• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

    10 กุมภาพันธ์ 2569 | Gold News

            

 

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวก 2% ในวันจันทร์ (9 ก.พ.) และกลับมายืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

     ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 99.60 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 5,079.40 ดอลลาร์/ออนซ์

     ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 68.0 เหรียญ หรือ 1.36% ที่ระดับ 5,057.0 เหรียญ

     กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.43 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,079.66 ตันภาพรวมเดือนกุมภาพันธ์ ขายสุทธิ 7.44 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 7.67 ตัน

     นักวิเคราะห์จาก Jefferies และ Société Générale ระบุว่า ความต้องการลงทุนในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะ Tether Gold (XAU₮) กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดทองคำ โดย Tether ถือครองทองคำราว 125–150 ตัน ถูกมองว่าเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ระดับโลก และมีกระแสเงินทุนไหลเข้าแข่งขันกับ ETF และกองทุนเฮดจ์ฟันด์ สะท้อนบทบาทผู้เล่นดิจิทัลที่มีอิทธิพลต่อทิศทางราคาทองคำมากขึ้น

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

     ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.76 จุด หรือ -0.78% มาอยู่ที่ระดับ 96.94 จุด

     อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.204% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.485% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.72%

     เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ของเฟดจะมีขึ้นในการประชุมเดือนมิ.ย. ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาที่เควิน วอร์ช เข้ารับตำแหน่งประธานเฟด

     สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการเฟด ระบุว่านโยบายภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าที่คาด และภาระภาษีส่วนใหญ่ตกอยู่กับบริษัทต่างชาติ ไม่ใช่ผู้บริโภคชาวอเมริกัน ซึ่งมุมมองดังกล่าวขัดแย้งกับงานวิจัยที่ชี้ว่าภาษีนำเข้าทำให้ครัวเรือนสหรัฐมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และเป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี เฟดมองว่าผลกระทบจากภาษีนำเข้าอาจเป็นเพียงแรงดันด้านราคาชั่วคราว ไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อระยะยาว

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันวันที่สองในวันจันทร์ (9 ก.พ.) ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดบวกอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

     ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,135.87 จุด เพิ่มขึ้น 20.20 จุด หรือ +0.04%

     ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,964.82 จุด เพิ่มขึ้น 32.52 จุด หรือ +0.47% และ

     ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,238.67 จุด เพิ่มขึ้น 207.46 จุด หรือ +0.90%

     บลูมเบิร์กรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้ขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินในประเทศให้จำกัดการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ พร้อมแนะนำให้สถาบันที่มีการถือครองในระดับสูงทยอยลดพอร์ตลง เพื่อปรับกลยุทธ์การบริหารเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ

     ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา จีนได้ลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลง 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มูลค่าการถือครองคงเหลือราว 6.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก

     นักวิเคราะห์จากดอยช์แบงก์เตือนว่านักลงทุนยุโรปอาจลดสัดส่วนลงทุนในสหรัฐ ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐโต้แย้งว่าความต้องการบอนด์สหรัฐจากต่างชาติยังอยู่ในระดับสูงมาก สะท้อนมุมมองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนต่อทิศทางตลาดการเงินโลกในระยะถัดไป

     โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าผู้นำเฟดคนใหม่อย่างเควิน วอร์ช อาจผลักดันเศรษฐกิจสหรัฐให้เติบโตได้ถึง 15% แม้จะเป็นเป้าหมายที่สูงเกินความเป็นจริง ท่าทีดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันที่วอร์ชอาจเผชิญ หากได้รับการยืนยันตำแหน่ง ท่ามกลางเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ด้านนักวิเคราะห์มองว่าความคาดหวังนี้บ่งชี้ว่าทรัมป์ให้น้ำหนักกับการเติบโตมากกว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 1% ในวันจันทร์ (9 ก.พ.) ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ หลังจากกระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนเรือติดธงชาติสหรัฐฯ ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวโอมาน ให้รักษาระยะห่างจากดินแดนอิหร่านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

     ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 81 เซนต์ หรือ 1.27% ปิดที่ 64.36 ดอลลาร์/บาร์เรล

     ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 99 เซนต์ หรือ 1.45% ปิดที่ 69.04 ดอลลาร์/บาร์เรล

     หน่วยงานขนส่งทางทะเลของสหรัฐฯ เตือนว่าเรือติดธงชาติสหรัฐฯ ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวโอมานมีความเสี่ยงถูกอิหร่านตรวจค้น จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงน่านน้ำอิหร่านและแล่นใกล้ฝั่งโอมานมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านอาจกระทบอุปทานน้ำมันโลก เนื่องจากประมาณ 20% ของน้ำมันโลกต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

 

ข่าวการเมือง

     นายกรัฐมนตรีแห่งอาร์เมเนีย และรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วม ซึ่งเป็นการยืนยันการเสร็จสิ้นการเจรจาข้อตกลงความร่วมมือด้านนิวเคลียร์อย่างสันติ

     ทรัมป์ขู่จะขัดขวางการเปิดสะพานเชื่อมสหรัฐฯ-แคนาดา (โดยเป็นระหว่างรัฐออนแทรีโอและรัฐมิชิแกน) โดยมองว่าสหรัฐฯ ควรมีสิทธิถือครองทรัพย์สินนี้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง เว้นแต่ แคนาดาจะเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติทางการค้าของตน

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

     นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.17 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.27 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.05-31.30 บาท/ดอลลาร์


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com