• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 23 ธันวาคม 2568

    23 ธันวาคม 2568 | Gold News



สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 4,400 เหรียญ ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล ที่ระดับ 4,486 เหรียญ ท่ามกลางแรงหนุนจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า อย่างน้อย 2 ครั้ง ขณะเดียวกันความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา ยังช่วยกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 82.10 ดอลลาร์ หรือ 1.87% ปิดที่ 4,469.40 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 103.0 เหรียญ หรือ 2.37% ที่ระดับ 4,443.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ราคา 4,480 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 12.02 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,064.56 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ซื้อสุทธิ 19.13 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 191.18 ตัน
  • สำนักข่าว Kitco News ซึ่งอ้างข้อมูลจาก Moscow Times รายงานว่า จีนได้ซื้อทองคำจากรัสเซียมูลค่า 961 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤศจิกายน 2025 ถือเป็นการค้าทองคำทวิภาคีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเป็นเดือนที่สองติดต่อกันที่มูลค่าการนำเข้าเกิน 900 ล้านดอลลาร์ หลังจากเดือนตุลาคมมีมูลค่าราว 930 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าในช่วงปลายปี 2025 จีนเร่งนำเข้าทองคำจากรัสเซียอย่างชัดเจน โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน จีนนำเข้าทองคำจากรัสเซียรวม 1.9 พันล้านดอลลาร์ 
  • การเพิ่มการซื้อทองคำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายจีนในการ เพิ่มทองคำสำรองเพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าตัวเลขการซื้อจริงอาจสูงกว่าที่รายงานอย่างเป็นทางการหลายเท่า โดยธนาคารยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสอย่าง Société Générale ประเมินว่าการสะสมทองคำจริงของจีนอาจสูงกว่าตัวเลขของธนาคารกลางจีนถึง 10 เท่า หรือเพิ่มขึ้น 250 ตัน แทนที่จะเป็น 25 ตันตามรายงาน และอาจเพิ่มทองคำในทุนสำรองมากกว่า 1,080 ตันนับตั้งแต่กลางปี 2022
  • ขณะเดียวกัน ฝั่งรัสเซียกลับมีทิศทางตรงกันข้าม โดย ธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) ได้ขายทองคำสำรองออกสู่ตลาดภายในประเทศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อพยุงค่าเงินรูเบิล เสริมสภาพคล่อง และรองรับภาระงบประมาณ หลังสินทรัพย์สภาพคล่องของกองทุนสวัสดิการแห่งชาติปรับลดลงอย่างมาก ธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) อาจขายทองคำได้ถึง 230 ตันในปี 2025 และอย่างน้อย 115 ตันในปี 2026

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.47 จุด หรือ -0.48% มาอยู่ที่ระดับ 98.19 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.165% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 3.501% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.66%
  • การประชุมเฟดในเดือนมกราคมมีแนวโน้มเป็นช่วงพักนโยบาย โดยเฟดจะประเมินทิศทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน ขณะที่ตลาดการเงินส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ เพื่อรอดูผลของการผ่อนคลายนโยบายที่ผ่านมา โดยข้อมูลจาก FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 80% ที่เฟดจะยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในรอบนี้
  • สตีเฟน มิแรน (ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ) เตือนว่า เฟดอาจเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากไม่ลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีหน้า ท่ามกลางอัตราว่างงานที่ปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังเฟดลดดอกเบี้ยแล้ว 75 bsp. เขามองว่าควรปรับนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่จำเป็นต้องลดครั้งใหญ่ทันที ขณะที่เฟดยังมีความเห็นแตกต่างกันและเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (22 ธ.ค.) ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,362.68 จุด เพิ่มขึ้น 227.79 จุด หรือ +0.47%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,878.49 จุด เพิ่มขึ้น 43.99 จุด หรือ +0.64% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,428.83 จุด เพิ่มขึ้น 121.21 จุด หรือ +0.52%
  • หุ้นเกือบทุกกลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 1.4%, หุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้น 1.3% และหุ้นกลุ่มพลังงานเพิ่มขึ้น 1.1% ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 0.4%
  • นักลงทุนยังรอดูการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยในวันนี้ (23 ธ.ค.) จะมีการเปิดเผยตัวเลขการประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก Conference Board ส่วนในวันพรุ่งนี้จะมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กจะเปิดทำการซื้อขายเพียงครึ่งวันในวันพุธที่ 24 ธันวาคม และจะปิดทำการในวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม เนื่องในวันคริสต์มาส

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 2% ในวันจันทร์ (22 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันในตลาดโลกมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะชงักงัน หลังจากสหรัฐฯ ยังคงพยายามยึดเรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลา รวมทั้งรายงานที่ว่ากองกำลังทหารของยูเครนได้ทำการโจมตีเรือของรัสเซียในทะเลดำ
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.49 ดอลลาร์ หรือ 2.64% ปิดที่ 58.01 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.60 ดอลลาร์ หรือ 2.65% ปิดที่ 62.07 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น หลังสหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการปิดล้อมเวเนซุเอลา โดยมีการตรวจค้นและไล่ล่าเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแคริบเบียน ส่งผลให้น้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้น ปิดเหนือ 58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังปรับลงต่อเนื่องสองสัปดาห์ก่อนหน้า
  • ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียและโครงสร้างพลังงานในภูมิภาคต่าง ๆ ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน แม้ว่าภาพรวมราคาน้ำมันปีนี้ยังถูกกดดันจากอุปทานล้นตลาดและอุปสงค์ที่ชะลอตัวลง

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • นักลงทุนจับตาการเจรจาสันติภาพยูเครน โดยสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ ยุโรป และยูเครน ที่จัดขึ้นในรัฐฟลอริดาในช่วงสุดสัปดาห์ โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้น เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และให้ผลในเชิงบวก

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นายพูน พานิชพิบูลย์ ระบุค่าเงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 31.12 บาทต่อดอลลาร์ จากปิดก่อนหน้าที่ 31.18 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหววันนี้ที่ 31.05–31.20 บาทต่อดอลลาร์  โดยมุมมองเงินบาทแข็งค่ามากกว่าที่คาด สอดคล้องกับการทำจุดสูงสุดใหม่ของราคาทองคำและการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ โดยยังมีโมเมนตัมแข็งค่าต่อเนื่อง และคาดว่าเงินบาทจะอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าตลอดไตรมาสแรกปี 2026 ทั้งนี้ มุมมองจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อเงินบาทอ่อนค่าทะลุ 31.80 บาทต่อดอลลาร์อย่างชัดเจน หรือหลุดโซน 32.30 บาทต่อดอลลาร์

 

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com