• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 28 มกราคม 2569

    28 มกราคม 2569 | Gold News

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

     CB Consumer Confidence ออกมาที่ 84.5 ต่ำกว่าคาดการณ์ 90.6 และต่ำกว่าครั้งก่อน 94.2

     Richmond Manufacturing Index ออกมาที่ -6 ต่ำกว่าคาดการณ์ -5 แต่สูงกว่าครั้งก่อน -7

     ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงแตะต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2557 ขณะที่ดัชนีภาคการผลิต Richmond บ่งชี้ว่าแรงกดดันในภาคการผลิตเริ่มมีการผ่อนคลาย

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร (27 ม.ค.) หลังจากพุ่งขึ้นติดต่อกันหลายวันทำการ อันเนื่องมาจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมทั้งถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด

     ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 10 เซนต์ หรือ 0.001% ปิดที่ 5,082.60 ดอลลาร์/ออนซ์

     ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 168.0 เหรียญ หรือ 3.35% ที่ระดับ 5,178.0 เหรียญ

     กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.85 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,087.38 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ซื้อสุทธิ 15.39 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 15.39 ตัน

     ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 18% รวมถึงราคาโลหะเงินพุ่งแรงกว่า 52% ในเดือนเดียวซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากหลายปัจจัย รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น และการที่ธนาคารกลางต่าง ๆ ยังคงเข้าซื้อทองคำ ท่ามกลางกระแสการลดพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ทั่วโลก

     BMO Capital Markets ชี้ว่า ทองคำและเงินกำลังได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนของระบบการเงินโลกและการอ่อนค่าของสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะแรงซื้อจากธนาคารกลางและกองทุน ETF ประเมินทองคำอาจปรับขึ้นสู่ราว 6,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2026 และมีโอกาสแตะ 8,650 ดอลลาร์ในปี 2027 ขณะที่ราคาโลหะเงินจะอยู่ที่ประมาณ 160 เหรียญไตรมาสที่ 4 ปี 2026 และประมาณ 220 เหรียญ ในไตรมาสที่ 4 ปี 2027

     นักวิเคราะห์จากธนาคาร HSBC เตือนว่านักลงทุนโลหะเงินอาจถึงเวลาขายทำกำไร หลังราคาเงินพุ่งขึ้นกว่า 200% เมื่อเทียบกับปีก่อน จนสัดส่วนทองคำต่อเงินลดลงสู่ระดับต่ำผิดปกติ แม้ราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นเพียงราวหนึ่งในสาม ประเมินว่าโลหะเงิน ไม่น่ากลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยใหม่ โดยแรงขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากโมเมนตัมการเก็งกำไร และนักลงทุนรายย่อย มากกว่าปัจจัยพื้นฐาน

     ธนาคาร Citi ปรับเพิ่มเป้าราคาสินเงินระยะสั้น (0–3 เดือน) จาก 100 เป็น 150 เหรียญ หลังราคาพุ่งแรงเกินคาดจากกระแสเงินทุนและแรงเก็งกำไร ธนาคารมองว่าเงินยังมีโอกาสให้ผลตอบแทนดีกว่าทองคำ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากดีมานด์จีน อินเดีย และนักลงทุนรายย่อยทั่วโลก

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

     ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -1.07 จุด หรือ -1.1% มาอยู่ที่ระดับ 95.98 จุด

     อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.231% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.565% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.67%

     นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ (28 ม.ค.) รวมทั้งจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวลประธานเฟด ขณะเดียวกันมีการคาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจประกาศรายชื่อผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานเฟดอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้

     ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีที่ 95.77 หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณไม่กังวลต่อการอ่อนค่าของดอลลาร์ และมองว่าสหรัฐฯ ต้องการดอลลาร์ที่อ่อนลง รวมถึงแรงกดดันเพิ่มเติมมาจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ความเสี่ยงรัฐบาลปิดทำการ และนโยบายการค้าที่แข็งกร้าว

     ตลาดการเงินโลกกำลังเฝ้าระวังความเป็นไปได้ที่เฟดอาจร่วมมือกับญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงิน เพื่อกดดอลลาร์และพยุงเงินเยน ท่ามกลางแรงกดดันในระบบการเงินญี่ปุ่น การอ่อนค่ารุนแรงของเงินเยนและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้น เริ่มกระทบเสถียรภาพทางการเงินและสร้างความกังวลเชิงระบบ หากเกิดการแทรกแซงจริง ดอลลาร์อาจอ่อนค่าแรง ขณะที่เงินเยนจะแข็งค่าขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวอาจกระตุ้นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงจากการปิดสถานะ Yen Carry Trade และเพิ่มความผันผวนในตลาดโลก

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (27 ม.ค.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มประกันสุขภาพ อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวกเช่นกัน โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

     ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,003.41 จุด ลดลง 408.99 จุด หรือ -0.83%

     ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,978.60 จุด เพิ่มขึ้น 28.37 จุด หรือ +0.41% และ

     ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,817.10 จุด เพิ่มขึ้น 215.74 จุด หรือ +0.91%

     นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Meta, Microsoft และ Tesla ในวันนี้ (28 ม.ค.) เพื่อประเมินแนวโน้มธุรกิจ AI

     ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลบในวันนี้ โดยหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินเยน

 

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (27 ม.ค.) หลังจากมีรายงานว่าพายุฤดูหนาวได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ และให้การส่งออกน้ำมันดิบจากอ่าวเม็กซิโกลดลงเหลือศูนย์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

     ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.76 ดอลลาร์ หรือ 2.90% ปิดที่ 62.39 ดอลลาร์/บาร์เรล

     ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.98 ดอลลาร์ หรือ 3.02% ปิดที่ 67.57 ดอลลาร์/บาร์เรล

     นักวิเคราะห์ตลาดจาก City Index กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หากสภาพอากาศหนาวเย็นจัดยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในระยะสั้นนี้ ราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นอีก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน

 

ข่าวการเมือง

     นายกรัฐมนตรีของแคนนาดา เผยว่าทรัมป์เป็นฝ่ายโทรหา โดยเขาได้อธิบายถึงแผนข้อตกลงการค้าใหม่ พร้อมระบุว่าทรัมป์แสดงความประทับใจ

     กองกำลังของอิหร่านยืนยันเมื่อวันอังคาร (27 ม.ค) ว่า เกิดระเบิดขึ้นที่ฐานทัพนิวเคลียร์และฐานทัพทางทหารของอิหร่าน ความเคลื่อนไหวนี้ได้จุดประกายให้เกิดการคาดเดาต่างๆ มากมาย หลังสหรัฐฯ เคลื่อนกำลังเรือรบเข้าสู่ตะวันออกกลาง

     อินเดียและสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงการค้าเสรีครั้งสำคัญ ยุติการเจรจาที่ดำเนินมายาวนานตั้งแต่ปี 2550 โดยข้อตกลงนี้ครอบคลุมมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 25% ของ GDP โลก และคิดเป็น 1 ใน 3 ของการค้าระหว่างประเทศทั้งหมด

 

 

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

     ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ “แข็งค่าขึ้น” มาที่ระดับ  30.94 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  31.106 บาทต่อดอลลาร์ ปรับแข็งค่าขึ้นมา -0.62% 



ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com