• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568

    20 พฤศจิกายน 2568 | Gold News





สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (19 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนรอดูรายงานการประชุมประจำวันที่ 28-29 ต.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการเผยแพร่หลังตลาดทองคำปิดทำการ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ (20 พ.ย.) เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนหน้า
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 16.30 ดอลลาร์ หรือ 0.40% ปิดที่ 4,082.80 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 10.0 เหรียญ หรือ 0.25% ที่ระดับ 4,077.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ขยับขึ้นมาที่ระดับ 4,097 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.29 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,043.72 ตันภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ซื้อสุทธิ 3.37 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 170.34 ตัน
  • ภาพรวมราคาทองคำมีช่วงจังหวะถูกเทขายลงมาก่อนปรับตัวขึ้น โดยยังพอได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อ “Buy on Dip” หลังรายงานประชุมเฟดสะท้อนความเห็นต่างเรื่องการลดดอกเบี้ย แต่การลดเดือนธันวาคมยังไม่แน่นอน ส่งผลให้แรงหนุนทองคำค่อนข้างจำกัด ขณะที่ตลาดลดโอกาสลดดอกเบี้ย ธ.ค. เหลือราว 30% และรอติดตามข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อกำหนดทิศทางต่อไป

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.6 จุด หรือ 0.6% มาอยู่ที่ระดับ 100.17 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.143% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.604% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.54%
  • เฟดได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 28-29 ต.ค. ซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดมีความกังวลว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจจะส่งผลกระทบต่อการสู้กับเงินเฟ้อ โดยอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% เป็นเวลากว่า 4 ปี
  • ทั้งนี้ แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% หลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันที่ 29 ต.ค. แต่มติการประชุมครั้งนี้ไม่เป็นเอกฉันท์ นอกจากนี้ เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.ยังคงมีความไม่แน่นอน
  • ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 30% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.
  • รวมถึงบันทึกการประชุมเผยว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ตัดสินใจหยุดกระบวนการลดขนาดงบดุล (QT) เร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยจะยุติในวันที่ 1 ธันวาคม เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการเงินมีสภาพคล่องเพียงพอและสามารถควบคุมอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผู้ว่าการเฟดส่วนใหญ่ ยังแสดงความสนใจในการปรับโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์ โดยต้องการเพิ่มสัดส่วนการถือ "ตั๋วเงินคลัง" มากกว่าพันธบัตรอายุยาว โดยการถือครองตั๋วเงินคลังในสัดส่วนที่มากขึ้นจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเฟดในการบริหารจัดการความต้องการสภาพคล่องในตลาด 
  • ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวเมื่อวานนี้อีกครั้งว่า แสดงความสนใจ แต่งตั้ง สก็อตต์ เบสเซนต์ ให้เป็นประธานเฟดแทนเจอโรม พาวเวลล์ แม้เบสเซนต์จะยังไม่สนใจตำแหน่งนี้ โดยทรัมป์วิจารณ์พาวเวลล์ว่าไม่ลดดอกเบี้ยเร็วพอ และมองว่าการเปลี่ยนแปลงอาจนำไปสู่การปรับทิศทางนโยบายการเงิน ขณะผู้สมัครอื่นๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ปัจจุบันและคนนอกยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และทรัมป์คาดว่าจะตัดสินใจภายในกลางเดือนธันวาคม.

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (19 พ.ย.) ซึ่งฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงติดต่อกัน 4 วันทำการก่อนหน้านี้ โดยตลาดได้แรงหนุนจากหุ้นกล่มเทคโนโลยีที่ดีดตัวขึ้น ก่อนที่บริษัท Nvidia ผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯ จะเปิดเผยผลประกอบการหลังตลาดปิดทำการ ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ (20 พ.ย.) เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,138.77 จุด เพิ่มขึ้น 47.03 จุด หรือ +0.10%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,642.16 จุด เพิ่มขึ้น 24.84 จุด หรือ +0.38% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,564.23 จุด เพิ่มขึ้น 131.38 จุด หรือ +0.59%
  • หุ้น Nvidia พุ่งกว่า 5% หลังรายงานผลประกอบการและคาดการณ์รายได้ไตรมาส 4 ดีกว่าคาด พร้อมย้ำว่าความต้องการชิป Blackwell ยังสูงมากเกินคาดของตลาด กระแสตอบรับเชิงบวกนี้ช่วยลดความกังวลว่าการอ่อนตัวของหุ้นกลุ่ม AI ก่อนหน้านี้จะเป็นสัญญาณชะลอตัวระยะยาว
  • นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ย.ของสหรัฐฯ ในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 55,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะทรงตัวที่ระดับ 4.3%
  • ด้านสำนักงานสถิติแรงงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่าจะไม่เผยแพร่ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนต.ค.แบบแยกต่างหาก แต่จะรวมตัวเลขจ้างงานของเดือนต.ค.เข้ากับรายงานของเดือนพ.ย. เนื่องจากการปิดหน่วยงานของรัฐบาลได้ส่งผลกระทบต่อการรวบรวมข้อมูลสำคัญ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้เฟดมีข้อมูลไม่มากนักในการประเมินภาวะตลาดแรงงานในการประชุมเดือนธ.ค.

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 2% ในวันพุธ (19 พ.ย.) หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้มีการทำข้อตกลงยุติสงครามในยูเครน ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันจากรัสเซียไหลเข้าสู่ตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงลบ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.30 ดอลลาร์ หรือ 2.14% ปิดที่ 59.44 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 1.38 ดอลลาร์ หรือ 2.13% ปิดที่ 63.51 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • นักวิเคราะห์จาก TP ICAP Group กล่าวว่า การยุติสงครามในยูเครนอาจเปิดทางให้น้ำมันรัสเซียไหลเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด
  • อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงลบ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 3.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 600,000 บาร์เรล

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • สหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณไปยังประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนว่า ยูเครนต้องยอมรับกรอบข้อตกลงที่สหรัฐฯ ร่างขึ้นเพื่อยุติสงครามกับรัสเซีย โดยกรอบข้อตกลงดังกล่าวเสนอให้ยูเครนยอมยกดินแดนและปลดอาวุธบางส่วน ขณะที่ปธน.เซเลนสกีกล่าวว่า สหรัฐฯ ยังคงเป็นแกนนำสำคัญในการยุติสงครามที่ดำเนินมานานกว่า 3 ปี

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเปิดเช้าที่ 32.46 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปิดวันก่อนหน้า 32.43 บาทต่อดอลลาร์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.60 บาทต่อดอลลาร์

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองทองราคาทอง

contact website_0_0.png

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com