• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 22 ธันวาคม 2568

    22 ธันวาคม 2568 | Gold News



สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

  • Existing Home Sales ออกมาที่ 4.13M ต่ำกว่าคาดการณ์ 4.15M แต่สูงกว่าครั้งก่อน 4.11M
  • Revised UoM Consumer Sentiment ออกมาที่ 52.9 ต่ำกว่าคาดการณ์ 53.5 และต่ำกว่าครั้งก่อน 53.3

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (19 ธ.ค.) และปรับตัวขึ้นตลอดสัปดาห์ จากความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมก่อนปิดตลาดวันศุกร์ จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว ทั้งยอดขายบ้านและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 22.80 ดอลลาร์ หรือ 0.52% ปิดที่ 4,387.30 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 3.0 เหรียญ หรือ 0.07% ที่ระดับ 4,338.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้เปิดตลาดมาปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 4,370 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,052.54 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ซื้อสุทธิ 7.11 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 179.16 ตัน
  • นักวิเคราะห์กล่าวว่า ข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัวและรายงานตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง ยิ่งตอกย้ำว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ควรเดินหน้าสู่แนวทางผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่หนุนราคาทองคำ ส่วนอีกปัจจัยคือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลาง
  • ผลสำรวจ Kitco News Top Metals 2026 สะท้อนว่านักลงทุนยังสนใจโลหะมีค่าอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่เชื่อมั่นในทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และกลุ่มที่มองว่าเงินมีโอกาสให้ผลตอบแทนโดดเด่นในปี 2026 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งมองว่าแพลทินัมและแพลเลเดียมเป็นสินทรัพย์ที่ถูกประเมินค่าต่ำและมีศักยภาพเติบโตในระยะถัดไป
  • ด้าน สถาบันการเงินอย่าง TD Securities มองว่าทองคำยังไม่มีเหตุผลให้เกิดการปรับฐานรุนแรง โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัว และความกังวลต่อเสถียรภาพเชิงนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งอาจผลักดันให้ราคาทองคำขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่เหนือ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
  • ตลาดโลหะมีค่าในปี 2025 ถือเป็นปีที่โดดเด่นทั้งในแง่ความผันผวนและผลตอบแทน โดยโลหะเงินเพิ่มขึ้นกว่า 127%, แพลทินัมราว 120%, ทองคำประมาณ 65% และทองแดงราว 35% สะท้อนบทบาทโลหะมีค่าในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน
  • นักวิเคราะห์ตลาดโลหะประเมินว่า หลังราคาแร่เงินพุ่งกว่า 120% ในปี 2025 ตลาดปี 2026 จะเผชิญทั้งโอกาสและความผันผวน โดยมีความเสี่ยงปรับฐานระยะสั้น แต่ยังได้แรงหนุนระยะกลาง–ยาวจากอุปทานตึงตัว โดยคาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบราว 40–75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามจังหวะตลาดและกระแสเงินลงทุน

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.18 จุด หรือ 0.18% มาอยู่ที่ระดับ 98.64 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.157% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.492% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.67%
  • ธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี และส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยต่อ จากมุมมองเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ดีขึ้นใกล้เป้าหมาย 2% อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนกลับอ่อนค่า เนื่องจากผู้ว่าการ BOJ ยังส่งสัญญาณระมัดระวัง ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ทำให้ตลาดมองว่าการคุมเข้มนโยบายจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (19 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งช่วยชดเชยแรงขายในหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,134.89 จุด เพิ่มขึ้น 183.04 จุด หรือ +0.38%,
  •  ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,834.50 จุด เพิ่มขึ้น 59.74 จุด หรือ +0.88% 
  • และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,307.62 จุด เพิ่มขึ้น 301.26 จุด หรือ +1.31%
  • ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 0.67%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.11% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 0.48%
  • ตามสถิติของ Stock Trader’s Almanac เดือนธันวาคมยังเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นได้แข็งแกร่ง โดยตั้งแต่ปี 2493 ดัชนี S&P 500 มักปรับตัวขึ้นเฉลี่ยราว 1.3% ในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของปีต่อเนื่องถึง 2 วันแรกของเดือนมกราคม หรือที่เรียกว่า Santa Claus Rally

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ (19 ธ.ค.) เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักด้านอุปทาน หลังสหรัฐฯ อาจใช้มาตรการปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลา ขณะที่ตลาดรอความคืบหน้าเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 51 เซนต์ หรือ 0.91% ปิดที่ 56.66 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 65 เซนต์ หรือ 1.09% ปิดที่ 60.47 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบ WTI และน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงราว 1% ในสัปดาห์นี้ หลังจากทั้งสองสัญญาร่วงลงราว 4% ในสัปดาห์ก่อนหน้า
  • ขณะที่เช้านี้เปิดตลาดเอเชีย ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น หลังสหรัฐฯสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลา และมีแผนไล่ล่าเรือเพิ่ม ส่งผลให้ความตึงเครียดด้านอุปทานเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ขยับขึ้น 0.6% มาอยู่ที่ 56.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • สหรัฐฯ เดินหน้าสกัดเรือบรรทุกน้ำมันใกล้เวเนซุเอลาเป็นลำที่สาม ภายใต้นโยบายกดดันรัฐบาลมาดูโร ขณะที่เวเนซุเอลาประณามว่าเป็นการละเมิดอธิปไตย นักวิเคราะห์เตือนว่าการปิดล้อมอาจกระทบการส่งออกน้ำมันอย่างรุนแรง แม้สหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่กระทบราคาน้ำมันโลก

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • รายงานข่าวกรองสหรัฐฯ ชี้ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ยังไม่ละทิ้งเป้าหมายในการยึดครองยูเครนทั้งหมด และฟื้นอิทธิพลของรัสเซียในยุโรปตะวันออก แม้ขณะนี้จะมีความพยายามเดินหน้าเจรจายุติสงครามก็ตาม มุมมองดังกล่าวสะท้อนภาพที่แตกต่างจากท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทีมเจรจาสันติภาพของสหรัฐฯ ซึ่งประเมินว่ารัสเซียมีความตั้งใจที่จะยุติความขัดแย้งลง

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเช้านี้ เปิดตลาดที่ 31.42 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากปิดวันศุกร์ที่ 31.47 บาทต่อดอลลาร์ ฝ่ายตลาดเงิน ttb ประเมินกรอบการเคลื่อนไหววันนี้ที่กรอบ 31.30–31.60 บาทต่อดอลลาร์

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com