

● Core Durable Goods Orders m/m ออกมาที่ 0.5% สูงกว่าคาดการณ์ 0.3% และสูงกว่าครั้งก่อน 0.1%
● Durable Goods Orders m/m ออกมาที่ 5.3% สูงกว่าคาดการณ์ 3.1% และสูงกว่าครั้งก่อน -2.1%
● ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว จากคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงที่สุดในรอบ 6 เดือน สะท้อนกิจกรรมภาคการผลิตและกำลังซื้อที่เริ่มกลับมา อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงจับตาทิศทางเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยของเฟดอย่างใกล้ชิด
ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
● สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ในวันจันทร์ (26 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
● ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 102.80 ดอลลาร์ หรือ 2.06% ปิดที่ 5,082.50 ดอลลาร์/ออนซ์
● ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 24.0 เหรียญ หรือ 0.48% ที่ระดับ 5,010.0 เหรียญ
● กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,086.53 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ซื้อสุทธิ 14.54 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 14.54 ตัน
● ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นและทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะเดียวกัน ราคาโลหะเงินทุบสถิติใหม่ที่ระดับราคา 117 เหรียญ เป็นการปรับตัวขึ้นจากต้นปีแล้วกว่า 55% จากต้นปี
● นักวิเคราะห์จากบริษัท Sprott Inc. กล่าวว่า ราคาทองคำยังคงได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ยังคงเดินหน้าซื้อทองคำเพื่อกระจายทุนสำรองเงินตราต่างประเทศและลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อกองทุน ETF ทองคำ โดยมียอดถือครองเพิ่มขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบรายปี
● นักวิเคราะห์มองว่าการปรับขึ้นของทองคำมีโครงสร้างรองรับ ไม่ใช่เพียงแรงเก็งกำไรระยะสั้น ขณะเดียวกัน ในเชิงจิตวิทยา ระดับ 5,000 ดอลลาร์ ถูกมองว่าเป็น “จุดดึงดูดผู้ซื้อ” และหลายสำนักเริ่มขยับเป้าราคาเพิ่มขึ้น เช่น State Street มองเป้า 5,600 ดอลลาร์ในปีนี้ ขณะที่ Yardeni Research ตั้งเป้า 6,000 ดอลลาร์ปลายปี และมองไกลถึง 10,000 ดอลลาร์ภายในปี 2029
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
● ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.04 จุด หรือ 0.04% มาอยู่ที่ระดับ 97.07 จุด
● อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.225% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 3.6% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.63%
● นักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นจะร่วมมือกันแทรกแซงตลาดเงิน หลังเฟดนิวยอร์กทำการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน หรือ Rate Check กับธนาคารรายใหญ่ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณก่อนการเข้าแทรกแซงตลาด
● นักลงทุนจับตาการประชุมเฟดคืนนี้ โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% และอาจลดดอกเบี้ยรวม 2 ครั้งในปีนี้
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ
● ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (26 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์นี้
● ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,412.40 จุด เพิ่มขึ้น 313.69 จุด หรือ +0.64%
● ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,950.23 จุด เพิ่มขึ้น 34.62 จุด หรือ +0.50%
● ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,601.36 จุด เพิ่มขึ้น 100.11 จุด หรือ +0.43%
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน
● สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (26 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนประเมินผลกระทบของพายุฤดูหนาวที่มีต่อการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ รวมทั้งผลกระทบจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
● ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 44 เซนต์ หรือ 0.72% ปิดที่ 60.63 ดอลลาร์/บาร์เรล
● ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 29 เซนต์ หรือ 0.44% ปิดที่ 65.59 ดอลลาร์/บาร์เรล
● นักวิเคราะห์ประเมินว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ผู้ผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ สูญเสียกำลังการผลิตมากถึง 2 ล้านบาร์เรล/วัน หรือประมาณ 15% ของการผลิตภายในประเทศ เนื่องจากพายุฤดูหนาวพัดถล่มทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า
ข่าวการเมือง
● ทรัมป์ ปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และสินค้าบางประเภทจากเกาหลีใต้เป็น 25% จากเดิม 15%
● ด้านรัฐมนตรีการค้าแคนาดา-สหรัฐฯ โพสต์ลงโซเชียลมีเดียว่า "ไม่มีความพยายามที่จะทำข้อตกลงการค้าเสรีกับจีน สิ่งที่บรรลุผลสำเร็จคือการแก้ไขปัญหาภาษีศุลกากรที่สำคัญหลายประเด็น"
● ขณะเดียวกัน ตลาดกังวลความเสี่ยงรัฐบาลสหรัฐฯ อาจชัตดาวน์จากแรงต้านร่างงบประมาณหลังเหตุเจ้าหน้าที่ ICE ยิงพลเมืองในมินนิโซตา สร้างแรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้น
● นายกฯ อังกฤษ เคียร์ สตาร์เมอร์ เดินทางเยือนจีนเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ยืนยันว่าอังกฤษไม่จำเป็นต้องเลือกข้างระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน ควบคู่กับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ สะท้อนท่าทีที่ให้น้ำหนักด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก แม้ยังมีประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง
● รัฐบาลทรัมป์กำลังเข้าถือหุ้นและอัดฉีดเงินจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับบริษัท USA Rare Earth ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐโอคลาโฮมา และกำลังพยายามสร้างเหมืองแร่หายากและห่วงโซ่อุปทานแม่เหล็กขนาดใหญ่ นอกประเทศจีน
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
● นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.05 บาทต่อดอลลาร์มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าอยู่ที่ระดับ 31.10-31.30 บาทต่อดอลลาร์
● ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด มองว่า เศรษฐกิจไทยในปี 69 เริ่มมีเสถียรภาพ แต่ยังคงมุมมองเฝ้าระวัง โดยคาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้น จากแรงสนับสนุนของนโยบายภาครัฐ ภาวะการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งน่าจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2% ในปี 69 ทรงตัวจากปี 68 โดยแรงส่งทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 69 ยังอยู่ในระดับจำกัด
ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest
Tags : ข่าวทอง, ทอง, ราคาทอง
