• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 23 มกราคม 2569

    23 มกราคม 2569 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

     Final GDP q/q ออกมาที่ 4.4% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 4.3% และสูงกว่าครั้งก่อนที่ 4.3%

     Unemployment Claims ออกมาที่ 200K ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 209K แต่สูงกว่าครั้งก่อนที่ 199K

     Final GDP Price Index q/q ออกมาที่ 3.8% เท่ากับคาดการณ์และครั้งก่อนที่ 3.8%

     Core PCE Price Index m/m ออกมาที่ 0.2% เท่ากับคาดการณ์และครั้งก่อนที่ 0.2%

     ข้อมูลสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้แข็งแกร่ง จากตัวเลข GDP ที่ออกมาสูงกว่าคาด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ตลาดแรงงานยังตึงตัว ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ ด้านเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ทรงตัว สอดคล้องกับมุมมองของเฟดที่ต้องการเห็นเงินเฟ้อชะลอลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปก่อนพิจารณาทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 4,900 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

     สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 75.90 ดอลลาร์ หรือ 1.57% ปิดที่ 4,913.40 ดอลลาร์/ออนซ์

     ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 104.0 เหรียญ หรือ 2.15% ที่ระดับ 4,936.0 เหรียญ

     กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.0 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,079.66 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ซื้อสุทธิ 7.67 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 7.67 ตัน

     สถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ล้วนเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ พร้อมกับคาดการณ์ราคาทองมีแนวโน้มที่จะแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์

     โกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำสิ้นปี 2569 สู่ระดับ 5,400 ดอลลาร์/ออนซ์ จากเดิม 4,900 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยมองว่าความต้องการทองคำจากนักลงทุนภาคเอกชนและธนาคารกลางในประเทศตลาดเกิดใหม่ยังเป็นแรงหนุนราคาทองคำ

     ราคา Silver พุ่งทำสถิติใหม่เหนือ 98 ดอลลาร์ หลังปรับขึ้นแรงต่อเนื่องจากปีที่แล้ว แต่เริ่มมีเสียงเตือนจากนักวิเคราะห์ให้ระมัดระวัง โดย BCA Research มองว่าไม่ควรไล่ซื้อในระดับราคาปัจจุบัน เนื่องจากความเสี่ยงการปรับฐานรุนแรงเพิ่มขึ้น แม้ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังดี ท่ามกลางแรงขับเคลื่อนหลักจากการเก็งกำไรที่ร้อนแรงมากขึ้น

 

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

 

     ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.45 จุด หรือ -0.46% มาอยู่ที่ระดับ 98.34 จุด

     อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 4.247% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.611% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.64%

     นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า โดยมีการคาดการณ์เป็นวงกว้างว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงและข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัว

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

 

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าเข้าซื้อหุ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีศุลกากรจาก 8 ชาติพันธมิตรยุโรป นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

     ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,384.01 จุด เพิ่มขึ้น 306.78 จุด หรือ +0.63%

     ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,913.35 จุด เพิ่มขึ้น 37.73 จุด หรือ +0.55%

     ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,436.02 จุด เพิ่มขึ้น 211.20 จุด หรือ +0.91%

     หุ้นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูงในกลุ่ม Magnificent Seven ปรับตัวขึ้นทั้งหมด นำโดย Meta ทะยานขึ้น 5.7% และหุ้น Tesla พุ่งขึ้น 4.2% ก่อนที่บริษัทหลายแห่งในกลุ่มนี้จะรายงานผลประกอบการในสัปดาห์หน้า โดยนักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดว่าจะมีผลต่อทิศทางตลาดโดยรวม

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มีท่าทีอ่อนลงในประเด็นกรีนแลนด์และอิหร่าน รวมทั้งความเคลื่อนไหวเชิงบวกที่อาจนำไปสู่ทางออกในการยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงหลังสหรัฐฯ เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว

     ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.26 ดอลลาร์ หรือ 2.08% ปิดที่ 59.36 ดอลลาร์/บาร์เรล

     ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.18 ดอลลาร์ หรือ 1.81% ปิดที่ 64.06 ดอลลาร์/บาร์เรล

     ขณะที่ความคืบหน้าในการเจรจายุติสงครามรัสเซีย–ยูเครน ซึ่งอาจนำไปสู่การผ่อนคลายคว่ำบาตรรัสเซียและเพิ่มอุปทานน้ำมันโลก ได้กดดันราคาน้ำมันเพิ่มเติม ประกอบกับข้อมูล EIA ที่เผยว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นสวนทางคาดการณ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลง

ข่าวการเมือง

     ทรัมป์ระบุสหรัฐฯ ได้สิทธิ์เข้าถึงด้านความมั่นคงเต็มที่ในประเทศกรีนแลนด์จากการเจรจา แต่ข้อสรุปดังกล่าวยังไม่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร

     Board of Peace มีประเทศเข้าร่วมไม่ถึง 20 ประเทศ ส่วนใหญ่มาจากตะวันออกกลาง เอเชีย และอเมริกาใต้ ต่ำกว่าที่คาดไว้ราว 35 ประเทศ โดยผู้นำยุโรปไม่เข้าร่วมอย่างชัดเจน ยกเว้นฮังการีซึ่งเป็นชาติยุโรปตะวันตกเพียงประเทศเดียวและเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของรัสเซีย

     ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐฯ มี "กองเรือ" มุ่งหน้าไปยังอิหร่าน แต่หวังว่าจะไม่ต้องใช้มัน พร้อมทั้งย้ำเตือนเตหะรานอีกครั้งไม่ให้สังหารผู้ประท้วงหรือเริ่มโครงการนิวเคลียร์อีกครั้ง

     ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการพบปะกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เป็นไปด้วยดี แต่ยอมรับว่าการยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครนยังต้องใช้เวลา แม้ทุกฝ่ายต้องการให้สงครามยุติลงโดยเร็วขณะเดียวกัน รัสเซียเริ่มเปิดการเจรจา โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน หารือกับผู้แทนสหรัฐฯ เกี่ยวกับแผนสันติภาพอย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังไม่ปรากฏสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งได้

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

     นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.08 บาทต่อ ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นมากจากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.37 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.00-31.35 บาท/ดอลลาร

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com