• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 09 มกราคม 2569

    9 มกราคม 2569 | Gold News



 สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

  • Unemployment Claims ออกมาที่ 208K ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ 213K และครั้งก่อนที่ 200K

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 1.80 ดอลลาร์ หรือ 0.04% ปิดที่ 4,460.70 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 15.0 เหรียญ หรือ 0.34% ที่ระดับ 4,477.0 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,067.13 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ขายสุทธิ 4.86 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 4.86 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก HSBC คาดการณ์ว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มพุ่งแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เนื่องจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
  • Goldman Sachs ระบุว่าตลาดสินค้า Silver กำลังอาจเผชิญภาวะ supply shock โดยเฉพาะในลอนดอน ส่งผลให้ราคามีความอ่อนไหวต่อกระแสเงินทุนและผันผวนรุนแรงกว่าปกติ ปัจจัยดังกล่าวเกิดจาก ข้อจำกัดด้านอุปทานในบางภูมิภาค ไม่ใช่การขาดแคลน Silver ทั่วโลก ขณะที่การย้ายโลหะเงินไปยังสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า รวมถึงมาตรการจำกัดการส่งออกของจีน อาจทำให้ความผันผวนของราคายังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป
  • CME Group ระบุว่า ทิศทางตลาดโลหะมีค่าในปี 2026 จะถูกกำหนดโดยปัจจัยเชิงโครงสร้างมากกว่าวัฏจักรเศรษฐกิจ หลังทองคำและเงินทำจุดสูงสุดในปี 2025 โดยความต้องการสะสมทองคำจากธนาคารกลางยังเป็นแรงหนุนหลัก และบทบาทของทองคำในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ขณะเดียวกันตลาดโลหะเงินเผชิญความตึงตัวด้านอุปทาน และความผันผวนของอัตราส่วนทองคำต่อเงินที่สูงขึ้น ส่วนโลหะกลุ่มแพลทินัมยังคงเคลื่อนไหวตามวัฏจักรอุตสาหกรรมมากกว่าบทบาทสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.11 จุด หรือ 0.2% มาอยู่ที่ระดับ 98.93 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.171% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.493% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.68%
  • ดัชนีดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์  จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด โดยผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ประเมินไว้ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ รายงานดุลการค้า (Trade Balance) เดือนล่าสุดขาดดุลเพียง -29.4 พันล้านดอลลาร์ ดีกว่าคาดและปรับดีขึ้นจากครั้งก่อนที่ -48.1 พันล้านดอลลาร์ สู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 16 ปี สะท้อนการนำเข้าสินค้าที่ชะลอลงอย่างชัดเจน และเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์รวมถึงมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางนโยบายของเฟด
  • สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวโน้มตัดสินใจเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อจากเจอโรม พาวเวล ภายในเดือนมกราคมนี้ โดยอาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการประชุม World Economic Forum ที่ดาวอส ระหว่างวันที่ 19–23 มกราคม

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) โดยตลาดได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตยุทโธปกรณ์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้มีการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมสู่ระดับสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบเนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,266.11 จุด เพิ่มขึ้น 270.03 จุด หรือ +0.55%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,921.46 จุด เพิ่มขึ้น 0.53 จุด หรือ +0.01% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,480.02 จุด ลดลง 104.26 จุด หรือ -0.44%
  • องค์การสหประชาชาติ (UN) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตที่ระดับ 2.7% ในปี 2026 ชะลอลงเล็กน้อยจากปี 2025 โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นของสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้การใช้จ่ายของผู้บริโภคและอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงจะช่วยพยุงเศรษฐกิจบางส่วน แต่จุดอ่อนเชิงโครงสร้างยังคงมีอยู่
  • รายงานระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่นมีแนวโน้มเติบโตในระดับจำกัด โดยสหรัฐฯ คาดว่าจะขยายตัวราว 2% ขณะที่ยุโรปและญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดันจากการส่งออกและนโยบายการค้า ในทางตรงกันข้าม ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่กำลังพัฒนา เช่น จีน อินเดีย ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง แม้จีนจะชะลอลงจากปีก่อน
  • วันนี้ตลาดจับตาคำพิพากษาศาลสูงสหรัฐฯ เวลา 22.00 น. กรณีการใช้อำนาจของโดนัลด์ ทรัมป์ในการใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉิน (IEEPA) เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้าง หากศาลชี้ว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต รัฐบาลอาจต้องคืนภาษีมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ คำตัดสินดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อนโยบายการค้า ความเชื่อมั่นตลาดโลก และอาจกระตุ้นความผันผวนของดอลลาร์ หุ้น และทองคำในระยะสั้น

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันจากรัสเซีย อิรัก และอิหร่าน อาจเผชิญภาวะชะงักงันอันเนื่องมาจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงประเมินสถานการณ์น้ำมันในเวเนซุเอลา
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.77 ดอลลาร์ หรือ 3.16% ปิดที่ 57.76 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 2.03 ดอลลาร์ หรือ 3.39% ปิดที่ 61.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเปิดทางให้สภาคองเกรสพิจารณาร่างกฎหมายคว่ำบาตรประเทศที่ยังคงทำธุรกิจกับรัสเซีย โดยหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ก็อาจเป็นปัจจัยสกัดการส่งออกน้ำมันของรัสเซียเข้าสู่ตลาด

ข่าวการเมือง

  • อังกฤษสนับสนุนปฏิบัติการยึดเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ ด้วยการส่งเครื่องบินตรวจการณ์ RAF และเรือ RFA Tideforce รวมถึงอนุญาตให้ใช้ฐานทัพ โดยไม่มีทหารอังกฤษขึ้นเรือ
  • วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติผ่านร่างจำกัดอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยห้ามดำเนินปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมต่อเวเนซุเอลาโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา ถือเป็นการตำหนิผู้นำพรรครีพับลิกันที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก อย่างไรก็ดี มติดังกล่าวยังต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรและเผชิญความเสี่ยงจากการใช้สิทธิ์วีโต้ของทรัมป์ ก่อนจะมีผลบังคับใช้จริง

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.45 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์โดยกรอบแนวรับที่ 31.30 บาท แนวต้าน 31.60 บาท

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com