• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 29 ธันวาคม 2568

    29 ธันวาคม 2568 | Gold News



สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (26 ธ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 49.90 ดอลลาร์ หรือ 1.11% ปิดที่ 4,552.70 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 31.0 เหรียญ หรือ 0.69% ที่ระดับ 4,533.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้เปิดตลาดปรับย่อลงมาที่ระดับ 4,500 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.86 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,071.13 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ซื้อสุทธิ 25.7 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 197.75 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก Zaner Metals ระบุว่า ความคาดหวังเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟดในปี 2569, ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง และแม้ว่ามีความเสี่ยงจากการเทขายทำกำไรก่อนสิ้นปี แต่แนวโน้มราคาทองคำก็ยังคงแข็งแกร่ง
  • ราคาเงินในปี 2025 พุ่งขึ้นกว่า 170% จากราว 29.5 ดอลลาร์ สู่ใกล้ 80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงซื้อการลงทุนและอุปทานตึงตัว แม้ธนาคารใหญ่เริ่มเตือนว่าราคาอาจร้อนแรงเกินไป สำหรับปี 2026 มุมมองสถาบันยังแตกต่างกันออกไป โดยบางสถาบันคาดราคาปรับฐานลงสู่ช่วง 40–60 ดอลลาร์ จากสต็อกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลสำรวจ Kitco News Silver Survey ชี้ว่านักลงทุนรายย่อยจำนวนมากคาดว่าราคาเงินอาจขยับขึ้นสู่ 75–100 ดอลลาร์ หรือสูงกว่านั้น ส่งผลให้ภาพรวมยังเป็นบวกในระยะกลาง แต่ความผันผวนสูงและมีความเสี่ยงเกิดการปรับฐานแรงในปี 2026
  • จีนประกาศเตรียมจำกัดการส่งออก Silver ส่งผลให้ราคาพุ่งแรงและสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อห่วงโซ่อุปทานโลก แม้จีนจะผลิตแร่เงินเพียงราว 13% ของโลก แต่กลับควบคุมกำลังการกลั่นและแปรรูปถึง 60–70% ทำให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พลังงานแสงอาทิตย์ และยานยนต์ของตะวันตกได้รับผลกระทบโดยตรง นักวิเคราะห์มองว่านี่คือกลยุทธ์ของจีนในการกันทรัพยากรไว้ใช้ในประเทศ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงภาวะขาดแคลนเงินและความผันผวนของราคาในตลาดโลก

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.03 จุด หรือ 0.03% มาอยู่ที่ระดับ 97.94 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.128% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.481% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.65%

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันศุกร์ (26 ธ.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบางหลังวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส ขณะที่ไม่มีปัจจัยกระตุ้นตลาดที่ชัดเจนไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,710.97 จุด ลดลง 20.19 จุด หรือ -0.04%, 
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,929.94 จุด ลดลง 2.11 จุด หรือ -0.03%
  •  และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,593.10 จุด ลดลง 20.21 จุด หรือ -0.09%
  • ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง 3 ตัวปิดตลาดลดลงเล็กน้อย โดยยุติการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 5 วัน แต่ยังบวกขึ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้คือการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ในวันอังคารนี้ ซึ่งอาจมีการส่งสัญญาณถึงทิศทางนโยบายการเงินในปี 2026 ท่ามกลางสภาวะเงินเฟ้อที่ลดลงยาก และตลาดแรงงานที่ยังคงความตึงตัว นอกจากนี้ ปริมาณการซื้อขายที่เบาบางในช่วงวันหยุดอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ตลาดเกิดความผันผวนสูง โดยความเคลื่อนไหวของราคาในสัปดาห์นี้จะถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงต้นปี 2026
  • เจพีมอร์แกนประเมินว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะชะลอตัวในปี 2025 ต่อเนื่องถึงครึ่งแรกของปี 2026 โดยคาดว่าอัตราการว่างงานจะปรับขึ้นสู่ราว 4.5–4.6% จากความไม่แน่นอนด้านการค้า การจำกัดแรงงาน และผลกระทบของ AI อย่างไรก็ดี ตลาดแรงงานมีแนวโน้มฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2026 หลังนโยบายภาษีมีความชัดเจนมากขึ้น การลดภาษี และการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟด ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่า GDP ปี 2026 จะเติบโต 1.8% มีความเสี่ยงเกิดภาวะถดถอยราวหนึ่งในสาม ขณะที่เงินเฟ้อทรงตัวใกล้ระดับ 2.7%

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงมากกว่า 2% ในวันศุกร์ (26 ธ.ค.) ขณะที่นักลงทุนกังวลกับภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก พร้อมติดตามความเป็นไปได้ของข้อตกลงสันติภาพยูเครน-รัสเซียก่อนการเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ระหว่างประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 1.61 ดอลลาร์ หรือ 2.76% ปิดที่ 56.74 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 1.60 ดอลลาร์ หรือ 2.57% ปิดที่ 60.64 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • แม้ว่าการหยุดชะงักด้านอุปทานช่วยให้ราคาน้ำมันฟื้นตัวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากร่วงลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปีเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. แต่ราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มลดลงหนักที่สุดในรอบปีนับตั้งแต่ปี 2563 โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ลดลง 19% และ 21% ตามลำดับในปีนี้ เนื่องจากการผลิตน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาดในปีหน้า
  • รายงานตลาดน้ำมันเดือนธ.ค. ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ในปีหน้าปริมาณน้ำมันโลกจะเกินความต้องการอยู่ที่ 3.84 ล้านบาร์เรลต่อวัน

 

ข่าวการเมือง

  • โดนัลด์ ทรัมป์ กับ เซเลนสกี ได้มีการประชุมกันเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 28 ที่ผ่านมา โดยทรัมป์ระบุว่าว่าข้อตกลงยุติสงครามยูเครนใกล้บรรลุผลมากที่สุด โดยร่างข้อตกลงคืบหน้าแล้วกว่า 90–95% แต่ยังติดประเด็นอ่อนไหวเรื่องดินแดนดอนบาสและหลักประกันความมั่นคง แม้การหารือกับเซเลนสกีจะเป็นไปในเชิงบวก แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าข้อตกลงจะเกิดขึ้นในเร็ววัน ขณะเดียวกัน รัสเซียยังคงโจมตีกรุงเคียฟอย่างหนัก สะท้อนว่าสถานการณ์ภาคสนามยังตึงเครียดและสันติภาพยังไม่ใกล้ความจริง
  • ประธานาธิบดีอิหร่าน ประกาศว่าอยู่ในภาวะสงครามเต็มรูปแบบเพราะเผชิญแรงกดดันพร้อมกันจากสหรัฐฯ อิสราเอล และยุโรป ทั้งการคว่ำบาตรและความเสี่ยงด้านการทหาร ผู้นำอิหร่านมองว่านี่คือสงครามเชิงเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคง ไม่ใช่แค่การรบโดยตรง เขาเตือนว่าหากอิสราเอลหรือสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านอีกครั้ง จะเผชิญการตอบโต้ที่รุนแรงและเด็ดขาดกว่าเดิม

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • เงินบาทเปิดเช้า 29 ธ.ค. 2568 ที่ 31.12 อ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนที่ 31.04 บาท/ดอลลาร์ ด้าน Krungthai GLOBAL MARKETS คาดกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ที่ 30.90–31.35 บาท/ดอลลาร์ และกรอบในวันนี้อยู่ที่ 31.05–31.20 บาท/ดอลลาร์

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com