• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 9 ธันวาคม 2568

    9 ธันวาคม 2568 | Gold News



สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (8 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเปิดฉากการประชุมระยะเวลา 2 วันซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันนี้ (9 ธ.ค.) พร้อมกับจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 25.30 ดอลลาร์ หรือ 0.60% ปิดที่ 4,217.70 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -8.0 เหรียญ หรือ -0.19% ที่ระดับ 4,190.0 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 1.14 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,049.11 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ซื้อสุทธิ 3.68 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 175.73 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก Zaner Metals กล่าวว่า ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าดึงดูด โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงแข็งแกร่ง และการที่ธนาคารกลางเข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยเขาคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ระดับ 5,000 /ออนซ์ในไตรมาสแรกของปี 2569
  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่มทองคำสำรองอีก 30,000 ทรอยออนซ์ ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ทำให้เป็นการเข้าซื้อทองคำ ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 นับตั้งแต่พฤศจิกายน 2024 ส่งผลให้การถือครองรวมแตะ 74.12 ล้านทรอยออนซ์ (ราว 2,306 ตัน) สะท้อนความต้องการเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ปลอดภัยและลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ของจีนในระยะยาว.
  • รายงานของ Kitco news มุมมองนักวิเคราะห์ต่อ Silver ชี้ว่าอุปสงค์เงินกำลังพุ่งแรงจากโซลาร์เซลล์ ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรม ทำให้ตลาดเผชิญภาวะขาดแคลนต่อเนื่องหลายปี  ด้านนักวิเคราะห์จาก (TD Securities) มองว่าพื้นฐานตลาดตึงตัวมากและเป็นแรงหนุนให้ราคาปรับขึ้นต่อ ขณะที่ (MKS PAMP) ระบุว่าความต้องการเชิงโครงสร้างกำลังทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะขาดดุลถาวร และสุดท้ายนักวิเคราะห์ (Midas Touch) คาดว่า หากโมเมนตัมยังดีต่อเนื่อง ราคามีโอกาสขึ้นไปในช่วง 63–100 ดอลลาร์

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.09 จุด หรือ 0.09% มาอยู่ที่ระดับ 99.05 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.172% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.579% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.59%
  • คณะกรรมการเฟดมีกำหนดแถลงมติการประชุมในวันพุธที่ 10 ธ.ค.ตามเวลาสหรัฐฯ โดยนักลงทุนให้น้ำหนัก 90% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ ขณะเดียวกันมีการคาดการณ์ว่า การประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมที่กรรมการเฟดมีความที่ขัดแย้งกันมากที่สุดในรอบหลายปี
  • นอกเหนือจากผลการประชุมเฟดในวันพุธนี้แล้ว นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า รวมทั้งจับตารายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจ 
  • เควิน แฮสเซ็ตต์ แคนดิเดตตัวเต็งสำหรับตำแหน่งประธานเฟด กล่าวว่า การวางแผนทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้าหกเดือนเป็นเรื่องไม่รอบคอบพร้อมย้ำว่าเฟดต้องให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดอย่างใกล้ชิด

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (8 ธ.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในวันนี้ (9 ธ.ค.)
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,739.32 จุด ลดลง 215.67 จุด หรือ -0.45%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,846.51 จุด ลดลง 23.89 จุด หรือ -0.35% 
  • และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,545.90 จุด ลดลง 32.22 จุด หรือ -0.14%
  • หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารร่วงลง 1.77% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวลง 1.66% ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น 0.93%
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศว่า เขาจะออกคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อให้มีการใช้กฎกติกาเพียงฉบับเดียวในการออกกฎระเบียบเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ แทนที่จะต้องขออนุมัติจากรัฐต่าง ๆ โดยปธน.ทรัมป์กล่าวว่าเราต้องมีกฏกติกาเพียงฉบับเดียวเท่านั้น หากเราต้องการเป็นผู้นำด้าน AI ต่อไป
  • และล่าสุดทรัมป์อนุมัติให้ Nvidia ส่งออกชิป AI รุ่นรองท็อป H200 ไปยังจีนได้แล้ว หลังการระงับ อย่างไรก็ตาม มีเงื่อนไขคือ ต้องเสียภาษีพิเศษ 25% ให้แก่สหรัฐฯ และต้องผ่านการ ตรวจสอบความปลอดภัย ก่อนส่งออกเพื่อป้องกันการใช้งานทางทหาร ซึ่งทรัมป์ระบุว่าเป็น "ทางสายกลาง" ที่ปกป้องความมั่นคงของชาติพร้อมทั้งสร้างรายได้และงานให้กับอเมริกา
  • รอยเตอร์รายงานว่า จีนทำดุลการค้าเกินดุลกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก จากการเร่งส่งออกไปยุโรป ออสเตรเลีย และอาเซียน ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐฯ ร่วงเกือบหนึ่งในสาม โดยการเปลี่ยนเส้นทางการค้าช่วยหนุนยอดส่งออก และจีนมีแนวโน้มรักษาส่วนแบ่งตลาดโลกได้ต่อเนื่องในปีหน้า.

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (8 ธ.ค.) หลังจากจากมีรายงานว่า อิรักได้กลับมาดำเนินการผลิตที่แหล่งน้ำมัน “West Qurna 2” ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ของโลก ขณะที่นักลงทุนประเมินข่าวการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครน
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 1.20 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 58.88 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 1.26 ดอลลาร์ หรือ 1.98% ปิดที่ 62.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังจากมีรายงานว่า อิรักได้กลับมาดำเนินการผลิตที่แหล่งน้ำมัน “West Qurna 2” ของบริษัทลุคออยล์ (Lukoil) อีกครั้ง หลังจากที่เกิดการรั่วไหลของท่อส่งออกและทำให้ผลผลิตจากแหล่งน้ำมันดังกล่าวลดลงในช่วงที่ผ่านมา โดยแหล่งน้ำมันแห่งนี้มีสัดส่วนราว 0.5% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก และผลิตน้ำมันได้ในปริมาณ 460,000 บาร์เรลต่อวัน

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • นักลงทุนจับตาการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยมีรายงานว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ได้พบปะกับบรรดาผู้นำยุโรปที่กรุงลอนดอนในวันจันทร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนและความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพ
  • รายงานระบุว่า ความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า โดยข้อพิพาทเรื่องการรับประกันความมั่นคงสำหรับยูเครนและประเด็นสถานะของดินแดนที่รัสเซียยึดครองได้นั้น ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะเรียกร้องให้มีการทำข้อตกลงก็ตาม

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ 31.91 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่าลงจากราคาปิดก่อนหน้าที่ 31.84 บาท ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์จาก Krungthai GLOBAL MARKETS  คาดว่าวันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 31.80–32.00 บาท สาเหตุหลักมาจากดอลลาร์แข็งและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้น โดยคาดว่าตลาดได้รับรู้เรื่องการลดดอกเบี้ย 0.25% ของเฟดไปหมดแล้ว

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com