• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568

    24 พฤศจิกายน 2568 | Gold News




สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Flash Manufacturing PMI ออกมาที่ 51.9 ต่ำกว่าคาดการณ์ 52.0 และครั้งก่อน 52.5
  • Flash Services PMI ออกมาที่ 55.0 สูงกว่าคาดการณ์ 54.6 และครั้งก่อน 54.8
  • Revised UoM Consumer Sentiment ออกมาที่ 51.0 สูงกว่าคาดการณ์ 50.6 และครั้งก่อน 50.3

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (21 พ.ย.) หลังร่วงลงกว่า 1% ในช่วงต้นการซื้อขาย ขณะที่บรรดาเทรดเดอร์เพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมเดือนธ.ค. หลังมีถ้อยแถลงเชิงผ่อนคลายจากเจ้าหน้าที่เฟด
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 19.50 ดอลลาร์ หรือ +0.50% ปิดที่ 4,079.50 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -8.0 เหรียญ หรือ -0.2% ที่ระดับ 4,065.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ 4,050 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.14 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,040.57 ตันภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ซื้อสุทธิ 0.22 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 167.19 ตัน
  • ผลสำรวจ Kitco News Weekly Gold ล่าสุดเผยให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างมุมมองของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย โดยที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญใน Wall Street ส่วนใหญ่เริ่มหันไปถือครองสถานะที่เป็นกลาง (Neutral) หรือสถานะขาลง (Bearish) ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยหรือ Main Street ส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่นในแนวโน้มขาขึ้น (Bullish) โดยนักวิเคราะห์วอลล์สตรีท 15% คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้น, 31% คาดว่าจะลดลง และ 54% คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบต่อในสัปดาห์นี้

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.1 จุด หรือ 0.1% มาอยู่ที่ระดับ 100.26 จุด ภาพรวมดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ยังคงทรงตัวแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.067% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.505% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.56%
  • ด้านอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ นั้นยังไม่แน่นอน โดย ลอรี โลแกน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาดัลลัส เรียกร้องให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้อีกระยะหนึ่งขณะที่เฟดประเมินว่าต้นทุนการกู้ยืมระดับปัจจุบันฉุดเศรษฐกิจมากเพียงใด
  • ซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดสาขาบอสตันกล่าวว่า นโยบายการเงินอยู่ในจุดที่เหมาะสม ซึ่งสะท้อนว่า เธอยังไม่มั่นใจว่าควรลดอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนหน้า
  • แต่ด้าน จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กระบุว่า เฟดยังสามารถปรับลดดอกเบี้ยได้ในเร็ว ๆ นี้โดยไม่เสี่ยงต่อเป้าหมายเงินเฟ้อ สหรัฐฯ นักวิเคราะห์กล่าวว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกอย่างมาก และช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกต่อตลาดทองคำ
  • การแสดงความเห็นของวิลเลียมส์ ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนธ.ค. โดยเครื่องมือ CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักกว่า 70% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นหลังจากที่ให้น้ำหนักไม่ถึง 40% ในช่วงก่อนหน้านี้
  • รัฐบาลญี่ปุ่นล่าสุดได้ ประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในวงเงินสูงถึงราว 21.3 ล้านล้านเยน หรือ 135,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่ทบทวีจากปัญหาที่มีอยู่เดิม การเพิ่มวงเงินอย่างมากนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุก แม้ญี่ปุ่นจะเผชิญกับภาระหนี้สาธารณะที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วก็ตาม
  • ด้านฝั่งธนาคารกลางญี่ปุ่น คาซูยูกิ มาสุ กรรมการ BOJ ระบุว่าญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้าใกล้ช่วงเวลาปรับขึ้นดอกเบี้ยโดยไม่รอผลเจรจาค่าจ้างปีหน้า สอดคล้องกับสัญญาณของผู้ว่าอุเอดะที่ชี้ว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค. เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนกู้ยืมต่ำ
  • ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น อายุ 5 ปี และ 10 ปี ได้ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับวินัยทางการคลัง ขณะเดียวกัน เงินเยน ก็อ่อนค่าหลุดระดับ 157 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นในวันศุกร์ (21 พ.ย.) หลังจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้อีกภายในปีนี
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,245.41 จุด เพิ่มขึ้น 493.15 จุด หรือ +1.08%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,602.99 จุด เพิ่มขึ้น 64.23 จุด หรือ +0.98% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,273.08 จุด เพิ่มขึ้น 195.03 จุด หรือ +0.88%
  • อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดดีดตัวในวันศุกร์ แต่ดัชนีหุ้นหลักทั้งสามตัวยังติดลบในรอบสัปดาห์นี้ โดยดัชนีดาวโจนส์และ S&P500 ลดลงราว 2% ขณะที่ Nasdaq ลดลง 2.7%
  • นักลงทุนจับตารายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ในวันอังคารนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมทั้งจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนธ.ค.
  • สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ประกาศยกเลิกการเผยแพร่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือน    ต.ค. ซึ่งเดิมมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล ส่วนดัชนี CPI ประจำเดือนพ.ย. ซึ่งเดิมมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 10 ธ.ค. จะถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 18 ธ.ค.

