการลงทุนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 20% สู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยภาพรวมแล้วความต้องการยังสูงกว่าอุปทาน สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่ยังสนับสนุนราคาเงินในระยะต่อไป
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.21 จุด หรือ -0.22% มาอยู่ที่ระดับ 96.79 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 4.141% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.452% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.69%
● ลอรี โลแกน ประธานเฟดสาขาดัลลัส และเบธ แฮมแม็ค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ในระดับที่ "สมดุล" ไม่กระตุ้นและไม่ฉุดรั้งเศรษฐกิจมากเกินไป จึงยังไม่จำเป็นต้องเร่งลดดอกเบี้ย โดยย้ำว่าเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% และต้องการเห็นการชะลอลงอย่างชัดเจนและยั่งยืนก่อนพิจารณาลดดอกเบี้ย ท่าทีดังกล่าวสะท้อนแนวคิด “คงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป”
● ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยืนยันเดินหน้านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างเหมาะสม พร้อมอัดฉีดสภาพคล่องให้เพียงพอ และเปิดทางใช้เครื่องมือลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากจำเป็น โดยนโยบายมุ่งหนุนอุปสงค์ภายในประเทศ ลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนภาคธุรกิจสำคัญ
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร (10 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ หลังจากนักลงทุนซึมซับรายงานยอดค้าปลีกที่น่าผิดหวัง ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,188.14 จุด เพิ่มขึ้น 52.27 จุด หรือ +0.10%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,941.81 จุด ลดลง 23.01 จุด หรือ -0.33% และ
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,102.47 จุด ลดลง 136.20 จุด หรือ -0.59%
● นักวิเคราะห์จาก Janney Montgomery Scott กล่าวว่า ยอดค้าปลีกที่น่าผิดหวังถือเป็น
“ข่าวร้ายในข่าวดี” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหุ้นที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยเช่นหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนยังคงมีความหวังว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
● นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ (11 ก.พ.) นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 70,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4%
● Goldman Sachs คาดตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) เดือนมกราคม จะออกมาเพียง 45,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดการณ์ตลาด สะท้อนแรงจ้างงานที่ชะลอลง แม้อัตราการเลิกจ้างยังไม่เร่งตัว โดยประเมินอัตราว่างงานที่ 4.4% ตามคาดการณ์ตลาด ธนาคารชี้ว่าปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากการปรับแบบจำลอง ซึ่งอาจหักลบตัวเลขถึง 30,000–50,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวชี้วัดแรงงานจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆชี้โมเมนตัมการจ้างงานยังอ่อนแรง
● ทำเนียบขาวส่งสัญญาณล่วงหน้าว่าตัวเลขจ้างงานเดือนมกราคม อาจออกมาอ่อนแอกว่าคาด พร้อมขอให้นักลงทุนไม่ตื่นตระหนก โดยชี้ว่าการชะลอลงอาจสะท้อนผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและแรงงานลดลงจากนโยบายตรวจคนเข้าเมือง ด้านเควิน แฮสเซ็ตต์ ระบุว่าตัวเลขที่ลดลงไม่จำเป็นต้องบ่งชี้ปัญหาเศรษฐกิจวงกว้าง ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำว่าการปรับลดการจ้างงานภาครัฐเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันอังคาร (10 ก.พ.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ รวมทั้งติดตามความพยายามในการยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจและสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 40 เซนต์ หรือ 0.62% ปิดที่ 63.96 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 24 เซนต์ หรือ 0.35% ปิดที่ 68.80 ดอลลาร์/บาร์เรล
● นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ข่าวการเมือง
● รัฐสภายุโรปเห็นชอบกรอบข้อตกลงการค้า EU–สหรัฐฯ ปี 2025 เบื้องต้น กำหนดภาษีสหรัฐฯ 15% ต่อสินค้า EU และ EU ลดภาษีสินค้าสหรัฐฯ เหลือศูนย์มีเงื่อนไขสิ้นสุดปี 2028 และกลไกนำภาษีกลับมาใช้ หากสหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตาม ขั้นตอนต่อไปคือการลงมติและเจรจากับประเทศสมาชิก EU เพื่อสรุปเงื่อนไขสุดท้าย
● ภาพถ่ายดาวเทียมบ่งชี้ว่ากองกำลังสหรัฐฯที่ฐานทัพในกาตาร์ ได้ติดตั้งขีปนาวุธบนเครื่องยิงเคลื่อนที่ ท่ามกลางความตึงเครียดกับอิหร่านที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม
การติดตั้งดังกล่าวเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนย้ายและตอบสนองทางทหารได้รวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่านจากประเด็นนิวเคลียร์และความมั่นคง แม้การเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งยังดำเนินอยู่
● หัวหน้าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านอาจตกลงที่จะลดความเข้มข้นของยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงสุดลง เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินทั้งหมด
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.15 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.05-31.35 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
Tags : ข่าวทอง, ทอง, ราคาทอง
