• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 14 มกราคม 2569

    14 มกราคม 2569 | Gold News

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

  • ADP Weekly Employment Change ออกมาที่ 11.8K สูงกว่าครั้งก่อน 11.0K
  • Core CPI m/m ออกมาที่ 0.2% ต่ำกว่าคาดการณ์ 0.3% และเท่ากับครั้งก่อน 0.2%
  • CPI m/m ออกมาที่ 0.3% เท่ากับคาดการณ์และครั้งก่อนที่ 0.3% 
  • CPI y/y ออกมาที่ 2.7% เท่ากับคาดการณ์และครั้งก่อนที่ 2.7% 
  • New Home Sales ออกมาที่ 737K สูงกว่าคาดการณ์ 716K แต่ต่ำกว่าครั้งก่อน 738K
  • ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ล่าสุดสะท้อนภาพเงินเฟ้อที่ชะลอตัวและทรงตัวในระดับต่ำ โดย Core CPI เดือนต่อเดือนอยู่ที่ 0.2% ต่ำกว่าคาด และ CPI ปีต่อปีทรงตัวที่ 2.7 ซึ่งอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี บ่งชี้แรงกดดันด้านราคาที่ผ่อนคลายลง ขณะที่ตลาดแรงงานยังขยายตัวในอัตราต่ำจาก ADP ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์ยังทรงตัว โดยยอดขายบ้านใหม่ออกมาดีกว่าคาดแต่ยังไม่เร่งตัวจากเดือนก่อน ภาพรวมหนุนมุมมองเศรษฐกิจชะลออย่างค่อยเป็นค่อยไปและเพิ่มความคาดหวังต่อทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของเฟดในระยะถัดไป

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ 

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (13 ม.ค.) โดยราคาอ่อนแรงลงหลังจากทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังคงมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มราคาทองคำ โดยคาดว่าความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 15.60 ดอลลาร์ หรือ 0.34% ปิดที่ 4,599.10 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -12.0 เหรียญ หรือ -0.26% ที่ระดับ 4,586.0 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.43 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,074.23 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ซื้อสุทธิ 2.24 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 2.24 ตัน
  • ช่วงตลาดนิวยอร์ก ราคาทองคำพุ่งขึ้นเหนือระดับ 4,634 เหรียญ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนยังคงมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
  • นักวิเคราะห์ยังคงมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มราคาทองคำ โดยเดวิด เมเกอร์ นักวิเคราะห์จาก High Ridge Futures กล่าวว่า สถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความวิตกกังวลที่ว่าความเป็นอิสระของเฟดจะถูกแทรกแซงด้วยการเมืองนั้น ยังคงเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่นักวิเคราะห์ของ Commerzbank ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำในปี 2569 สู่ระดับ 4,900 ดอลลาร์
  • Citi group ปรับเป้าราคาทองคำระยะสั้นเป็น 5,000 เหรียญ และราคาโลหะเงินเป็น 100 เหรียญ คาดว่าตลาดกระทิงโลหะมีค่าต่อเนื่องถึงต้นปี 2026 ซึ่งปัจจัยหนุนมาจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ การขาดแคลนโลหะเงิน และความกังวลต่อความเป็นอิสระของเฟด โดยโลหะเงินยังถูกมองว่าจะให้ผลตอบแทนดีกว่าทองคำ อย่างไรก็ดี หากความตึงเครียดโลกคลี่คลายช่วงปลายปี 2026 ราคาทองคำมีความเสี่ยงปรับฐานแรง

