• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2568

    16 ธันวาคม 2568 | Gold News



สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

  • Empire State Manufacturing Index ออกมาที่ -3.9 ต่ำกว่าคาดการณ์ 9.8 และครั้งก่อน 18.7

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันจันทร์ (15 ธ.ค.) โดยราคาทองคำลดช่วงบวกหลังจากพุ่งขึ้นทะลุระดับ 4,360 ดอลลาร์ในระหว่างวัน เนื่องจากความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครนได้ทำให้นักลงทุนลดความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 6.90 ดอลลาร์ หรือ 0.16% ปิดที่ 4,335.20 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 2.0 เหรียญ หรือ 0.05% ที่ระดับ 4,304.0 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 1.43 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,051.69 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ซื้อสุทธิ 6.26 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 178.31 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก Kitco Metals กล่าวว่า ความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนทำให้นักลงทุนลดความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ ราคาทองคำยังถูกกดดันจากแรงขายทำกำไร
  • ธนาคาร โซซิเอเต้ เจเนอรัล (Société Générale) จากฝรั่งเศส มองว่าทองคำจะยังให้ผลตอบแทนเหนือกว่าพันธบัตรสหรัฐและเงินดอลลาร์ไปจนถึงปี 2026 จึงคงสัดส่วนการลงทุนในทองคำไว้ที่ 10% และแนะนำให้ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว โดยคาดว่าราคาทองคำอาจแตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปีหน้า แรงหนุนหลักมาจากแนวโน้มเฟดผ่อนคลายนโยบายการเงิน การกระจายสินทรัพย์ของธนาคารกลาง และบทบาทของทองคำในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน
  • สถาบัน Silver Institute มองว่าอุปสงค์การลงทุนและการใช้งานภาคอุตสาหกรรม จะเติบโตต่อเนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์ รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่หนุนราคาเงินยืนเหนือ 63 ดอลลาร์ต่อออนซ์  รวมถึงอุปสงค์ระยะยาวที่แข็งแกร่งสะท้อนว่า ราคาเงินมีโอกาสทรงตัวในระดับสูงและปรับขึ้นได้ในระยะถัดไป
  • Kitco News รายงาน ราคาทองคำทรงตัวหลังเผชิญแรงขายทำกำไร ท่ามกลางข่าวความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพรัสเซีย–ยูเครนและบรรยากาศตลาดที่ลดความเสี่ยงลง ขณะที่ราคาโลหะเงินยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเชิงเทคนิคทองคำมีแนวต้านสำคัญที่ 4,433 ดอลลาร์ ส่วนเงินมีเป้าหมายขาขึ้นที่ 70 ดอลลาร์ โดยสะท้อนโมเมนตัมว่า ฝั่งโลหะเงิน จะยังคงโดดเด่นกว่าทองคำในระยะสั้น

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

 

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.15 จุด หรือ -0.15% มาอยู่ที่ระดับ 98.25 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.168% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.5% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.67%
  • จอห์น วิลเลียมส์ (ประธานเฟดนิวยอร์ก) ระบุว่านโยบายดอกเบี้ยของเฟดกำลังเข้าใกล้ระดับเป็นกลางมากขึ้น หลังการปรับลดดอกเบี้ยลงมาอยู่ในช่วง 3.5–3.75% เขามองว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2026 ขณะที่ตลาดแรงงานชะลอลงจริง แต่เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และยังไม่เห็นสัญญาณการเลิกจ้างหรือถดถอยรุนแรง
  • ซูซาน คอลลินส์ (ประธานเฟดบอสตัน) กล่าวว่าได้สนับสนุนการลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุด แม้จะเป็นการตัดสินใจที่ยาก หลังข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่า น้ำหนักของความเสี่ยงเริ่มเปลี่ยนไป โดยความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะเร่งตัวสูงขึ้นลดลง อย่างไรก็ดีเธอยังคงระมัดระวัง และต้องการความชัดเจนเพิ่มเติมว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืนก่อนผ่อนคลายนโยบายต่อไป
  • สตีเฟน มิแรน (ผู้ว่าการเฟด) ระบุว่า เงินเฟ้อสหรัฐที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ในปัจจุบัน ไม่ได้สะท้อนแรงกดดันจากอุปสงค์–อุปทานที่แท้จริง เนื่องจากราคาสินค้าหลักส่วนใหญ่เริ่มกลับมามีเสถียรภาพแล้ว เขายังชี้ว่า ตัวชี้วัดเงินเฟ้อบางส่วน เช่น ด้านที่อยู่อาศัย อาจล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับแนวโน้มค่าเช่าปัจจุบัน แม้เงินเฟ้อล่าสุดจะอยู่ที่ 2.8% ต่อปี แต่แรงกดดันเชิงโครงสร้างได้ผ่อนคลายลงมากแล้ว

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเล็กน้อยในวันจันทร์ (15 ธ.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการในสัปดาห์นี้ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าในการสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ และการแสดงความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,416.56 จุด ลดลง 41.49 จุด หรือ -0.09%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,816.51 จุด ลดลง 10.90 จุด หรือ -0.16% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,057.41 จุด ลดลง 137.76 จุด หรือ -0.59%
  • นักวิเคราะห์จากบริษัท BMO Family Office กล่าวว่า นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายและจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เพื่อประเมินว่าข้อมูลเหล่านี้จะสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกหรือไม่
  • ตลาดเริ่มปรับมุมมองผู้สมัครประธานเฟดคนใหม่ หลังตลาดคาดการณ์ชี้ว่า เควิน วอร์ช (อดีตผู้ว่าเฟด) กลายเป็นตัวเต็งแซงหน้า เควิน แฮสเซ็ตต์ (ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ) จากความกังวลว่านโยบายของแฮสเซ็ตต์ อาจถูกครอบงำด้วยแรงกดดันทางการเมือง นักลงทุนและบุคคลสำคัญในวอลล์สตรีทส่งสัญญาณหนุน เควิน วอร์ช มากขึ้น
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนต.ค.และพ.ย. ในวันนี้ (16 ธ.ค.) และจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนพ.ย.ในวันพฤหัสบดีที่ 18 ธ.ค. นอกจากนี้ จะมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจอีกหลายรายการในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีก, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนจาก ADP และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการจาก S&P Global

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • ราคาน้ำมันดิบร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2021 หลังนักลงทุนคาดหวังความคืบหน้าในการเจรจายุติสงครามรัสเซีย–ยูเครน ซึ่งอาจเปิดทางให้น้ำมันรัสเซียกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ท่ามกลางภาวะอุปทานล้นตลาดอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน สัญญาณเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแอยังเพิ่มแรงกดดันต่อแนวโน้มอุปสงค์น้ำมัน
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 62 เซนต์ หรือ 1.08% ปิดที่ 56.82 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 56 เซนต์ หรือ 0.92% ปิดที่ 60.56 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครนเป็นปัจจัยฉุดราคาน้ำมันปรับตัวลงในวันจันทร์ โดยล่าสุดประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ประกาศว่า ยูเครนพร้อมละทิ้งความหวังในการเข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) หากสามารถแลกกับการได้รับหลักประกันด้านความมั่นคงภายใต้ข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามกับรัสเซียที่ดำเนินมาเกือบ 4 ปี

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

-

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ ที่ระดับ 31.48 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนที่ 31.44 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวที่ 31.40–31.75 บาทต่อดอลลาร์ และยังมองว่า ในภาพรวมเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com