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 1% ในวันศุกร์ (21 พ.ย.) และปิดต่ำสุดในรอบ 1 เดือน หลังสหรัฐฯ เดินหน้าผลักดันข้อตกลงสันติภาพรัสเซีย–ยูเครน ซึ่งอาจเพิ่มอุปทานน้ำมันโลก ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ สกัดกั้นความต้องการเสี่ยงของนักลงทุน
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 94 เซนต์ หรือ 1.59% ปิดที่ 58.06 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 82 เซนต์ หรือ 1.29% ปิดที่ 62.56 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ทั้งสองสัญญาน้ำมันดิบร่วงลงราว 3% ในสัปดาห์นี้ และปิดตลาดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.
  • เซเลนสกีเตือนว่าการยอมรับแผนสันติภาพของสหรัฐฯ อาจทำให้ยูเครนสูญเสียศักดิ์ศรี เสรีภาพ และการสนับสนุนจากวอชิงตัน ขณะที่ปูตินระบุว่าข้อเสนอนี้สามารถเป็นพื้นฐานยุติสงครามได้แต่รัสเซียจะเดินหน้าโจมตีต่อหากยูเครนปฏิเสธ ทั้งนี้ การเจรจาเกิดขึ้นท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ ต่อบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซียอย่าง Rosneft และ Lukoil มีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ที่ผ่านมา

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าร่างข้อเสนอยุติสงครามยูเครนซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเอื้อรัสเซีย ถูกร่างโดยสหรัฐฯ โดยอิงข้อมูลจากทั้งรัสเซียและยูเครน ไม่ใช่นโยบายเอื้อรัสเซียอย่างที่วุฒิสมาชิกบางคนกล่าว และขณะนี้รูบิโอเดินทางเจรจากับเจ้าหน้าที่ยูเครนและยุโรป ขณะที่ทรัมป์เรียกร้องให้ยูเครนตอบรับข้อเสนอนี้โดยเร็ว.
  • จีนส่งจดหมายถึงเลขาฯ ยูเอ็น เรียกร้องให้นายกฯ ญี่ปุ่นถอนถ้อยคำ หลังทาคาอิจิระบุเหตุฉุกเฉินไต้หวันอาจเปิดทางให้ญี่ปุ่นใช้สิทธิ์ป้องกันตนเอง โดยชี้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นขู่ใช้กำลังต่อจีนอย่างเปิดเผย ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเตือนว่าการแทรกแซงข้ามช่องแคบจะถูกมองเป็นการรุกรานซึ่งจีนมีสิทธิ์ตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตย.

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 32.44 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากปิดสัปดาห์ก่อนที่ 32.52 บาทต่อดอลลาร์ โดยนักกลยุทธ์ Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุว่าเงินบาทปรับแข็งค่ากลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways Down กรอบ 32.38–32.54 บาทต่อดอลลาร์.

 

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com