• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 3 ธันวาคม 2568

    3 ธันวาคม 2568 | Gold News



สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (2 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 6 วันทำการ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ก่อนที่การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 54 ดอลลาร์ หรือ 1.26% ปิดที่ 4,220.80 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -26.0 เหรียญ หรือ -0.61% ที่ระดับ 4,205.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ขยับขึ้นมาที่ระดับ 4,217 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 1.71 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,048.29 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ซื้อสุทธิ 2.87 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 174.92 ตัน
  • ปีเตอร์ แกรนท์ นักวิเคราะห์จาก Zaner Metals แสดงความเห็นว่า นักลงทุนเทขายทำกำไรออกมาเล็กน้อย และยังคงให้ความสำคัญกับความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ เขายังคงมีมุมมองบวกว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นปีหน้า
  • สภาทองคำโลก (WGC) รายงานว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ ได้ซื้อทองคำในปริมาณ 53 ตันในช่วงเดือนต.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน และเป็นการเข้าซื้อสุทธิรายเดือนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2568
  • เงิน (Silver) ซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง โดยคาดว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ย  ถึงแม้จะเผชิญแรงขายทำกำไรเมื่อวานนี้ แต่ราคาเงินก็ดีดตัวกลับ 1.1% เข้าใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาลที่ $58.84 โดยราคาเงินกำลังจะทำผลตอบแทนรายปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979
  • อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า ราคาเงินอาจอยู่ในภาวะ Overbought เนื่องจากดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI) ได้ทะลุระดับ 70 และอัตราส่วน Gold silver ratio ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ซึ่งเป็นสัญญาณที่เทรดเดอร์บางคนมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ
  • โดยมุมมองนักวิเคราะห์ต่อแนวโน้ม Silver ด้านอัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold-to-Silver Ratio): ปัจจุบันอัตราส่วนอยู่ที่ประมาณ 74 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 68 ซึ่งคาดว่า เงินมีโอกาส (Outperform) จนทำให้อัตราส่วนลดลงสู่ค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 68 ซึ่งอาจหมายถึงราคาเงินจะขยับขึ้นจาก $58 เป็นประมาณ $65 ต่อออนซ์

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.12 จุด หรือ -0.12% มาอยู่ที่ระดับ 99.32 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.081% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.5% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.58%
  • นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 9-10 ธ.ค. หลังจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 89.2% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ 

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (2 ธ.ค.) ขานรับความหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของหุ้น Boeing และหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดปิดในแดนบวก
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,474.46 จุด เพิ่มขึ้น 185.13 จุด หรือ +0.39%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,829.37 จุด เพิ่มขึ้น 16.74 จุด หรือ +0.25% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,413.67 จุด เพิ่มขึ้น 137.75 จุด หรือ +0.59%
  •  ข้อมูลจาก Stock Trader’s Almanac ระบุว่า เดือนธ.ค.มักเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 1% ในเดือนดังกล่าว ส่งผลให้เดือนธ.ค.เป็นเดือนที่ตลาดหุ้นปรับตัวดีที่สุดเป็นอันดับ 3 ของปี นับตั้งแต่ปี 2493
  • ในวันพุธ ตลาดการเงินจะมุ่งความสนใจไปที่รายงานการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ซึ่งจะเผยแพร่ในเวลา 8:15 น. ตามเวลาตะวันออก เพื่อประเมินทิศทางของตลาดแรงงานและผลกระทบต่อการตัดสินใจนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และไม่มีการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในสัปดาห์นี้ ดังนั้นรายงาน ADP จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะตัวชี้วัดหลักตัวสุดท้ายของตลาดแรงงานก่อนการประชุมของ Fed สัปดาห์หน้า
  • ในส่วนของประเด็นการเมือง ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเมื่อคืนนี้ว่า จะยังคงดำเนินการหารือเกี่ยวกับการแต่งตั้งประธาน Fed ในช่วงต้นปี 2569 โดยมีชื่อของ เควิน ฮัสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ เป็นผู้ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ
  • เจอโรม ชไนเดอร์ หัวหน้าฝ่ายบริหารกองทุน Pimco กล่าว่า เศรษฐกิจในปัจจุบันกำลังเข้าสู่สภาวะ "เศรษฐกิจแบบ K-Shaped" อย่างชัดเจน ซึ่งหมายถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แต่แบ่งออกเป็นสองกลุ่มที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนว่าความเหลื่อมล้ำในการฟื้นตัว

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (2 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด ขณะเดียวกันก็จับตาการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 68 เซนต์ หรือ 1.15% ปิดที่ 58.64 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 72 เซนต์ หรือ 1.14% ปิดที่ 62.45 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ตลาดยังคงจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • มีรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้ต้อนรับ สตีฟ วิตคอฟ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ณ ทำเนียบเครมลินเมื่อวานนี้ เพื่อหารือเรื่องการเจรจาสันติภาพในยูเครน 
  • อย่างไรก็ตาม ก่อนการประชุมดังกล่าว ปูตินได้ส่งสัญญาณเตือนชาติยุโรปว่า รัสเซียพร้อมที่จะตอบโต้หากเกิดสงคราม นอกจากนี้ เขายังขู่จะ ปิดกั้นทางออกสู่ทะเลของยูเครน เพื่อตอบโต้ต่อกรณีที่ยูเครนใช้โดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 
  • โดยรายงานล่าสุดเช้านี้จากรอยเตอร์ ผลการเจรจาการประชุมระหว่างประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กับผู้แทนระดับสูงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ทำเนียบเครมลิน ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครนได้

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้า 32.04 บาทต่อดอลลาร์ ฝ่ายกลยุทธ์ Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุว่า แนวโน้มจะทยอยแข็งค่าขึ้น อาจ ทดสอบระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ หรือแข็งค่าลงไปต่ำกว่านี้ได้ กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทอยู่ที่ 31.90–32.15 บาทต่อดอลลาร์

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com