• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2568

    1 ธันวาคม 2568 | Gold News



สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ 

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (28 พ.ย.) แตะระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า และส่งสัญญาณยุติ QT ส่งผลให้เป็นแรงสนับสนุนตลาดทองคำปรับตัวสูงขึ้น 
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 52.60 ดอลลาร์ หรือ 1.25% ปิดที่ 4,254.90 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 56.0 เหรียญ หรือ 1.35% ที่ระดับ 4,215.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้เปิดตลาดปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 4,230 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,045.43 ตันภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ซื้อสุทธิ 5.08 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 172.05 ตัน
  • ราคาทองคำและโลหะเงินพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ ราคาสินค้าเงินที่พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ แตะระดับ 57.6 เหรียญ ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการ ขาดแคลนอุปทาน (Supply Chain Issues) ทั่วโลก และ ความคาดหวังใหม่ว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งการเพิ่มขึ้นของเงินได้หนุนโมเมนตัมของทองคำให้ทะลุแนวต้านสำคัญที่ 4,200 เหรียญ
  • ผลสำรวจราคาทองคำของ Kitco News ในสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นในฝั่งขาขึ้น (Bullish) กลับมาอย่างชัดเจน หลังจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ (79%) คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ ขณะที่ 7% คาดว่าจะปรับตัวลง และ ทรงตัว (Sideways) อีก 14%
  • นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มอง ทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจากความตึงเครียดยูเครน และกราฟทางเทคนิคที่สะท้อนในเชิงบวก และความคาดหวังที่เฟดจะลดดอกเบี้ยครั้งที่สามในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำอาจผันผวนในระยะสั้น หากเฟดไม่ลดดอกเบี้ยหรือมีข้อมูลเศรษฐกิจใหม่ออกมา.

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.09 จุด หรือ -0.09% มาอยู่ที่ระดับ 99.47 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.032% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 3.5% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.53%
  • ด้านถ้อยแถลงเชิงผ่อนคลายล่าสุดจากคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด และจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดนิวยอร์ก ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงหลังการปิดทำการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ตลาดมั่นใจมากขึ้นว่า เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนหน้า โดยนักลงทุนประเมินว่ามีโอกาส 87% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ประเมินไว้ 50%
  • ธนาคารกลางสหรัฐ เตรียมประกาศยุติการลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening - QT) อย่างเป็นทางการ ในวันนี้ 1 ธั.ค. โดยมีการตรึงงบดุลไว้ที่ 6.57 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากการดำเนินการลดขนาดงบดุลได้ ดูดซับสภาพคล่องออกจากระบบไปแล้ว 2.39 ล้านล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์ชี้ว่าสถานการณ์นี้ มีความคล้ายคลึงกับช่วงปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงที่การทำ QT ครั้งล่าสุดสิ้นสุดลง

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (28 พ.ย.) ในการซื้อขายที่เบาบางเพราะตลาดปิดทำการเร็วกว่าปกติหลังวันหยุดเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนธ.ค.
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,716.42 จุด เพิ่มขึ้น 289.30 จุด หรือ +0.61%,
  •  ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,849.09 จุด เพิ่มขึ้น 36.48 จุด หรือ +0.54% 
  • และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,365.69 จุด เพิ่มขึ้น 151.00 จุด หรือ +0.65%
  • ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์บวก 3.18%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 3.73% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 4.91%
  • ส่วนในรอบเดือนพ.ย.นั้น ดัชนีดาวโจนส์และ S&P500 พลิกกลับมาเป็นบวกเล็กน้อย แต่ Nasdaq ปิดลดลง 1.51% ซึ่งสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นสูง ส่งผลให้นักลงทุนขายทำกำไรและลดการถือครอง
  • ด้านเศรษฐกิจจีน ส่งสัญญาณอ่อนแรงหนัก หลัง PMI ภาคการผลิตและภาคบริการร่วงต่ำกว่า 50 พร้อมหดตัวต่อเนื่องเป็นประวัติการณ์จากปัญหาอสังหาฯ และอุปสงค์ในประเทศที่ซบเซา การส่งออกอ่อนแรง การลงทุนชะลอ และความตึงเครียดทางการค้ากับประเทศคู่ค้ารายใหญ่ยิ่งกดดันภาพรวมเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์คาดว่าเศรษฐกิจจีนไตรมาสนี้อาจอ่อนแอสุดในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่ตลาดต้องรอลุ้นมาตรการกระตุ้นใหม่อาจมาช่วงประชุม Two Sessions เดือนมีนาคม.

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดเล็กน้อยในวันศุกร์ (28 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนประเมินปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ต่อราคาน้ำมันท่ามกลางการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซีย–ยูเครนที่ยืดเยื้อ รวมถึงติดตามการประชุมของโอเปกพลัสในวันอาทิตย์นี้เพื่อหาสัญญาณการปรับเปลี่ยนกำลังการผลิต
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 10 เซนต์ หรือ 0.17% ปิดที่ 58.55 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 16 เซนต์ หรือ 0.26% ปิดที่ 62.38 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ที่เผยแพร่ในวันศุกร์ระบุว่า การผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนก.ย. ทำให้ตลาดกังวลมากขึ้นว่าภาวะส่วนเกินอาจรุนแรงขึ้น โดยการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 44,000 บาร์เรลต่อวัน แตะระดับสถิติ 13.84 ล้านบาร์เรลต่อวัน
  • สัญญาณที่ว่าการทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างยูเครนและรัสเซียอาจใกล้บรรลุผลเป็นแรงกดดันให้ราคาน้ำมันร่วงแรงเมื่อต้นสัปดาห์ แต่ราคาฟื้นตัวขึ้นตลอดสามวันที่ผ่านมา หลังการเจรจายังคงยืดเยื้อ โดยปัจจัยที่นักลงทุนจับตามองคือความไม่แน่นอนของข้อตกลง ซึ่งหากไม่เกิดขึ้นจริงอาจทำให้มาตรการคว่ำบาตรต่อการส่งออกน้ำมันของรัสเซียเข้มงวดขึ้นอีก
  • ด้านโอเปกพลัสมีแนวโน้มคงระดับการผลิตในการประชุมในวันอาทิตย์นี้ และจะหารือกลไกประเมินกำลังการผลิตสูงสุดของแต่ละประเทศ

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนเปิดเผยในวันศุกร์ (29 พ.ย.) ว่า รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 1 เดือนทั่วยูเครน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว
  • ขณะที่ล่าสุด นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้พบกับคณะผู้แทนยูเครนที่รัฐฟลอริดาเมื่อวันอาทิตย์ โดยกล่าวว่า การหารือรัสเซีย-ยูเครนมีความคืบหน้า แต่ยังคงมีภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการอีกมาก

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 32.09 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า 32.21 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าหลังตลาดคาดเฟดอาจลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม. ด้านนักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS คาดการณ์กรอบค่าเงินบาทวันนี้จะอยู่ที่ระดับ 32.00-32.20 บาท/ดอลลาร์

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com