• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2568

    4 ธันวาคม 2568 | Gold News



สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

  • ADP Non-Farm Employment Change ออกมาที่ -32K ต่ำกว่าคาดการณ์ 5K และครั้งก่อน 47K
  • ISM Services PMI ออกมาที่ 52.6 สูงกว่าคาดการณ์ 52.0 และครั้งก่อน 52.4
  • สรุปภาพรวมตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายนจาก ADP ติดลบ 32,000 ตำแหน่ง ถือเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี สะท้อนว่าตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด และเป็นสัญญาณเสี่ยงต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม ด้านภาคบริการกลับส่งสัญญาณเชิงบวก โดยดัชนี ISM Services PMI เดือนพฤศจิกายนปรับขึ้นมาอยู่ที่ 52.6 สูงสุดในรอบ 9 เดือน ซึ่งยังคงบ่งชี้ว่าภาคบริการยังขยายตัวได้ดี

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (3 ธ.ค.) หลังมีรายงานว่าการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ ปรับตัวลงสวนทางกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมในสัปดาห์หน้า
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 11.70 ดอลลาร์ หรือ 0.28% ปิดที่ 4,232.50 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -4.0 เหรียญ หรือ -0.1% ที่ระดับ 4,202.0 เหรียญ 
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 1.71 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,046.58 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ซื้อสุทธิ 1.15 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 173.2 ตัน
  • รายงานจาก Kitco news นักวิเคราะห์ประเมิน ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวใกล้มูลค่าที่เหมาะสม โดยได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนตัวและแนวโน้มลดดอกเบี้ย ซึ่งกดดันผลตอบแทนบอนด์และดอลลาร์ลงต่อเนื่อง ทำให้ทองยังยืนเหนือโซน 4,200 ดอลลาร์ได้ดี แม้แนวรับใหญ่ยังอยู่ที่ 4,000 ดอลลาร์ก็ตาม. ด้านความเสี่ยง แม้มีฉากทัศน์ที่ทองอาจย่อลึกสู่ 3,800 ดอลลาร์ แต่โอกาสเกิดมีน้อยมาก ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนเรื่องตัวตนประธานเฟดคนต่อไปและความเป็นอิสระของเฟดอาจผลักดันให้ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือทองในระยะกลางถึงยาว.
  • ด้านราคา Silver ยังคงทรงตัวระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอหนุนการคาดการณ์ว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม นอกจากนี้ยังมาจากอุปทานที่ตึงตัว และสินค้าคงคลังในเซี่ยงไฮ้ที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบทศวรรษ รวมถึงนักลงทุนยังคงแสดงความสนใจอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากยอดถือครอง Silver ETF ที่เพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.41 จุด หรือ -0.41% มาอยู่ที่ระดับ 98.87 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.075% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 3.494% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.58%
  • หลังจากเปิดเผย การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ บ่งชี้ถึงความอ่อนแอของตลาดแรงงานสหรัฐฯ และทำให้นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 9-10 ธ.ค. โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 89% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ให้น้ำหนัก 87%
  • ด้าน Bank of America เปลี่ยนมุมมอง คาดเฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุม 10 ธ.ค. หลังตลาดแรงงานอ่อนแอและผลของการลดดอกเบี้ยรอบก่อนเริ่มปรากฏ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงช่วยให้อัตราดอกเบี้ยจำนองร่วงจาก 6.9% เหลือ 6.23% หนุนความหวังให้ภาคที่อยู่อาศัยฟื้นตัว รวมถึงท่าทีใหม่ของเฟดหันกลับมามุ่งควบคุมความอ่อนแอของตลาดแรงงาน แม้ก่อนหน้านี้กังวลความเสี่ยงเงินเฟ้อจากมาตรการภาษีของรัฐบาล.

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดในวันพุธ (3 ธ.ค.) เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,882.90 จุด เพิ่มขึ้น 408.44 จุด หรือ +0.86%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,849.72 จุด เพิ่มขึ้น 20.35 จุด หรือ +0.30% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,454.09 จุด เพิ่มขึ้น 40.42 จุด หรือ +0.17%
  • หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1.83% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้น 1.27% ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสาธารณูปโภค ปรับตัวลง 0.42% และ 0.32% ตามลำดับ
  • นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนก.ย.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด 

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (3 ธ.ค.) หลังจากรัสเซียและสหรัฐฯ ไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวก เนื่องจากสต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 31 เซนต์ หรือ 0.53% ปิดที่ 58.95 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 22 เซนต์ หรือ 0.35% ปิดที่ 62.67 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 574,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 พ.ย. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 821,000 บาร์เรล

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ทรัมป์เปิดเผยการเจรจาระหว่างปูตินกับทูตสหรัฐฯ ที่มอสโกเป็นไปดีพอสมควรแต่เส้นทางสู่สันติภาพยูเครนยังไม่ชัดเจน แม้ปูตินจะยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ บางส่วน ขณะที่สหรัฐฯ จะเจรจากับฝ่ายยูเครนต่อในไมอามี สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนจากปัญหาคอร์รัปชันภายในรัฐบาลเคียฟ และความเห็นต่างของยุโรปที่เสนอแผนสันติภาพใหม่ซึ่งรัสเซียมองว่ายอมรับไม่ได้.
  • ผู้ช่วยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังพิจารณาให้ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับตำแหน่งเพิ่มเติมเป็น ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (NEC) หากทรัมป์ตัดสินใจเลือก เควิน แฮสเซ็ตต์ ขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่ การขยับตำแหน่งนี้อาจทำให้เบสเซนต์มีอำนาจกำกับนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ครอบคลุมทั้งด้านการคลังและเศรษฐกิจจากทำเนียบขาว แหล่งข่าวระบุว่าการปรับตำแหน่งครั้งนี้อาจสะท้อนถึงดุลอำนาจทางเศรษฐกิจภายในทีมบริหารชุดใหม่ของทรัมป์

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • CPI ไทยเดือน พ.ย. 68 ลดลง 0.49% YoY ดีกว่าคาด แต่ยังติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 โดยเงินเฟ้อ 11 เดือนแรกของปีนี้ ลดลง 0.12% และคาดทั้งปี 68 อยู่ที่ -0.15% ถึง -0.20% ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยคาดว่าปี 69 เงินเฟ้อจะกลับมาอยู่ในช่วง 0.0–1.0% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ.
  • ค่าเงินบาทเช้านี้  เปิดที่ 31.90 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากปิดก่อนหน้า 31.92 บาท โดยนักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุว่าเงินบาทยังแกว่งตัวไร้ทิศทาง หลังปรับแข็งค่าทะลุแนวรับ 32.00 ในวันก่อนหน้า คาดกรอบการเคลื่อนไหววันนี้อยู่ที่ 31.80–32.05 บาทต่อดอลลาร์.

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com