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.28 จุด หรือ 0.28% มาอยู่ที่ระดับ 99.17 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 4.177% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 3.53% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.65%
  • ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเรียกร้องให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานออกมาต่ำกว่าคาด นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ม.ค.นี้ แต่คาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงเกือบ 400 จุดในวันอังคาร (13 ม.ค.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มการเงิน หลังจากผู้บริหารของธนาคาร JPMorgan ได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบของการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,191.99 จุด ลดลง 398.21 จุด หรือ -0.80%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,963.74 จุด ลดลง 13.53 จุด หรือ -0.19% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,709.87 จุด ลดลง 24.03 จุด หรือ -0.10%
  • JPMorgan เตือนว่า ข้อเสนอของทรัมป์ในการจำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10% จะส่งผลเสียรุนแรงต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจ ขณะที่ทรัมป์เสนอแนวคิดนี้เพื่อบรรเทาค่าครองชีพก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม แต่ถูกวิจารณ์ว่าอาจให้ผลตรงข้ามกับที่ตั้งใจ

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันอังคาร (13 ม.ค.) โดยราคาน้ำมันยังคงได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า เหตุการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อในขณะนี้ จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของประเทศ นอกจากนี้ การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแทรกแซงอิหร่านด้วยการสนับสนุนผู้ชุมนุม อาจจะทำให้เหตุการณ์ประท้วงทวีความรุนแรงมากขึ้น
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.65 ดอลลาร์ หรือ 2.77% ปิดที่ 61.15 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.6 ดอลลาร์ หรือ 2.51% ปิดที่ 65.47 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • อิหร่านเผชิญการประท้วงใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี มีผู้เสียชีวิตราว 2,000 คน ขณะที่ทรัมป์ขู่ใช้มาตรการทางทหารและเก็บภาษี 25% ต่อประเทศที่ค้าขายกับอิหร่าน นักวิเคราะห์เตือน หากจีนและประเทศอื่นหยุดซื้อน้ำมันอิหร่าน อุปทานน้ำมันโลกอาจหายไปถึง 3.3 ล้านบาร์เรล/วัน โดยล่าสุดทรัมป์และการยกเลิกเจรจากับอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง

 

ข่าวการเมือง

  • รัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอหมายจับและยึดเรือบรรทุกน้ำมันอีกหลายสิบลำที่เชื่อมโยงกับเวเนซุเอลา เพื่อเข้มงวดการควบคุมการส่งออกน้ำมันภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ยึดเรือแล้วอย่างน้อย 5 ลำในน่านน้ำสากล แม้การดำเนินการจะหยุดชั่วคราวตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้านรัสเซีย ออกมาคัดค้านว่าการยึดเรือดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
  • ตลาดจับตาศาลฎีกาสหรัฐฯ อาจมีคำวินิจฉัยคดีมาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ในวันนี้ (14 ม.ค.) ซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจและการค้าโลกอย่างมีนัยสำคัญ ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาเตือนผ่าน Truth Social ว่าหากศาลคว่ำภาษี รัฐบาลอาจต้องคืนเงินภาษีหลายแสนล้านถึงล้านล้านดอลลาร์ และจะเป็นความเสียหายร้ายแรงต่อเศรษฐกิจประเทศ
  • นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ย้ำเลือกยืนเคียงข้างเดนมาร์ก ท่ามกลางแรงกดดันจากทรัมป์ โดยผู้นำและประชาชนกรีนแลนด์สนับสนุนความสัมพันธ์กับเดนมาร์ก และชะลอการถกเถียงเรื่องเอกราช ขณะที่เดนมาร์กและกรีนแลนด์เตรียมหารือกับผู้นำสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตันในวันพุธที่ 14 ม.ค. นี้ เพื่อหาทางออกทางการทูต

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.55 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวาน ที่ 31.48 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยกรอบแนวรับที่ 31.40 บาท แนวต้าน 31.65 บาท
  • ธนาคารโลกคาดเศรษฐกิจไทยปี 2026 ขยายตัวเพียง 1.8% และปี 2027 อยู่ที่ 2.5% แม้มีการปรับเพิ่มเล็กน้อยจากประมาณการเดิม อัตราการเติบโตดังกล่าวทำให้ไทยรั้งอันดับสุดท้ายใน 9 ประเทศอาเซียน เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ขยายตัวสูงกว่าอย่างชัดเจน สะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางการฟื้นตัวที่ยังเปราะบางในระยะข้างหน้า

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com