• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 19 ธันวาคม 2568

    19 ธันวาคม 2568 | Gold News



สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

  • CPI y/y ออกมาที่ 2.7% ต่ำกว่าคาดการณ์ 3.1% และครั้งก่อน 3.0%
  • Unemployment Claims ออกมาที่ 224K เท่ากับคาดการณ์ 224K และต่ำกว่าครั้งก่อน 237K
  • Philly Fed Manufacturing Index ออกมาที่ -10.2 ต่ำกว่าคาดการณ์ 2.5 และครั้งก่อน -1.7
  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน พ.ย. (CPI y/y) ออกมาที่ 2.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 3.1% และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI y/y) อยู่ที่ 2.6% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำภาพว่าแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐฯ กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีช่องว่างข้อมูล ในเดือนตุลาคมจากการปิดทำการของรัฐบาล ขณะที่ Unemployment Claims อยู่ที่ 224,000 ราย บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มทรงตัว ด้านภาคการผลิตอ่อนแอชัดเจน หลังดัชนี Philly Fed Manufacturing Index ร่วงลงสู่ -10.2 ต่ำกว่าคาดมาก ตอกย้ำความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอ และเพิ่มโอกาสที่เฟดจะผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะถัดไป

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือน ทดสอบใกล้เคียงระดับสูงสุดเดิมที่บริเวณ 4,374 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไร การปรับขึ้นของราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐที่ชะลอลง โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลง ต่ำสุดในรอบหลายปี สัญญาณดังกล่าวทำให้ตลาดมองว่าเฟดมีพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินและลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงถัดไป
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ปิดลดลง 9.40 ดอลลาร์ หรือ 0.21% ปิดที่ 4,364.50 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -6.0 เหรียญ หรือ -0.14% ที่ระดับ 4,332.0 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,052.54 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ซื้อสุทธิ 7.11 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 179.16 ตัน
  • นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มสดใสในปี 2569 โดย JP Morgan และ Bank of America (BofA) ต่างก็คาดการณ์ว่า ราคาทองจะพุ่งแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ในปี 2569 โดยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางยังคงเข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

 

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.04 จุด หรือ 0.04% มาอยู่ที่ระดับ 98.41 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.128% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 3.469% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.66%
  • เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 58% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุมเดือน มี.ค.ปีหน้า จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 32.9% เมื่อเดือนที่แล้ว
  • คริส แซคคาเรลลี นักวิเคราะห์จาก (Northlight Asset Management) มองว่าตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดออกมาดีกว่าคาดอย่างมาก และช่วยลดความกังวลหลักของเฟดเรื่องเงินเฟ้อสูงเกินไป แม้เป็นข้อมูลเพียงเดือนเดียว แต่ภาพรวมชี้ว่าเงินเฟ้อไม่ได้เร่งตัวจนเป็นอุปสรรคต่อการลดดอกเบี้ย
  • เจมี่ ค็อกซ์ นักวิเคราะห์จาก (Harris Financial Group) ให้ความเห็นว่า เฟดไม่มีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดอีกต่อไป โดยแรงกดดันเงินเฟ้อจากมาตรการภาษีได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว เปิดทางให้เฟดสามารถกลับมาลดอัตราดอกเบี้ยได้อีกครั้งเร็วสุดในเดือนมกราคม
  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) มีกำหนดประกาศดอกเบี้ยวันศุกร์นี้ โดยตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นจาก 0.50% เป็น 0.75% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี นอกจากนี้ BoJ อาจส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยต่อในอนาคต สะท้อนความเชื่อมั่นว่าการเติบโตของค่าจ้างจะช่วยพยุงเงินเฟ้อให้อยู่ใกล้เป้าหมาย 2%

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (18 ธ.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในปีหน้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัท Micron Technology ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ในไตรมาสปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความต้องการชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แข็งแกร่ง
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,951.85 จุด เพิ่มขึ้น 65.88 จุด หรือ +0.14%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,774.76 จุด เพิ่มขึ้น 53.33 จุด หรือ +0.79% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,006.36 จุด เพิ่มขึ้น 313.04 จุด หรือ +1.38%
  • Bloomberg รายงาน TikTok ประกาศลงนามข้อตกลงจัดตั้งบริษัทร่วมในสหรัฐ แยกจากบริษัทแม่ ByteDance โดยมีนักลงทุนอเมริกันถือหุ้นใหญ่กลุ่มผู้ซื้อที่นำโดย Oracle พร้อมด้วย Silver Lake และ MGX ได้ลงนามข้อตกลงผูกพันเรียบร้อยแล้ว คาดว่าดีลจะแล้วเสร็จในวันที่ 22 มกราคม 2026

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (18 ธ.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่ และประเมินความเสี่ยงด้านอุปทานที่เกิดจากการปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลา
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 21 เซนต์ หรือ 0.38% ปิดที่ 56.15 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 14 เซนต์ หรือ 0.23% ปิดที่ 59.82 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • นักวิเคราะห์จากบริษัท BOK Financial กล่าวว่า นักลงทุนกำลังประเมินเสี่ยงด้านอุปทาน โดยหากมาตรการปิดล้อมการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลายังคงดำเนินต่อไป ก็มีแนวโน้มจะทำให้การผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลาต้องหยุดชะงักลง และหากไม่มีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน การโจมตีรัสเซียอาจทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งจะทำให้อุปทานน้ำมันตึงตัวอย่างรวดเร็ว

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงย้ำผลงานตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่ง และคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตแข็งแกร่งในปีหน้า อย่างไรก็ดี คะแนนนิยมด้านเศรษฐกิจปรับลดลง เหลือเพียง 36% ตามผลสำรวจล่าสุด
  • ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันต่อเวเนซุเอลาในประเด็นทรัพยากรน้ำมัน โดยยืนยันว่าทรัพยากรน้ำมันจำนวนมหาศาลของประเทศควรเป็นของสหรัฐฯ และสภาวุฒิสภาผ่านงบประมาณกลาโหมมูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นงบป้องกันประเทศที่สูงที่สุดในโลก

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 31.43 บาทต่อดอลลาร์ แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า โดย Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่าเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง คาดเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.30–31.60 บาทต่อดอลลาร์

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com