• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 8 ธันวาคม 2568

    8 ธันวาคม 2568 | Gold News



สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

  • Core PCE Price Index m/m ออกมาที่ 0.2% เท่ากับคาดการณ์และครั้งก่อน 0.2%
  • Prelim UoM Consumer Sentiment ออกมาที่ 53.3 สูงกว่าคาดการณ์ 52.0 และครั้งก่อน 51.0
  • Prelim UoM Inflation Expectations ออกมาที่ 4.1% ต่ำกว่าครั้งก่อน 4.5%

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดทรงตัวในวันศุกร์ (5 ธ.ค.) ท่ามกลางความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในสัปดาห์หน้า ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการซื้อขายในตลาด
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ทรงตัวที่ระดับ 4,243.00 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -11.0 เหรียญ หรือ -0.26% ที่ระดับ 4,198.0 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 0.33 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,050.25 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ซื้อสุทธิ 4.82 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 176.87 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก Allegiance Gold ระบุว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 4,200-4,500 ดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ และ 4,500-5,000 ดอลลาร์สหรัฐในปีหน้า โดยจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟด
  • นักวิเคราะห์ Adam Button จาก (Forexlive) เชื่อว่าข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด (UofM และ PCE) ที่แสดงถึงความคาดหวังเงินเฟ้อที่ลดลงช่วยให้ Fed มีเหตุผลในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้มากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อราคาทองคำ แต่เขายังเตือนถึงการที่นักลงทุนรายย่อยเข้ามาซื้อ Silver อย่างมากช่วงนี้นั้นบ่งชี้ว่าตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ระยะท้ายๆ ของการขึ้น หรือใกล้ช่วงปลายของขาขึ้นแล้ว
  • ด้านนักวิเคราะห์ Marc Chandler มองว่าการพักฐานของราคาทองคำเป็นสัญญาณที่ดี (Consolidative phase) โดยเชื่อว่าหากราคาทองคำทะลุระดับ $4,265 อาจส่งสัญญาณไปทดสอบจุดสูงสุดที่ $4,380 นอกจากนี้เขายังคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ
  • ขณะที่ นักวิเคราะห์บางรายคาดว่าราคาทองคำจะลดลง เนื่องจากเชื่อว่าหลัง Fed ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ย (ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้ว) ตลาดอาจเกิดการ "ขายทำกำไรตามข่าว" (Sell on facts) ซึ่งจะส่งผลให้ เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น และกดดันให้มีการเทขายทองคำ
  • ผลสำรวจ Kitco News Gold Survey สัปดาห์นี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (46%) คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่อีก 46% คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways และนักวิเคราะห์ที่เหลืออีก 8% คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะลดลง

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.11 จุด หรือ -0.11% มาอยู่ที่ระดับ 98.93 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.129% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.556% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.57%
  • เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ความน่าจะเป็น 87.2% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 9-10 ธ.ค.นี้
  • โอกาสที่ Kevin Hassett จะเป็นประธาน Fed พุ่งสูงขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ตลาดพันธบัตรกลับแสดงความกังวล โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนคาดการณ์ว่าการลดดอกเบี้ยอย่างรุนแรงโดย Hassett อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในอนาคต ซึ่งจะบีบให้ Fed ต้องกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อควบคุมสถานการณ์ในภายหลัง.
  • ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมิน การตัดสินใจที่ใหญ่ที่สุดของ Fed ในสัปดาห์นี้อาจไม่ใช่การลดดอกเบี้ย แต่เป็นเบาะแสเกี่ยวกับ แผนจัดการ Balance Sheet) $6.5 ล้านล้าน นักวิเคราะห์คาดว่า Fed จะประกาศ "การซื้อบริหารเงินสำรอง" ในตั๋วเงินคลัง เพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบ ซึ่งแม้จะไม่ใช่ QE แต่ก็ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (5 ธ.ค.) หลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดยังคงหนุนความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,954.99 จุด เพิ่มขึ้น 104.05 จุด หรือ +0.22%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,870.40 จุด เพิ่มขึ้น 13.28 จุด หรือ +0.19% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,578.13 จุด เพิ่มขึ้น 72.99 จุด หรือ +0.31%
  • ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 0.5%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.31% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.91% โดยดัชนีทั้งสามตัวปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (5 ธ.ค.) แตะระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนมีความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการพลังงาน รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจจำกัดอุปทานจากรัสเซียและเวเนซุเอลา

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 41 เซนต์ หรือ 0.69% ปิดที่ 60.08 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 49 เซนต์ หรือ 0.77% ปิดที่ 63.75 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ทั้งสองสัญญาปิดตลาดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. และในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้นราว 3% และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นประมาณ 1% ทำให้ทั้งสองสัญญาบวกขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง
  • นักวิเคราะห์กล่าวว่า ความล้มเหลวในการบรรลุความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพยูเครนเป็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน แต่ในขณะเดียวกัน การผลิตน้ำมันที่แข็งแกร่งของกลุ่มโอเปกเป็นปัจจัยกดดันตลาด
  • ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินเสนอจัดหาน้ำมันให้กับอินเดีย โดยปูตินและนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดีย ได้ตกลงกันที่จะขยายความร่วมมือด้านการค้าและความมั่นคง
  • ตลาดยังเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเข้าแทรกแซงทางทหารในเวเนซุเอลา หลังจากทรัมป์ย้ำว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะเริ่มดำเนินการเพื่อหยุดยั้งผู้ค้ายาเสพติดเวเนซุเอลาบนบกในเร็ว ๆ นี้

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • หัวหน้าฝ่ายการค้าของสหรัฐฯ ได้สนทนากับ นายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  ระบุว่า จีนปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงทางการค้า รวมถึงการขยายการสงบศึกทางภาษีและลดอุปสรรคทางการค้าตามที่ตกลงกับประธานาธิบดีทรัมป์และสี จิ้นผิงเมื่อปลายเดือนตุลาคม โดยจีนได้ดำเนินการซื้อถั่วเหลืองสำหรับฤดูกาลนี้ไปแล้วประมาณ หนึ่งในสาม และสหรัฐฯยังคงเฝ้าติดตามพันธกรณีอื่นๆ ต่อไป

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเปิดที่ 31.94 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากปลายสัปดาห์ก่อน นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมิน ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าแบบ Sideways Down และอาจผันผวนมากขึ้น โดยวันนี้ คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80–32.00 บาท/ดอลลาร์

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com