• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

    14 พฤศจิกายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (13 พ.ย.) โดยปรับตัวตามทิศทางสินทรัพย์อื่น ๆ ที่ถูกเทขายออกมาอย่างหนัก ตั้งแต่หุ้นไปจนถึงคริปโทเคอร์เรนซี ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 19.1 ดอลลาร์ หรือ 0.45% ปิดที่ 4,194.50 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -31.0 เหรียญ หรือ -0.74% ที่ระดับ 4,171.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ขยับขึ้นมาเล็กน้อยที่ 4,180 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.29 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,048.93 ตันภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ซื้อสุทธิ 8.58 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 175.55 ตัน
  • ภาพรวมตลาดทองคำปรับตัวร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ภายใต้แรงขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยถูกกดดันหลักจาก ผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น และ ท่าทีที่ยังไม่ชัดเจนของเจ้าหน้าที่เฟด ปัจจัยเหล่านี้ได้ลดทอนความคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่า การขาดแคลนข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ในเดือนตุลาคม หรือเรียกว่า "ข้อมูลสูญหาย" ครั้งใหญ่ ได้สร้างความกังวลอย่างหนักแก่นักลงทุนว่า เฟดอาจไม่กล้าตัดสินใจลดดอกเบี้ยต่อเนื่องในเดือนธันวาคม ทำให้ตลาดประเมินโอกาสการลดดอกเบี้ยในเดือนหน้าไว้ต่ำกว่า 50%

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.29 จุด หรือ -0.29% มาอยู่ที่ระดับ 99.22 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.119% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.593% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.53
  • เจ้าหน้าที่เฟดหลายคนได้แสดงความลังเลที่จะสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เริ่มต้นที่ นีล แคชคารี (เฟดมินนิแอโพลิส) แสดงความไม่แน่ใจ โดยระบุว่าเขาสามารถให้เหตุผลได้ทั้งสำหรับการลดหรือคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม ขณะที่ อัลแบร์โต มูซาเลม (เฟดเซนต์หลุยส์) เตือนว่าการปรับนโยบายควรเป็นไปอย่างช้าและระมัดระวัง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงเกินกว่าเป้าหมาย และ เบธ แฮมแม็ค (เฟดคลีฟแลนด์)  ยืนยันว่านโยบายการเงินยังคงต้องรักษาให้ "เข้มงวด" ต่อไป
  • ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 47% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 70% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 700 จุดในวันพฤหัสบดี (13 พ.ย.) โดยถูกกดดันจากการที่นักลงทุนลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังจากเจ้าหน้าที่เฟดมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและและมีความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ นอกจากนี้ การร่วงลงอย่างหนักของหุ้น Nvidia และหุ้นบริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายอื่น ๆ ยังเป็นปัจจัยฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงด้วย
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,457.22 จุด ลดลง 797.60 จุด หรือ -1.65%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,737.49 จุด ลดลง 113.43 จุด หรือ -1.66% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,870.36 จุด ลดลง 536.10 จุด หรือ -2.29%
  • หุ้นบริษัทเทคโนโลยีและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่ามูลค่าหุ้นในกลุ่มนี้อาจสูงเกินจริง โดยหุ้น Nvidia ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิป AI ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ร่วงลง 3.6% ขณะที่หุ้น Tesla ดิ่งลง 6.6% และหุ้น Broadcom ร่วงลง 4.3%
  • ขณะที่ฝั่งตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ก็เผชิญกับการร่วงลงอย่างรุนแรง จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าเฟดอาจจะ ไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่คาด ส่งผลให้ Bitcoin ปรับตัวลง 4% แตะระดับ 98,200 เหรียญ ซึ่งเป็นระดับราคาที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
  • แม้เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามบังคับใช้ร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อยุติการปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือชัตดาวน์ ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ แต่โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า อาจไม่มีการเผยแพร่ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนต.ค. เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการชัตดาวน์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของเฟด
  • รวมถึงผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯจะ ไม่เปิดเผยอัตราการว่างงานประจำเดือนตุลาคม เนื่องจากการสำรวจครัวเรือนไม่ได้ดำเนินการในเดือนดังกล่าว ทำให้รายงานที่จะออกมามีเพียงข้อมูลการจ้างงานบางส่วน โดยไม่มีตัวเลขอัตราการว่างงานรวมอยู่ด้วย ซึ่งความไม่ครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าวสร้างความไม่แน่นอนต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) 

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (13 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากมุมมองบวกที่ว่า การที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ กลับมาเปิดทำการอีกครั้ง จะเป็นปัจจัยหนุนอุปสงค์น้ำมัน ขณะเดียวกันนักลงทุนประเมินผลกระทบด้านอุปทานจากการที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทลุคออยล์ ( Lukoil) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 20 เซนต์ หรือ 0.34% ปิดที่ 58.69 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 30 เซนต์ หรือ 0.48% ปิดที่ 63.01 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • รัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทลุคออยล์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกดดันให้รัสเซียเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน โดยมาตรการคว่ำบาตรส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ไม่สามารถทำธุรกรรมกับลุคออยล์ได้หลังจากวันที่ 21 พ.ย.
  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Enverus คาดการณ์ว่า การที่หน่วยงานของรัฐบาลกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง จะเป็นปัจจัยหนุนอุปสงค์น้ำมันในระยะใกล้นี้ เนื่องจากผู้คนเริ่มกลับไปทำงาน และคาดว่าจะมีการเดินทางเพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุด โดยเฉพาะในช่วงฤดูการชอปปิงที่กำลังจะมาถึง

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

-

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.37 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  32.30 บาทต่อดอลลาร์ ด้านนักวิเคราะห์ Krungthai GLOBAL MARKETS คาดว่า เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวแบบ Sideways โดยมีกรอบวันนี้อยู่ที่ 32.50 - 32.30 บาท/ดอลลาร์.

 

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com