• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 21 มกราคม 2569

    21 มกราคม 2569 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ 

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 4,700 ดอลลาร์ในวันอังคาร (20 ม.ค.) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับยุโรป เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 170.40 ดอลลาร์ หรือ 3.71% ปิดที่ 4,765.80 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 93.0 เหรียญ หรือ 1.99% ที่ระดับ 4,764.0 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก -4.01 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,081.66 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ซื้อสุทธิ 9.67 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 9.67 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก City Index และ FOREX.com กล่าวว่า ราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางการเมือง นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับทองคำ พร้อมกับคาดการณ์ว่า กรอบถัดไปของราคาทองคำจะอยู่ที่ 4,800 – 4,900 ดอลลาร์ และให้เป้าหมายทางจิตวิทยาในระยะยาวไว้ที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์
  • ธนาคารกลางโปแลนด์ (NBP) ออกแถลงการณ์ระบุว่า NBP ได้ตัดสินใจเพิ่มปริมาณทองคำสำรองในประเทศสู่ระดับ 700 ตัน โดยอดัม กลาปินสกี ผู้ว่าการ NBP กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้โปแลนด์ก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม 10 ประเทศที่ถือครองทองคำมากที่สุดในโลก
  • นอกจากนี้ นักวิเคราะห์กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา NBP เป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดในบรรดาธนาคารกลางทั่วโลก โดยได้เพิ่มทองคำสำรองมากกว่า 100 ตัน ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2568 NBP ถือครองทองคำ 550 ตัน ซึ่งอยู่ในอันดับ 12 ของประเทศที่มีทองคำสำรองมากที่สุดในโลก
  • LBMA เผยผลสำรวจนักวิเคราะห์ประจำปี ชี้ว่าทองคำ–เงินยังมีแรงหนุนขาขึ้นต่อ โดยคาดราคาทองคำเฉลี่ยปี 2026 ราว 4,741.97 ดอลลาร์/ออนซ์ แม้กรอบคาดการณ์ทองคำกว้างตั้งแต่ 3,450–7,150 ดอลลาร์/ออนซ์ สะท้อนความผันผวนสูง แต่ภาพรวมยังเป็นบวก โดยฝั่งมองบวกสุดชี้เป้า 7,150 ดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งระมัดระวังมองเฉลี่ยแถว 4,000 ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญแถว 5,000 ดอลลาร์
  • ด้านเงินนักวิเคราะห์คาดราคาเฉลี่ยปี 2026 ราว 79.57 ดอลลาร์/ออนซ์ จากภาวะขาดแคลนอุปทานและดีมานด์อุตสาหกรรม/เทคโนโลยี แต่เตือนว่าหลังขึ้นแรงตลาดเริ่มตึงตัว มีโอกาสผันผวนและย่อตัวได้หากแรงซื้อชะลอ

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

 

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.58 จุด หรือ -0.59% มาอยู่ที่ระดับ 98.56 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.287% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 3.589% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.7%
  • ด้านตลาดเงิน ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างชัดเจน สะท้อนภาพเงินไหลออกจากดอลลาร์และย้ายไปพักในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและเงิน ท่ามกลางความกังวลว่าความสัมพันธ์สหรัฐฯ–ยุโรปกำลังตึงตัวมากขึ้น ควบคู่กับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณไม่ถอยจากท่าทีเกี่ยวกับกรีนแลนด์
  • ตลาดบอนด์ญี่ปุ่น (JGB) ถูกเทขายหนัก ดันยีลด์ระยะยาวพุ่ง โดยพันธบัตรอายุ 40 ปีทะลุ 4% ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2007 จากความกังวลนโยบายการคลัง/การเมือง โดยเฉพาะแนวคิดลดหรือพักภาษีและเสี่ยงใช้จ่ายเพิ่ม ผลกระทบลามสู่ตลาดโลกเข้าสู่โหมด Risk-off เงินไหลเข้าทองคำ ขณะที่ดอลลาร์ถูกขายทำให้อ่อนค่า และความผันผวนในตลาดการเงินเพิ่มขึ้น
  • นักวิเคราะห์ชี้ว่านอกจากประเด็นกรีนแลนด์แล้ว ต้องจับตาว่าญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดหรือไม่หลังบอนด์ญี่ปุ่นร่วงหนักจนยีลด์พุ่งทำสถิติสูงสุด พร้อมดัชนี nikkei และเงินเยนอ่อนค่า ความผันผวนเกิดหลังนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ทำให้นักลงทุนกังวลฐานะการคลังของญี่ปุ่น

