

● Federal Funds Rate ออกมาตามคาดการณ์ และครั้งก่อนที่ 3.75%
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 5,300 ดอลลาร์ ในวันพุธ (28 ม.ค.) เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 221 ดอลลาร์ หรือ 4.35% ปิดที่ 5,303.60 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 238.0 เหรียญ หรือ 4.6% ที่ระดับ 5,416.0 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำเปิดตลาดเช้านี้ปรับตัวขึ้น อีก 180 เหรียญ ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 5,598 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.58 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,089.96 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ซื้อสุทธิ 17.97 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 17.97 ตัน
● สถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่านด้วยกองเรือรบขนาดใหญ่ หากอิหร่านไม่กลับสู่โต๊ะเจรจาเพื่อทำข้อตกลงนิวเคลียร์
● ดอยช์แบงก์ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำ คาดแตะ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2026 และมีโอกาสขึ้นสูงสุดถึง 6,900 ดอลลาร์ แรงหนุนมาจากความต้องการลงทุนทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก การลดความเสี่ยงจากสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ และแนวโน้มดอลลาร์อ่อนค่า ปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐและทิศทางดอกเบี้ยเฟด รวมถึงอุปทานทองคำที่ตึงตัว สนับสนุนมุมมองบวกต่อราคาทองคำระยะยาว
● จีนมีทองคำสำรอง 74.15 ล้านออนซ์ หรือประมาณ 2,306 ตัน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2025 เพิ่มขึ้น 30,000 ออนซ์ หรือประมาณ 0.98 ตัน จากเดือนก่อน และแม้ยังไม่มีตัวเลขแน่ชัดแต่จีนยังคงมองว่าการเพิ่มปริมาณทองคำสำรองยังคงเป็นทิศทางเชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดยธนาคาร ANZ ประเมิน จีนมีทองสำรองกว่า 5,000 ตัน สูงกว่าตัวเลขทางการที่จีนเผยถึงกว่า 'สองเท่า'
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.21 จุด หรือ 0.22% มาอยู่ที่ระดับ 96.17 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.249% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ระดับ 3.569% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.68%
● สก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ ยืนยัน สหรัฐฯ ยึดนโยบาย “ดอลลาร์แข็งค่า” และปฏิเสธการแทรกแซงตลาดเงินเพื่อพยุงค่าเงินเยน ถ้อยแถลงดังกล่าวช่วยหนุนดอลลาร์ฟื้นตัว หลังอ่อนค่าทำจุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี จากความเห็นของโดนัลด์ ทรัมป์ ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้น 0.5% แต่ยังลดลงเกือบ 2% ตั้งแต่ต้นปี ท่ามกลางความผันผวนก่อนผลประชุมเฟด
● ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งมีการประกาศหลังตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการนั้น คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติ 10 ต่อ 2 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด
● ทั้งนี้ สมาชิก FOMC จำนวน 10 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 2 รายโหวตสวนมติดังกล่าว โดยสตีเฟน มิแรน และคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ โหวตให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้
● นอกจากนี้ เจอโรม พาวเวล ย้ำว่าเฟดยังไม่ส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้า และจะพิจารณาจากข้อมูลเป็นหลัก อย่างไรก็ดี เฟดมองว่าเงินเฟ้อยังมีความเสี่ยงปรับสูงขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงด้านตลาดแรงงานลดลง
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันพุธ (28 ม.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด และไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตแต่อย่างใด
● ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,015.60 จุด เพิ่มขึ้น 12.19 จุด หรือ +0.02%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,978.03 จุด ลดลง 0.57 จุด หรือ -0.01% และ
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,857.45 จุด เพิ่มขึ้น 40.35 จุด หรือ +0.17%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 1% ในวันพุธ (28 ม.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 82 เซนต์ หรือ 1.31% ปิดที่ 63.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 83 เซนต์ หรือ 1.23% ปิดที่ 68.40 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 2.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 200,000 บาร์เรล
ข่าวการเมือง
● ปธน.ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันพุธว่า “กองเรือรบขนาดมหึมากำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน โดยเคลื่อนกำลังอย่างรวดเร็ว ด้วยพลัง ความมุ่งมั่น และเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นกองเรือที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ถูกส่งไปยังเวเนซุเอลา นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮัม ลินคอล์น” พร้อมเตือนอิหร่านให้ "มาเจรจา" เพื่อหาข้อตกลงที่ "ยุติธรรมและเท่าเทียม" โดยเร็ว
● ขณะที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านจะตอบโต้ด้วยมาตรการที่เหมาะสมต่อการดำเนินการทางทหารใด ๆ ที่มุ่งโจมตีอิหร่าน นอกจากนี้ ทางการอิหร่านระบุว่า อิหร่านสามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งทางบก ทะเล และอากาศ ท่ามกลางความตึงเครียดจากการที่สหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่าน
● ศาลฎีกาตกลงที่จะพิจารณาข้อพิพาทเกี่ยวกับภาษีนำเข้าสินค้าต่างประเทศมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยผู้พิพากษามีกำหนดกลับมานั่งบัลลังก์และอาจออกคำตัดสินในวันที่ 20 กุมภาพันธ์
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.16 บาทต่อดอลลาร์ "อ่อนค่าลง เล็กน้อย" จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.07 บาทต่อดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลง ในลักษณะ Sideways Up (แกว่งตัวในกรอบ 31.02-31.20 บาทต่อดอลลาร์)
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
Tags : ข่าวทอง, ทอง, ราคาทอง
