• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2568

    12 ธันวาคม 2568 | Gold News



สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

  • Unemployment Claims ออกมาที่ 236K สูงกว่าคาดการณ์ 220K และครั้งก่อน 192K
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์: เพิ่มขึ้น 44,000 ราย สู่ระดับ 236,000 ราย ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 4 ปีครึ่ง และมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ นักวิเคราะห์ประเมินว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้ขอรับสวัสดิการครั้งแรกถือเป็นการพลิกกลับจากสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเคยลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสามปี อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของข้อมูลในช่วงปลายปี ทำให้ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่าสภาวะตลาดแรงงานกำลังอ่อนตัวลงหรือไม่

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี (11 ธ.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด และส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในวันข้างหน้า
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 88.30 ดอลลาร์ หรือ 2.09% ปิดที่ 4,313.00 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 51.0 เหรียญ หรือ 1.21% ที่ระดับ 4,279.0 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 4.01 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,050.83 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ซื้อสุทธิ 5.4 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 177.45 ตัน
  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Marex กล่าวว่า เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังไม่ได้ลดลงสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ของเฟด ดังนั้น การที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสภาพแวดล้อมที่เงินเฟ้อที่ค่อนข้างสูงเช่นนี้ ย่อมเป็นปัจจัยบวกอย่างมากต่อราคาทองคำ นอกจากนี้ เขากล่าวว่าการพุ่งขึ้นของราคาโลหะเงินยังเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำเช่นกัน
  • Ewa Manthey นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของสถาบันการเงิน ING คาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นต่อไปในปี 2026 โดยมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่สนับสนุน ซึ่งจะผลักดันให้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 4,325 ต่อออนซ์ แม้ว่าราคาทองคำในปัจจุบันจะสูงกว่า 4,200 ต่อออนซ์แล้วก็ตาม
  • Goldman Sachs คาดการณ์ราคาทองคำปี 2026 ที่ 4,900 ต่อออนซ์ โดยเชื่อว่าตลาดขาขึ้นของทองคำ จะดำเนินต่อไป แม้ว่าจะไม่พุ่งสูงเร็วเท่าในปี 2025 (ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 60%) โดยหัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Goldman Sachs ระบุว่ามี 2 ปัจจัยหลัก ที่จะผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 20% ภายในสิ้นปี 2026: คือ 1. การซื้อทองคำของธนาคารกลางที่เพิ่มขึ้น 2. วงจรการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
  • มิเชล ชไนเดอร์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ MarketGauge มองว่า Silver เป็นโลหะมีค่า ที่มีศักยภาพขาขึ้นสูงมาก และแนะนำให้นักลงทุนจับตามอง แม้ว่าราคาจะพุ่งทะลุ $63 ไปแล้วก็ตาม เธอคาดการณ์ว่า ราคา Silver จะแตะระดับ $75 ภายในปี 2026 โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่เป็นแรงสนับสนุน

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.23 จุด หรือ -0.23% มาอยู่ที่ระดับ 98.32 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.151% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 3.528% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.62%
  • เฟดระบุในรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจว่าปีหน้า มีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว ซึ่งสะท้อนว่ากรรมการเฟดยังมองว่าเงินเฟ้อยังไม่ชะลอตัวพอจะผ่อนนโยบายมากนัก ส่วนตลาดเองตามข้อมูล CME FedWatch ตอนนี้ประเมินโอกาสลดดอกเบี้ยอีกครั้งช่วง ปลายเดือนเมษายน แต่ความน่าจะเป็นยังคงต่ำกว่าระดับ 50%
  • นักเศรษฐศาสตร์ เจฟฟรีย์ โรช จาก LPL ระบุว่าเฟดต้องเห็นเงินเฟ้อลดลงอย่างชัดเจนจึงจะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่านี้ พร้อมคาดว่าเฟดอาจหยุดลดดอกเบี้ยยาวไปจนถึงไตรมาส 2 ปี 2026 และสะท้อนมุมมองระมัดระวังต่อปัญหาเงินเฟ้อ
  • ไมเคิล เบอร์รี เตือนว่าระบบธนาคารสหรัฐฯ กำลังเปราะบาง เพราะเฟดต้องกลับมาซื้อพันธบัตรระยะสั้นเดือนละ 40,000 ล้านดอลลาร์เพื่ออัดฉีดสภาพคล่อง เขาชี้ว่า หากระบบต้องพึ่งพาเงินสำรองกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์จึงทำงานได้ มันแสดงถึงความอ่อนแอ ไม่ใช่ความแข็งแกร่งและเขามองว่านี่เป็นการขยายงบดุลเฟดครั้งสำคัญหลังจบ QT และเป็นสัญญาณว่าวิกฤตการเงินยังคงเสี่ยงอาจจะเกิดซ้ำได้

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 600 จุดในวันพฤหัสบดี (11 ธ.ค.) โดยดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในวันข้างหน้า แต่ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของหุ้นออราเคิล (Oracle) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,704.01 จุด เพิ่มขึ้น 646.26 จุด หรือ +1.34%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,901.00 จุด เพิ่มขึ้น 14.32 จุด หรือ +0.21% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,593.86 จุด ลดลง 60.30 จุด หรือ -0.25%
  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Siebert Financial กล่าวว่า ตลาดยังคงได้แรงหนุนจากผลการประชุมเฟด ขณะเดียวกันการแสดงความเห็นของพาวเวลยังทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก ซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้ที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าถ้อยแถลงของพาวเวลจะส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินที่แข็งกร้าว และเป็นที่น่าสังเกตว่าเฟดกำลังจับตาภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (11 ธ.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นพุ่งขึ้นมากกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานส่วนเกิน ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 86 เซนต์ หรือ 1.47% ปิดที่ 57.60 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 93 เซนต์ หรือ 1.49% ปิดที่ 61.28 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • นักลงทุนจับตาการเจรจาข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งหากมีการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวก็อาจกลายเป็นก้าวสำคัญในการยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี และปูทางให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ส่งจะผลให้รัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลก
  • รายงานระบุว่า ยูเครนจะส่งแผนสันติภาพฉบับปรับปรุงใหม่ให้แก่สหรัฐ หลังการหารือที่กรุงลอนดอนระหว่างประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ร่วมกับผู้นำของฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

-

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 31.63 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากปิดก่อนหน้า 31.77 บาท โดยนักกลยุทธ์จาก Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหววันนี้ที่ 31.55–31.80 บาทต่อดอลลาร์.

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com