

● ISM Manufacturing PMI ออกมาที่ 52.6 สูงกว่าคาดการณ์ 48.5 และสูงกว่าครั้งก่อน 47.9
● ISM Manufacturing Prices ออกมาที่ 59.0 ต่ำกว่าคาดการณ์ 59.3 แต่สูงกว่าครั้งก่อน 58.5
● ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตพุ่งขึ้นสู่ระดับ 52.6 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2565 โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันจันทร์ (2 ก.พ.) โดยตลาดถูกกดดันจากการที่ CME Group ประกาศเพิ่มเกณฑ์การวางเงินประกัน (Margin Requirement) สำหรับการซื้อขายสัญญาโลหะมีค่า รวมทั้งข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อเควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 92.50 ดอลลาร์ หรือ 1.95% ปิดที่ 4,652.60 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -172.0 เหรียญ หรือ -3.56% ที่ระดับ 4,661.0 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,087.1 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ซื้อสุทธิ 15.11 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 15.11 ตัน
● ราคาทองคำได้รับแรงกดดัน หลังจาก CME Group ประกาศว่าจะปรับเพิ่มเกณฑ์การวางเงินประกันสำหรับการซื้อขายสัญญาโลหะมีค่า โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเริ่มมีผลหลังจากปิดตลาดในวันจันทร์
● Samco Securities แนะนำว่า การลดลงของราคานั้นเป็นเรื่องดี และอาจช่วยลดความคาดหวังในแง่ดีลงได้ชั่วคราว ซึ่งเป็นการปูทางให้ราคาสูงขึ้นในอนาคต โดยสอดคล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์คนอื่นๆ ที่มองว่าทองคำยังคงมีเสน่ห์ในระยะยาวในฐานะการลงทุน
● หัวหน้าฝ่ายเอเชียและตะวันออกกลางของ CMC Markets ระบุว่าราคาทองคำยังมีแนวโน้มผันผวน ระหว่างที่ตลาดรอความชัดเจนนโยบายของ Kevin Warshอย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการปรับฐานรุนแรงไม่ได้เกิดจากวอร์ชเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากราคาที่ปรับขึ้นเร็วและแรงเกินไปในช่วงก่อนหน้า
● ราคาทองคำและโลหะเงินฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงการซื้อขายเอเชีย หลังจากเผชิญแรงเทขายรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ แม้จะเกิดแรงเทขายหนัก แต่ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า การถือครองทองคำในกองทุน ETF ขนาดใหญ่ เช่น SPDR Gold Shares ยังแทบไม่เปลี่ยนแปลง และนักลงทุนยังเป็นผู้ซื้อสุทธิทองคำผ่าน ETF ในเดือนมกราคม สะท้อนว่าการขายส่วนใหญ่เกิดจากเครื่องมือที่มีเลเวอเรจและกองทุนเชิงปริมาณ มากกว่าการเทขายของนักลงทุนระยะยาว
● ในฝั่งจีน แม้แรงเก็งกำไรจะชะลอลง แต่การปรับตัวลงของราคากลับช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อจริง โดยเฉพาะทองคำแท่ง เหรียญทอง และเครื่องประดับ ก่อนเทศกาลตรุษจีน ผู้เชี่ยวชาญมองว่าความต้องการจากผู้บริโภครายย่อยอาจเป็นแรงพยุงราคาทองคำในระยะสั้น
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.3 จุด หรือ 0.31% มาอยู่ที่ระดับ 97.48 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.275% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.568% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.71%
● ราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา มองว่าการเป็นผู้นำเฟดเป็นภารกิจที่ท้าทาย โดยเฉพาะหากประธานเฟดคนใหม่ต้องการผลักดันนโยบายการเงินในทิศทางของตนเอง เขาระบุว่าเฟดยังไม่ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ สะท้อนมุมมองเชิงเข้มงวดต่อการควบคุมเงินเฟ้อ บอสติกชี้ว่าความเห็นที่แตกต่างภายในคณะกรรมการนโยบายอาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้นำเฟดคนใหม่
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกกว่า 500 จุดในวันจันทร์ (2 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิปและบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่วนหุ้นกลุ่มบริษัทขนาดเล็กดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,407.66 จุด เพิ่มขึ้น 515.19 จุด หรือ +1.05%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,976.44 จุด เพิ่มขึ้น 37.41 จุด หรือ +0.54% และ
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,592.11 จุด เพิ่มขึ้น 130.29 จุด หรือ +0.56%
● หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกชัตดาวน์บางส่วนเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา (31 ม.ค.) หลังจากสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายและส่งให้ปธน.ทรัมป์ได้ทันตามกำหนดเส้นตายวันที่ 30 ม.ค. ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรจะทำการลงมติครั้งสุดท้ายในวันนี้ (3 ก.พ.) ตามเวลาสหรัฐฯ ด้านประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันได้แสดงความเชื่อมั่นว่า เขามีเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะยุติการชัตดาวน์บางส่วน ภายในวันอังคารที่ 3 ก.พ.
● สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ออกแถลงการณ์ระบุว่า BLS จะไม่เผยแพร่ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนม.ค.ตามกำหนดในวันศุกร์นี้ อันเนื่องจากหน่วยงานของรัฐบาลถูกชัตดาวน์บางส่วน
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 4% ในวันจันทร์ (2 ก.พ.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยว่า ทางการอิหร่านกำลังเจรจาอย่างจริงจังกับสหรัฐฯ ซึ่งส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เริ่มลดน้อยลง
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 3.07 ดอลลาร์ หรือ 4.71% ปิดที่ 62.14 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 3.02 ดอลลาร์ หรือ 4.36% ปิดที่ 66.30 ดอลลาร์/บาร์เรล
● เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของปธน.ทรัมป์ และ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน จะพบกันในวันศุกร์นี้ (6 ก.พ.) ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ โดยการประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังว่าอิหร่านมีข้อเสนอหรือมุมมองอย่างไร
ข่าวการเมือง
● ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเชิงล้อเลียนว่าอาจ “ฟ้องร้อง” เควิน วอร์ช หากไม่ลดดอกเบี้ย โดยย้ำภายหลังว่าเป็นเพียงมุกตลก ถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันเชิงการเมืองต่อทิศทางดอกเบี้ย แต่ยังไม่เปลี่ยนกรอบนโยบายอย่างเป็นทางการ
● สหรัฐฯ ปรับลดอัตราภาษีศุลกากรของอินเดีย จาก 25% เหลือ 18% ภายใต้กรอบข้อตกลงด้านพลังงาน ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้อินเดียลดการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และเพิ่มการซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ และรวมถึงเวเนซุเอลา
● รัฐบาลทรัมป์เตรียมใช้งบประมาณเกือบ 12 พันล้านดอลลาร์ จัดตั้งคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของแร่ธาตุหายาก เพื่อลดอำนาจต่อรองของจีนในห่วงโซ่อุปทานโลก โครงการดังกล่าวใช้ชื่อว่า “Project Vault” โดยคลังสำรองนี้มีเป้าหมายเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้ภาคอุตสาหกรรมสำคัญ
● ผลสำรวจหลายฉบับ รวมถึงผลสำรวจของ AP-NORC ในเดือนมกราคม ระบุว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากกล่าวว่าทรัมป์กำลังให้ความสำคัญกับสิ่งที่ผิดพลาด และส่วนใหญ่คิดว่าทรัมป์ละเลยปัญหาค่าใช้จ่ายภายในประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าความไม่พอใจกำลังเพิ่มสูงขึ้นต่อแนวทางการจัดการปัญหาผู้อพยพของเขา และสิ่งที่เขาหมกมุ่นอยู่เมื่อเร็วๆ นี้ เช่น การยึดครองกรีนแลนด์ ก็ไม่เป็นที่นิยมอย่างยิ่ง
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุนจาก Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้าวันนี้เปิดที่ระดับ 31.49 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 31.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยในช่วงที่ผ่านมาเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down และทะลุแนวรับสำคัญที่ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ ค่าเงินบาทมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 31.46–31.68 บาทต่อดอลลาร์
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
Tags : ข่าวทอง, ทอง, ราคาทอง
