• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568

    19 พฤศจิกายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Unemployment Claims ออกมาที่ 232K สูงกว่าครั้งก่อนที่ 219K

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันอังคาร (18 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 8 ดอลลาร์ หรือ -0.20% ปิดที่ 4,066.50 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 17.0 เหรียญ หรือ 0.42% ที่ระดับ 4,067.0 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,041.43 ตันภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ซื้อสุทธิ 2.23 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 168.91 ตัน
  • ภาพรวมราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดบริเวณ 4,000 เหรียญ และสามารถกลับขึ้นมาปิดบวกได้ หลังร่วงติดต่อกันสามวัน โดยการปรับขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่นักลงทุนยังคงแสดงความระมัดระวัง เนื่องจากกำลังเฝ้ารอการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐอเมริกาในสัปดาห์นี้ โดยยังคงได้รับแรงหนุนจากข้อมูลล่าสุด จากตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แสดงสัญญาณของการชะลอตัวลง

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.03 จุด หรือ 0.03% มาอยู่ที่ระดับ 99.59 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.112% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.573% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.54%
  • สำหรับข้อมูลแรงงานที่มีการเปิดเผยล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 13,000 ราย สู่ระดับ 232,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดยังคงมีความหวังว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
  • เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 50% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 9-10 ธ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ระดับ 46% อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวลดลงจากระดับ 67% ในสัปดาห์ที่แล้ว
  • โทมัส บาร์กิน ประธานเฟดสาขาริชมอนด์ ระบุว่าเศรษฐกิจยังอยู่ระหว่างแรงกดดันจากเงินเฟ้อสูงและการเติบโตของงานลดลง ทำให้ตีความข้อมูลยากและยังไม่ชัดเจนว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมธันวาคมหรือไม่ โดยย้ำว่าต้องเฝ้าติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจ.
  • ขณะที่โมนิกา เกอร์รา หัวหน้าฝ่ายนโยบายสหรัฐฯ ของมอร์แกน สแตนลีย์ คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม พร้อมแนะนำนักลงทุนให้มองตัวชี้วัดอื่นเพิ่มเติม นอกเหนือจากข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่ตามปกติ
  • ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยว่าได้เริ่มสัมภาษณ์ผู้สมัครตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่แล้ว และเกือบจะได้ข้อสรุปแล้ว แม้จะชอบสก็อตต์ เบสเซนต์ แต่อีกฝ่ายยืนยันไม่รับตำแหน่ง โดยรายชื่อผู้เข้าชิงประกอบด้วย คริส วอลเลอร์, มิเชลล์ โบว์แมน, เควิน วอร์ช, เควิน ฮาสเซตต์ และริก รีเดอร์ โดยกระบวนการคัดเลือก คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันขอบคุณพระเจ้า ทั้งนี้ทรัมป์ยังส่งสัญญาณต้องการปลดพาวเวลล์ออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ.

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ในวันอังคาร (18 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่ามูลค่าหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สูงเกินไป อาจส่งผลให้เกิดภาวะฟองสบู่ในหุ้นกลุ่มดังกล่าว นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทโฮม ดีโปท์ (Home Depot)
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,091.74 จุด ลดลง 498.50 จุด หรือ -1.07%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,617.32 จุด ลดลง 55.09 จุด หรือ -0.83% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,432.85 จุด ลดลง 275.23 จุด หรือ -1.21%
  • หุ้น 5 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและกลุ่มเทคโนโลยี ร่วงลง 2.5% และ 1.68% ตามลำดับ ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเฮลธ์แคร์ ดีดตัวขึ้น 0.61% และ 0.54% ตามลำดับ
  • นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย ก่อนที่ Nvidia จะเปิดเผยผลประกอบการหลังตลาดปิดทำการในพุธ (19 พ.ย.) โดยนักลงทุนจับตาข้อมูลดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินภาพรวมของธุรกิจ AI
  • ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้น 10.32% แตะระดับ 24.69 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ของหุ้นในธุรกิจ AI

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (18 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการส่งออกน้ำมันจากรัสเซียลดน้อยลง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้ปัจจัยบวกจากข่าวที่ว่า คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เริ่มทำการสัมภาษณ์ผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 83 เซนต์ หรือ 1.39% ปิดที่ 60.74 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 69 เซนต์ หรือ 1.07% ปิดที่ 64.89 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันภายในประเทศ

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ผลสำรวจรอยเตอร์ล่าสุด พบคะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ลดลงเหลือ 38% ต่ำสุดตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่ง สาเหตุหลักมาจากความไม่พอใจต่อการจัดการค่าครองชีพ และการสืบสวนคดี เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ อดีตผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงอิทธิพลของเขาในพรรครีพับลิกันเริ่มอ่อนลง

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • เงินบาทเปิดเช้าที่ 32.38 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อน 32.43 บาทต่อดอลลาร์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS  เปิดเผยว่าแนวโน้มของค่าเงินบาท แม้เรายังคงประเมินว่า เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยโซนแนวต้านยังคงอยู่แถว 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวรับยังอยู่แถว 32.30 บาทต่อดอลลาร์

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com