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันอังคาร (20 ม.ค.) โดยทั้งดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปรับตัวลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นเป็นวงกว้าง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับยุโรป 
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,488.59 จุด ลดลง 870.74 จุด หรือ -1.76%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,796.86 จุด ลดลง 143.15 จุด หรือ -2.06% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,954.32 จุด ลดลง 561.07 จุด หรือ -2.39%
  • หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ้มเทคโนโลยีร่วงลง 2.94% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยร่วงลง 2.82% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้น 0.12%
  • ทั้งนี้ ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้นแตะระดับ 20.09 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 2568

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 1% ในวันอังคาร (20 ม.ค.) หลังจากมีรายงานว่าแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ในคาซัคสถานได้ระงับการผลิตชั่วคราว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนหลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยหนุนความต้องการใช้เชื้อเพลิงให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 90 เซนต์ หรือ 1.51% ปิดที่ 60.34 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 98 เซนต์ หรือ 1.53% ปิดที่ 64.92 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ข่าวการเมือง

  • ตลาดยังคงจับตา ด้านสหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าวงเงิน 9.3 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.07 แสนล้านดอลลาร์) หรือจำกัดการเข้าถึงตลาดของบริษัทสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของปธน.ทรัมป์ 
  • ทรัมป์ยังคงส่งสัญญาณชัดเจนถึงความต้องการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ โดยเดินหน้าคงมาตรการภาษีในช่วง 10–25% ควบคู่กับการใช้แรงกดดันทางการเมืองอื่น ๆ ล่าสุดได้โพสต์ภาพตนเองถือธงสหรัฐฯ บนแพลตฟอร์ม Truth Social พร้อมภาพแผนที่ ที่ควบคุมกรีนแลนด์ครอบคลุมถึงแคนาดา
  • ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ปฏิเสธเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังถูกขู่ขึ้นภาษีไวน์และแชมเปญฝรั่งเศส 200% ขณะที่ทรัมป์ออกมาตอบโต้โจมตีจุดยืนของมาครงต่อสาธารณะ ทั้งนี้ทรัมป์ยังเชิญประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าร่วม แต่ถูกปฏิเสธเช่นกัน
  • กองทุนบำเหน็จบำนาญเดนมาร์ก ขู่ว่าประกาศขายทิ้งพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งหมดราว 100 ล้านดอลลาร์ ภายในสิ้นเดือน โดยชี้กังวลฐานะการคลังสหรัฐฯ และความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่ายุโรปเทขายบอนด์สหรัฐฯ แบบยกแผงทำได้ยากและผลกระทบจำกัด เพราะผู้ถือครองส่วนใหญ่เป็นเอกชน และการเทขายหนักอาจย้อนทำร้ายยุโรปเองผ่านต้นทุนการเงินโลกที่สูงขึ้น
  • ด้านศาลสูงสุดสหรัฐฯ เตรียมหยุดพักการพิจารณาคดียาว 4 สัปดาห์และยังไม่ตัดสินคดีคัดค้านกำแพงภาษีของทรัมป์ ทำให้ภาษียังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนอย่างน้อย 20 ก.พ.

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  31.02 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  31.05 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.85-31.10 บาทต่อดอลลาร์ 

 

 

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com